SME ต้องตามติด! ปัญหา‘สหรัฐฯ–อิหร่าน’ ส่งราคาสินค้าขึ้น-ลงแบบไม่ทันตั้งตัว

by SME Thailand. 20 มค. 2020
Share:



Main Idea
 
 
  • จากปมความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าผันผวนในตลาดโลก
 
  • ทองคำ น้ำมัน ครองแชมป์ผันผวนเป็นเบอร์ต้นๆ ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคยังทรงตัว ซึ่งคาดแต่หากยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบไม่ใช่แค่ราคาสินค้า แต่อาจรวมถึงเศรษฐกิจโลกด้วย



     ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลก ส่งผลต่อการทำธุรกิจของ SME อย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับ ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปีที่แล้ว มาต้นปีนี้เริ่มศักราชใหม่ก็เปิดศึกขึ้นมาอีกรอบกับ อิหร่านที่สร้างความวิตกกังวลไปทั่วโลก เหตุเพราะกลัวสถานการณ์จะลุกลามบานปลายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในแต่ละครั้งที่เกิดสงครามการค้าหรือการเมืองใหญ่ๆ มักส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าให้เกิดความผันผวนขึ้น - ลงจนน่าเป็นห่วง และแน่นอนว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน


     มาดูกันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้ราคาสินค้าใดถูก สินค้าใดแพงขึ้นกันบ้าง!
 





     มองย้อนประวัติศาสตร์

               

      ก่อนที่จะไปดูว่าสินค้าชนิดใดราคาถูกหรือแพงขึ้น ลองย้อนประวัติศาสตร์ของโลกที่ส่งผลกระทบแต่ละครั้ง เวลาเกิดวิกฤตทางการเมืองหรือมีสงครามเกิดขึ้น โดยมีการเก็บสถิตข้อมูลไว้ว่า ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 (ปี 2457 -  2461) และสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 2482 - 2488) พบว่าราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วไป ข้าวของเครื่องใช้ อาหาร และน้ำดื่มต่างถีบตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเกือบ 2 เท่าทุกครั้ง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม โดยมีสินค้าเจ้าประจำที่ครองแชมป์ราคาผันผวนมากที่สุด และมักสูงขึ้นก่อนเพื่อน ก็คือ ทองคำ และน้ำมัน นั่นเอง
 





     ทองคำ - น้ำมัน แชมป์เจ้าประจำตลอดกาล

               

     หลังจากร้างลา ทั่วโลกอยู่กันอย่างสงบไม่มีสงครามใหญ่ๆ เกิดขึ้นมานานนับศตวรรษ ซึ่งก็เป็นผลดี แต่ยังมีสงครามการเมืองและสงครามการค้าเกิดขึ้นอยู่ประปราย แน่นอนว่าแม้ไม่ส่งผลกระทบกับทั่วโลกอย่างรุนแรงเหมือนกับสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 แต่ในแต่ละครั้งที่เกิดความขัดแย้งขึ้น ก็มักส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศนั้นๆ รวมถึงหลายประเทศทั่วโลกด้วยเช่นกัน
               

     โดยครั้งนี้ก็เช่นกัน สินค้าที่เปราะบางและได้รับผลกระทบแทบจะทันที ซึ่งส่อแววเพิ่มสูงขึ้น ก็คือ “ทองคำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานว่าราคาทองคำโลก (Spot Gold) พุ่งไปแตะจุดสูงที่สุดในรอบ 7 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา และทำให้ราคาทองในไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


     แต่ดูเหมือนว่าอาจเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภายหลังการแถลงการณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวว่า อเมริกาจะไม่ตอบโต้ทางทหาร แต่จะใช้วิธีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแทน บวกกับเหตุการณ์ความพลิกผันเมื่อประชาชนอิหร่านได้ชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่ผู้นำของตนในกรณียิงเครื่องบินยูเครนตก ทำให้ราคาทองโลกได้ลดลงและกลับสู่ภาวะก่อนหน้านั้น ราคาทองในประเทศไทยก็ปรับลดตามไปด้วย
               

     จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า สำหรับการลงทุนแล้ว ในขณะนี้ควรรีบซื้อทองหรือนำทองมาขายเลยดีหรือไม่?


     โดยจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาทอง ณ ตอนนี้ยังคงมีความผันผวนอยู่ค่อนข้างมาก จึงไม่แนะนำให้ลงทุนซื้อหรือเทขายทองคำปริมาณมากในช่วงนี้





     ส่วนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ราคาน้ำมันโลกดีดตัวขึ้นราว 5.7 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากการสำรวจราคาน้ำมันจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา พบราคาน้ำมันในไทยมีการปรับตัวขึ้นเฉลี่ยราว 50  สตางค์ในทุกประเภท
 





     สินค้าอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค ยังทรงตัว

               

     สำหรับด้านสินค้าอุปโภคบริโภค และยารักษาโรค พบว่า ยังทรงตัว มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามกลไกตลาดเท่านั้น ซึ่งจากฐานข้อมูลราคาสินค้าออนไลน์บน Priceza.com พบว่าราคาขายปลีกและขายส่งสินค้าเกษตรของกรมการค้าภายใน และราคายากลางจากกระทรวงสาธารณะสุข ยังไม่พบการปรับขึ้นราคา รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร น้ำดื่มต่างๆ ด้วย
               




     สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น อาจเป็นเพราะว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน จึงอาจยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมให้เห็นชัด แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรนิ่งนอนใจ เนื่องจากยังไม่มีบทสรุปของเหตุการณ์ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และยังไม่สามารถคาดเดาได้แน่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะลุกลามเพิ่มมากขึ้นหรือสงบลงได้เมื่อไหร่ในรูปแบบใด ซึ่งหากยืดเยื้อบานปลาย ก็อาจไม่ใช่แค่ราคาสินค้าเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่อาจรวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้
 


     ฉะนั้นผู้ประกอบการ SME จึงควรหมั่นติดตามข่าวสารอยู่เสมอ อย่างน้อยๆ หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จะได้ตั้งรับ หรือหาทางหนีทีไล่ได้ทัน
 



ที่มา : Priceza



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020