แบรนด์เนมคาเฟ่มาแรง! ล่าสุดหลุยส์วิตตองเปิดร้านอาหารในญี่ปุ่นสนองใจสาวกยุคดิจิทัล

by SME Thailand. 31 มค. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 

 
  • การข้ามสายธุรกิจจากสินค้าแฟชั่นไปสู่ร้านอาหารของแบรนด์สินค้าหรูระดับโลก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านั้นจะเห็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ของแบรนด์ต่างๆ เปิดบริการ เช่น เบอร์เบอรี่ (Burberry) ปราด้า (Prada)  วิเวียน เวสวู้ด (Vivienne Westwood) ชาแนล (CHANEL)  กุชชี่ (Gucci)  และอื่น ๆ
 
  • ล่าสุดเป็นความเคลื่อนไหวของหลุยส์วิตตอง (Louis Vuitton) ที่เตรียมเปิดบริการคาเฟ่ และร้านอาหารในชื่อ Le Café V ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
 
  • เบื้องหลังการผุดคาเฟ่แบรนด์เนมเหล่านี้ มีการวิเคราะห์กันว่าจุดประสงค์หลักอาจไม่ใช่การเพิ่มรายได้ แต่เพื่อสร้าง Engagement ระหว่างแบรนด์กับลูกค้ามากขึ้นนั่นเอง 




     นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ไม่เกินความคาดหมายเมื่อ “หลุยส์วิตตอง” (Louis Vuitton)  แบรนด์สินค้าหรู
ระดับโลกเตรียมเปิดบริการคาเฟ่ และร้านอาหารในชื่อ “Le Café V” ที่โอซาก้า ญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพราะการข้ามสายธุรกิจจากสินค้าแฟชั่นไปสู่ร้านอาหารของแบรนด์สินค้าหรูระดับโลกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว
               





    ก่อนหน้านั้น จะเห็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ของแบรนด์ต่างๆ เปิดบริการ อาทิ  Thomas's Café ในลอนดอนของ แบรนด์เบอร์เบอรี่, Vogue Café ในเมืองปอร์โต โปรตุเกสของนิตยสารโว้ค, Bar Luce ในมิลานของปราด้า และกำลังจะเปิดอีกสาขาในลอนดอน,  Vivienne Westwood Café ในเซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง, Cafe Kitsuné ในโตเกียว และโซล, Beige ร้านอาหารของชาแนลในโตเกียว, Blue Box Café ร้านคาเฟ่ของทิฟฟานี่ แอนด์ โคในนิวยอร์ก, Emporio Armani Caffè ในมิลาน ไปจนถึงร้าน Gucci Osteria ในฟลอเรนซ์
               




     เบื้องหลังการผุดคาเฟ่แบรนด์เนมเหล่านี้ มีการวิเคราะห์กันว่าจุดประสงค์หลักอาจไม่ใช่การเพิ่มรายได้ หากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับแบรนด์มากขึ้น นอกจากนั้น การลงทุนในธุรกิจร้านอาหารหรือคาเฟ่เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่สามารถช่วยสร้าง Brand Awareness หรือการรับรู้ในแบรนด์ได้มากขึ้นโดยเฉพาะในยุคดิจิทัล อย่างที่ทราบกันดีว่ายุคนี้ สภาพแวดล้อมในการบริโภคถูกขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดียและการนำเสนอไลฟ์สไตล์ของตัวเองผ่านสื่อดิจิทัลต่างๆ ซึ่งร้านอาหารและคาเฟ่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นำเสนอตัวตนของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
               



     


    ยกตัวอย่าง เมื่อคราวที่แบรนด์ชาแนลเปิดคาเฟ่ชั่วคราวชื่อ “Coco cafe” ในย่านคอสเวย์เบย์ ฮ่องกง สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีลูกค้าไปต่อแถวเพื่อใช้บริการจำนวนมาก และมีการเผยแพร่ลงอินสตาแกรมกว่า 30,000 โพสต์ โดยใส่แฮชเท็ก #cococafe ห้อยท้าย ชื่อเสียงของแบรนด์นั้นเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลหรือ Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของแบรนด์ให้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มากขึ้น
               






       กลุ่มมิลเลนเนียลนี้มักมีพฤติกรรมกิน ดื่ม เฮฮา แชะและโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งร้านอาหารหรือคาเฟ่ของแบรนด์หรูมักมีองค์ประกอบที่ทำให้ใครก็ต้องการถ่ายรูปลงโซเชียล นำไปสู่การสร้างการรับรู้ในบรนด์ให้เกิดขึ้นบนโซเชียล    “มารีน่า โค” หัวหน้าแผนกการศึกษาจีน และผู้บริโภคฮ่องกง บริษัทหลักทรัพย์ซีแอลเอสเอ กล่าวว่า เทรนด์คาเฟ่แบรนด์เนมเกิดจากการขับเคลื่อนโดยลูกค้ามากกว่าเพราะลูกค้าสมัยนี้ชอบที่มองหาประสบการณ์จากแบรนด์ ร้านอาหารและคาเฟ่จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่แบรนด์ใช้เป็น Touchpoints หรือช่องทางการการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มพูนรายได้จากการจับจ่ายและใช้บริการของลูกค้าอีกด้วย ยกตัวอย่างร้าน Vivienne Westwood cafe สาขาฮ่องกง ที่ทำรายได้ต่อปีที่ 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
               





     ด้านนักวิเคราะห์และผู้ประกอบการด้านคาเฟ่ มองว่า คาเฟ่แบรนด์เนมหรู  ดูจะเป็นของแปลกที่สร้างความสนใจให้กับผู้บริโภคในเอเชีย ย้อนกลับไปเมื่อปี 2550  บุลการี แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำถือเป็นแบรนด์แรกที่ๆ ที่นำเทรนด์โดยการเปิดคาเฟ่แห่งแรกในย่านกินซ่าของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มาก ไม่มีใครคาดคิดว่าอีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น แบรนด์ต่างๆ ทั้งชาแนล, กุชชี่, แอร์เมส, อัลเฟรด ดันฮิลล์ แบรนด์เครื่องแต่งกายหรูของอังกฤษ และแบรนด์กระเป๋าอิตาลีเฟอร์ลาต่างก็พากันตามรอยบุลการีกันเป็นแถว
               




    ที่จีนแผ่นดินใหญ่ก็มีหลายแบรนด์เข้าไปเปิดคาเฟ่ รวมถึง วิเวียน เวสต์วู้ด และแบรนด์เครื่องสำอาง Innisfree    “เวโรนิก้า หวัง” หุ้นส่วนบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารกลยุทธ์ OC&C กล่าวว่า ในยุคที่ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าออนไลน์ การที่แบรนด์ต่างๆ เปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ในบริเวณเดียวกับช็อปของแบรนด์ อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มยอดทราฟฟิกหรือจำนวนคนที่เข้ามาชมสินค้าในร้าน
               

  
      แม้จะไม่มีข้อมูลเชิงปริมาณว่า จำนวนผู้เข้าร้านเพิ่มขึ้นมากเท่าใด แต่สิ่งที่เห็นชัดๆ คือปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคเพิ่มขึ้นแน่นอนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ โดยดูได้จากการเซลฟี่ในร้าน กับแก้วกาแฟ ถ้วยชา และจานอาหารแล้วมีการลงรูปในเฟสบุ๊ก ไอจี หรือทวิตเตอร์ ผู้บริหารร้านวิเวียน เวสต์วู้ด คาเฟ่ เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้เวลาราว 15 นาทีในการถ่ายรูปอาหารและเครื่องดื่มเพื่อลงในโซเชียลมีเดีย
               




      มารีน่า โค แห่งบริษัทหลักทรัพย์ซีแอลเอสเอ ให้ความเห็นเสริมอีกว่า สิ่งที่ได้รับความนิยมในเอเชียไม่ใช่คาเฟ่หรือคอฟฟี่ช็อป แต่เป็นวัฒนธรรมการช่างอวด การแต่งกาย เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าไปจนถึงร้านอาหารที่เข้าไปใช้บริการล้วนบ่งบอกรสนิยมหรือแสดงตัวตนของคนๆ นั้น จึงไม่แปลกที่แบรนด์ต่างๆ จะไม่โฟกัสที่สินค้าหลักที่มีอีกต่อไป หากยังขยายไปยังธุรกิจอื่น เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการขยายไปยังสินค้าเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนนั่นเอง
               


      ซึ่งบางแบรนด์ก็ทำได้ดีจนสร้างรายได้มากกว่าสินค้าหลักดั้งเดิมเสียอีก ยกตัวอย่าง Agnès b แบรนด์แฟชั่นจากฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปิดธุรกิจร้านกาแฟ และร้านช็อกโกแลต โดย Agnès b มีคอฟฟี่ช็อป 24 สาขา และร้านช็อกโกแลต 23 สาขาทั้งในฮ่องกงและไต้หวัน และกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้แบรนด์มากกว่าธุรกิจหลักที่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นเสียอีก


 
ที่มา :
https://lifestyleasia.com/bk/style/fashion/designer-lunches-fashion-restaurants/
www.scmp.com/business/companies/article/2099727/brand-cafes-less-about-coffee-or-income-more-about-selfie
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020