EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2558

by SME Thailand PR News 03 ธค. 2014
Share:
 

    อีไอซีประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2558 จะเติบโตในระดับ 3-3.5% โดยแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในปี 2558 จะมาจาก 1) การท่องเที่ยวที่จะกลับมาเข้าสู่ภาวะปกติ 2) การส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ในระดับ 4% และ 3) การลงทุนภาครัฐตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 

    อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวถือว่าค่อนข้างน่าผิดหวัง เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในปี 2557 เนื่องจาก อีไอซีประเมินว่าแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจอย่างการลงทุนภาครัฐ มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้า จากการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 อีกทั้งการบริโภคภาคครัวเรือนยังคงถูกกดดันจากภาวะหนี้ครัวเรือน และจะฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ ทั้งนี้ อีไอซีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2557 จะขยายตัวที่ 0.8%

    อีไอซีคาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโต 10% ในปี 2558 โดยผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาจะเริ่มหมดไป และนโยบายช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น  การลดค่าวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ได้สร้างแรงจูงใจให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ดังนั้นอีไอซีประเมินว่า ภาคการท่องเที่ยวที่คิดเป็นประมาณ 10% ของเศรษฐกิจไทยจะกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง และจะเป็นแรงผลักดันสำคัญของเศรษฐกิจในปีหน้า

    ปัจจัยที่อาจจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มเติมคือประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายของรัฐ การเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เป็นไปอย่างน่าผิดหวัง บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ดี หากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2558 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่คาดว่าจะปล่อยเม็ดเงินเข้าสู่ระบบประมาณ 68,000 ล้านบาทในปี 2558 และนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือนอื่นๆ เช่น การจ่ายเงินสนับสนุนชาวนาและการสนับสนุนธุรกิจ SMEs ก็อาจจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ 

    ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงในเชิงลบก็มีอยู่เช่นกันจากภาคการส่งออกที่อาจจะฟื้นตัวได้ไม่ มากนักเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัวในหลายภูมิภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุโรป และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

    อีไอซีประเมินค่าเงินบาทในปี 2558 จะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเป็น 33.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะเริ่มอ่อนตัวลงในช่วงไตรมาส 2 ของปี เนื่องจาก 1) ภาวะเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ตามแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในช่วงครึ่งหลังของปี 2) การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งนี้อีไอซีคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ 2% ในปี 2558 และมีโอกาสที่จะผ่อนคลายเพิ่มเติม หากอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ และยังไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ 


Create by smethailandclub.com
 
Share:

Related Articles

​Squid Game ซีรีส์ปลุกวงการธุรกิจจีนให้คึก แค่ 3 วันยอดขายหน้ากากดำทำเงินกว่า 1.6 ล้านบาท

ความฮอตฮิตของซีรีส์ Squid Game คือความเคลื่อนไหวบรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่พยายามโหนกระแสความดังด้วยการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ปรากฏในเนื้อเรื่องอ..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2021

​Sticky ร้านลูกอมที่เกือบเจ๊งเพราะโควิด แต่พลิกวิกฤตด้วย Social Media Marketing

โลกออนไลน์กลายเป็นทางรอดของหลายธุรกิจในยุคโควิด “Sticky” เป็นร้านลูกอมแฮนด์เมดในออสเตรเลียเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากยอดหายหดจนเหลือ 0 ร้านก็ได้เริ่มโพส..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​อาชีพนี้ก็มีด้วย! ขายลายมือประทับบนสินค้าหรู Calligrapher ธุรกิจมีมานานกว่าทศวรรษ

ย้อนกลับไปเกือบ 10 ปีก่อน “calligrapher” หรือ “นักออกแบบตัวอักษรผ่านลายมือ” เป็นอาชีพที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในสิงคโปร์ แต่ปัจจุบัน ธุรกิจเกี่ยวกับ ca..

by SME Thailand.| 01 ตค. 2021