กลัวที่ไหนคอนโดล้นตลาด! นักอสังหาฯ มาเลย์ พลิกกลยุทธ์สู่ธุรกิจ Co-living space

by SME Thailand. 03 มีค. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 
 

 
 
Main Idea
 
  • สถิติจากศูนย์ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติมาเลเซียระบุจำนวนที่อยู่อาศัยในโครงการต่างๆ ที่ขายไม่ออกเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2011 และเหลือตกค้างมากสุดช่วงปี 2016-2017  โดยเฉพาะโครงการในเมืองใหญ่ เหตุจากผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ
 
  • เจ้าของโครงการต่างๆ จึงพยายามสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ ทำให้เกิดการแปลงโครงการที่พักอาศัยเป็น Co-living space ซึ่งเป็นแนวคิดค่อนข้างใหม่ในมาเลเซีย แต่กำลังเริ่มแพร่หลายอย่างมาก
 
  • สำหรับผู้บุกเบิกรายแรกๆ คือ Co-Coon Co-Living KL ที่ให้บริการห้องเช่าภายใต้แนวคิด Community 2.0 ซึ่งผู้เช่าสามารถเลือกประเภท ขนาดห้อง จ่ายค่าเช่าในราคาเดียว จะน่าสนใจอย่างไรนั้นไปติดตามกัน
 

               

     การจะมีบ้านสักหลังหรือเป็นเจ้าของที่พักอาศัยสักยูนิตไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มมิลเลนเนียลในเมืองใหญ่ของมาเลเซีย เพราะขณะที่มีรายได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องแต่ราคาอสังหาริมทรัพย์นั้นกลับสูงเกินเอื้อม ผู้คนจำนวนมากจึงเลือกที่จะเช่าที่อยู่อาศัยแทนการแบกภาระสินเชื่อบ้านระยะยาว
               





     โดยสถิติจากศูนย์ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติมาเลเซีย ระบุว่าจำนวนบ้านและที่อยู่อาศัยในโครงการต่างๆ ที่ขายไม่ออกเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2011 และเหลือตกค้างมากสุดช่วงปี 2016-2017 โดยเฉพาะเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ เซลังงอร์ ยะโฮร์  และปูเลาปินัง ผลพวงจากยูนิตในโครงการอสังหาริมทรัพย์เหลือค้างสต็อกเยอะ ทำให้เจ้าของโครงการต้องพยายามสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่


     ปรากฎการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในมาเลเซียคือ การแปลงโครงการที่พักอาศัยให้เป็น Co-living space หรือบริการที่พักที่เปิดให้ผู้เช่าหลายคนได้อยู่ร่วมกันเป็น “Community” ใต้หลังคาเดียวกัน
               







     หนึ่งใน Co-living space ดังกล่าวเป็นโครงการอาคารที่พักอาศัย 20 ชั้น 174 ยูนิต มูลค่า 60 ล้านริงกิต (ราว 450 ล้านบาท) ของบริษัทตัน & ตัน ดีเวลอปเมนต์ ที่ใช้ชื่อว่า “Co-Coon Co-Living KL” ในกัวลาลัมเปอร์  “ตัน ยี เซง”   ซีอีโอบริษัทเจ้าของโครงการที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว เผยถึงโครงการที่อยู่อาศัยให้เช่านี้ว่า เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Community 2.0”  ที่ผู้เช่าสามารถเลือกประเภทและขนาดห้อง จ่ายค่าเช่าในราคาเดียวแต่รวมทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะค่าน้ำ ค่าไฟ และอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้อาศัยไม่ต้องกังวลว่าจะลืมชำระค่าใช้จ่ายเหล่านั้น
               

     สนนราคาค่าเช่าเริ่มต้นที่ 1,000 ริงกิตหรือประมาณ 7,500 บาทต่อเดือน และกำหนดให้เช่าอย่างน้อย 3 เดือน เนื่องจากเป็น Co-living space ผู้เช่าจึงสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับผู้เช่ารายอื่น ได้แก่ ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ยิมออกกำลังกายทั้งในร่มและกลางแจ้ง ห้องโยคะ ห้องสมุด ห้องประชุม ห้องนั่งเล่น (มีทีวีและโต๊ะสนุกเกอร์ให้เล่น) ห้องทำงาน และดาดฟ้าที่สามารถชมวิวกรุงกัวลาลัมเปอร์ ทั้งยังเป็นลานย่างบาร์บีคิว และจัดปาร์ตี้ได้อีกด้วย
               







     ยี เซง กล่าวว่า แนวคิดของการอาศัยใน Co-living space คือการที่ผู้เช่าอาศัยอยู่ ทำงาน และมีกิจกรรมร่วมกับคนซึ่งมีไลฟ์ไตล์ใกล้เคียงกันในอาคารเดียวกันทำให้เกิดชุมชนขึ้นมา เนื่องจาก Co-Coon Co-Living KL เป็นรายแรกๆ ที่บุกเบิกแนวคิดนี้ในมาเลเซีย สิ่งที่ท้าทายจึงเป็นการคิดคอนเซ็ปต์เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ และต้องเป็นคอนเซ็ปต์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามาเลเซียเองรวมถึงลูกค้าชาวต่างชาติด้วย  
               

     นอกเหนือจากการเป็นที่พักอาศัยราคาไม่แพง Co-Coon Co-Living KL ยังถูกกำหนดให้เป็นสถานที่เพื่อการสร้างมิตรภาพระหว่างคนแปลกหน้าที่ต้องการหาเพื่อนใหม่โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ เพราะที่นี่จะมีพื้นที่หนึ่งเรียกว่า Co-Coon Hub ที่บรรยากาศคล้ายห้องนั่งเล่นผสมห้องเกม เปิดโอกาสให้คนไม่รู้จักกันได้ทำความรู้จักกันผ่านการพูดคุยและเล่นเกมด้วยกัน
               




     “จูเลียน” ผู้เช่ารายหนึ่งเล่าว่า คนที่อยู่ในตึกเดียวกันนี้เป็นผู้ที่มีรสนิยมคล้ายกันพวกเขาจะตั้งกลุ่มแชทขึ้นมาเพื่อชักชวนกันทำกิจกรรม เช่น ว่ายน้ำ หรือเล่นแบตมินตัน ซึ่งข้อดีของการอาศัยใน Co-living space เมื่อเทียบกับอพาร์ทเมนต์ทั่วไปคือการได้เข้าสังคมและทำความรู้จักเพื่อนใหม่ อันนี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัวและไม่ค่อยมีทักษะในการเข้าสังคม  
               

     ทีมผู้บริหาร Co-Coon Co-Living KL เปิดเผยว่า 1 ปีของการเปิดให้บริการ จำนวนผู้เช่าเรียกได้ว่า เกินความคาดหมาย อย่างไรก็ตามทางบริษัทฯ ก็ยังต้องประชาสัมพันธ์ให้แนวคิดการอาศัยแบบ Co-living space เป็นที่รู้จักมากขึ้นเนื่องจากรูปแบบการเช่าที่พักแบบนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ในมาเลเซีย นอกจากนั้นการเข้ามาของผู้เล่นรายอื่นก็ทำให้เกิดการแข่งขันขึ้น ดังนั้น Co-Coon Co-Living KL ยังต้องพัฒนาบริการให้แตกต่างเพื่อนำหน้าเจ้าอื่นอยู่เสมอ  อาทิ การจัดทีมดูแลที่พักอาศัยในอาคารเพื่อที่ผู้เช่าจะสามารถแจ้งปัญหาหรือเหตุขัดข้องได้ทุกเมื่อ หรือการจัดกิจกรรมรายเดือน เช่น ฝึกโยคะ เดินป่า หรือจัดปาร์ตี้ฉลองเทศกาลต่างๆ เพื่อให้สมาชิกในอาคารได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นต้น  
               





     เนื่องจากผู้เข้าพักมาจากหลากหลายประเทศ ทีมงาน Co-Coon Co-Living KL จึงพยายามศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ เพื่อสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดีให้กับลูกค้าที่เข้าพัก โดยเป้าหมายของ Co-Coon Co-Living KL คือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ขณะเดียวกันก็มีแผนจะขยายโครงการไปยังเมืองอื่นในมาเลเซียอีกด้วย 
 

ที่มา : https://vulcanpost.com/689153/co-living-damai-residence-flexible-rental-malaysia-kl/
https://coliving-malaysia.com/
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020