แบรนด์จิวเวลรีจีนพลิกแผนสู้วิกฤต ปล่อยแคมเปญ “พันคน พันร้าน” กระตุ้นอารมณ์ช้อปลูกค้า

by SME Thailand. 22 เมย. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
 
  • ธุรกิจอัญมณีถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นน้อยในชีวิต เป็นอีกอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งคาดว่าความต้องการเครื่องประดับในตลาดจีนลดลงเนื่องเพราะผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่าย
 
  • ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตจิวเวลรีต้องปรับตัวอย่างหนัก และมีบางบริษัท อาทิ บริษัทไอดีล ที่สามารถพลิกกลยุทธ์ประคองให้ธุรกิจไปต่อได้
 
  • ไปดูกันว่ารูปแบบค้าปลีกแนวใหม่ของไอดีลเป็นอย่างไร กลยุทธ์ Online Cloud Stores ภายใต้แคมเปญ “หนึ่งพันคนขาย หนึ่งพันร้านค้า” นั้นเป็นอย่างไร ถึงทำให้พวกเขาผ่านวิกฤตมาได้



     การระบาดของไวรัสโควิด-19 นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่างๆ เป็นวงกว้าง หนึ่งในกลุ่มที่รับพิษโควิดไปเต็มๆ ได้แก่ “ธุรกิจอัญมณี” ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตน้อย สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความต้องการเครื่องประดับประเภททองคำในจีนมีแนวโน้มลดลงในปีนี้เนื่องจากวิกฤตโรคระบาดมีผลต่ออารมณ์จับจ่ายของลูกค้า อีกทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านต่างๆ รวมถึงร้านจำหน่ายจิวเวลรีก็ปิดตัวลง อย่าง Chow Tai Fook Jewellery Group Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายจิวเวลรีของจีนและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก บริษัท ทิฟฟานี่ แอนด์ โค ก็มีแผนจะปิดร้านในฮ่องกง 15 สาขา หลังรายได้ลดลง
               




     อย่างไรก็ตาม มีบริษัทจิวเวลรีของจีนบางแบรนด์ที่สามารถพลิกกลยุทธ์เข้าสู่โมเดลธุรกิจค้าปลีกแนวใหม่ ( New Retail) จนสามารถประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ ยกตัวอย่าง บริษัทในเมืองเสิ่นเจิ้นชื่อ ”ไอดีล”  (Ideal) ผู้ผลิตอัญมณีหลากหลายแบรนด์มานาน 18 ปี หลังได้รับผลกระทบจากโคโรน่าไวรัส บริษัทก็ปรับแผน งัดกลยุทธ์ร้านค้าออนไลน์ร่วมกัน หรือ Online Cloud Stores ออกมาใช้ ภายใต้แคมเปญ  “Thousand People, Thousand Stores” (หนึ่งพันคนขาย หนึ่งพันร้านค้า) ที่จัดพนักงานขายทั้งหมดมาไลฟ์สดขายสินค้าทางออนไลน์
               

     โดยปกติ การซื้อขายสินค้าจิวเวลรี ลูกค้ามักเดินทางไปที่ร้านเพื่อสำรวจตรวจสอบสินค้าด้วยตัวเอง เนื่องจากเป็นสินค้าที่ราคาค่อนข้างสูง แต่การระบาดของไวรัสที่ส่งผลให้ร้านค้าต้องปิดร้าน และประชาชนกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ทำให้ไอดีลต้องเร่งปรับแผนเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกแนวใหม่เร็วขึ้น จากเดิมที่กำหนดจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมปีนี้
               





     ไอดีล ซึ่งผลิตสินค้าหลายแบรนด์ได้ชิมลางเปิดตัว Cemni เป็นแบรนด์แรกทางออนไลน์ ผลคือ ภายใน 3 วัน Cemni สามารถสร้างกลุ่มขึ้นมากว่า 100 กลุ่ม และสร้างสัมพันธ์หรือดึงลูกค้าให้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของแบรนด์ได้ 50,000 กว่าคน ไอดีล ยอมรับว่าการมีบริษัทในเครือและหลากหลายแบรนด์ทำให้ไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนจากการมีหน้าร้านไปสู่โมเดลออนไลน์ เพราะนี่จะเป็นบททดสอบความเร็วในการปรับตัว และการฟื้นตัวของธุรกิจ
               

     นอกเหนือจากปัจจัยการระบาดของไวรัส สิ่งที่ขับเคลื่อนให้ไอดีล เข้าสู่การเป็นร้านค้าออนไลน์ คือ กลุ่มลูกค้าที่มีบทบาทในโลกออนไลน์ หรือ Digital Savvy ซึ่งโดยมากเป็นกลุ่ม Gen Z และอีกปัจจัยคือการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยแบรนด์จิวเวลรีที่มีอยู่ก่อนในตลาดต้องรับมือกับแบรนด์ใหม่ๆ ที่เน้นโมเดล Direct2Customer หรือผลิตเองและขายตรงแก่ลูกค้าโดยไม่ผ่านคนกลาง   
               




     ในการปรับเข้าสู่การขายออนไลน์ ไอดีลได้ออกแบบคอลเลกชันเครื่องประดับเพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อายุน้อย โดยคอลเลกชันใหม่นี้จะฉีกแนวจากสินค้าที่ขายในร้านออฟไลน์ และมีราคาย่อมเยากว่า โดยเริ่มต้นที่ชิ้นละ 1,000 หยวนหรือราว 4,600-4,700 บาท ถ้าเป็นแหวนเพชร ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 3,000 หยวน (ประมาณ 14,000 บาท) นอกจากลูกค้าหนุ่มสาววัย Gen Z ไอดีลยังเตรียมแนะนำคอลเลกชันไฮเอนด์สำหรับลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงอีกด้วย  
                 

     และเพื่อให้การขายออนไลน์เข้าถึงลูกค้ามากที่สุด ไอดีลได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ YouZan ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างโปรแกรมในวีแชท เครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ในจีนที่เทียบเท่าเฟซบุ๊ก ซึ่งการติดตั้งซอฟต์แวร์ YouZan ทำให้แบรนด์สามารถจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มวีแชทได้แบบครบวงจร เนื่องจากบริษัทสามารถจัดการสร้างคลังสินค้าออนไลน์และร้านค้าออนไลน์ได้ทั่วประเทศ โดยที่พนักงานของบริษัทที่ผันมาเป็นผู้ขายออนไลน์สามารถเช็คสต็อกสินค้าได้ว่ามีอยู่เท่าใด 
               

     ภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่ พนักงานขายของไอดีล จะกลายเป็นเจ้าของร้านและแข่งกันใช้เทคนิคในการขายสินค้าให้มากที่สุด ไม่ว่าจะผ่านการไลฟ์สด หรืออื่นๆ เมื่อขายได้ ทางบริษัทจะให้ค่าคอมมิสชันอัตราตั้งแต่ 10 เปอร์เซ็นต์ไปจนถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับการขายในร้านออฟไลน์ที่พนักงานจะได้ค่าคอมมิสชันเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ด้วยผลตอบแทนที่สูงเช่นนี้ จึงจูงใจให้พนักงานต่างพยายามทำยอดขายให้ได้มากที่สุด
               





     อย่างในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นเดือนแรกของการเปิดขายออนไลน์ บริษัทขายเครื่องประดับได้มากกว่า 2,000 ชิ้น ทำรายได้กว่า 2 ล้านหยวน (ราว 9.3 ล้านบาท) และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก มีลูกค้าสั่งซื้อแหวนเพชร 5 กะรัตมูลค่า 99,000 หยวนหรือราว 4.5 แสนบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย
               

     บริษัทวิจัย IiMedia Research คาดการณ์การค้าออนไลน์แบบไลฟ์สดในจีนปีนี้จะทำให้เข้าถึงลูกค้า 526 ล้านคน และสร้างรายได้ 916,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 4.12 ล้านล้านบาท ไอดีลเล็งเห็นถึงตลาดออนไลน์ที่มีศักยภาพนี้ จึงได้เตรียมรับมือด้วยการเปิดโรงเรียนอบรมธุรกิจออนไลน์พนักงาน จนสามารถเข้าสู่ธุรกิจนี้ทันท่วงที โดยมีการกระจายงานเป็นระบบ แบ่งเป็นภาคต่างๆ ผู้ขายออนไลน์แต่ละภาคจะคัดเลือกสินค้าไปลงขายโดยดูจากรสนิยมความชอบและกำลังซื้อของลูกค้าในพื้นที่
               

      ส่วนเทคนิคการขาย ขึ้นอยู่กับวิธีการของพนักงานแต่ละคน บางคนไลฟ์พูดคุยกับลูกค้า ให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์ บางคนมอบส่วนลดหรือโปรโมชั่นเพื่อดึงลูกค้าใหม่ๆ บางคนก็จัดกิจกรรมทางการตลาด เช่น Flash Sales เป็นต้น และอีกช่องทางการขายอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือผ่าน Douyin แพลตฟอร์มคลิปสั้นที่เป็นโซเชียลมีเดียที่ทรงอิทธิพลสุดในจีนขณะนี้ และมีผู้ใช้งานถึงวันละ 400 กว่าล้านคน ไอดีลจึงเล็งจะใช้ Douyin เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในการสร้างรายได้เข้าบริษัท
 


     ที่มา :
www.fxstreet.com/news/coronavirus-hits-chinas-gold-jewellery-demand-bloomberg-202002120723
https://insideretail.asia/2020/04/07/how-chinese-jeweller-ideal-transformed-staff-into-live-streaming-kols/
 


 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020