สู้วิกฤตให้ฉลาดต้องแบบนี้! ร้านเบอร์เกอร์มาเลย์ขายคูปอง ยิ่งใช้ช้า มูลค่ายิ่งเพิ่ม

by SME Thailand. 22 พค. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 
 

 
Main Idea
 
  • การขายวอชเชอร์ หรือ คูปองล่วงหน้าให้ลูกค้ามาใช้บริการภายหลัง ถือเป็นกลยุทธ์ระดมทุนที่หลายธุรกิจนำมาใช้ แต่ปัญหาที่มักตามมา คือ หากลูกค้าตบเท้ามาใช้บริการพร้อมๆ กันอย่างถล่มทลาย คุณภาพการให้บริการอาจลดลงจนทำให้เกิดความไม่ประทับใจก็ได้
 
  • วันนี้มีตัวอย่างจาก “myBurgerLab” หรือ MBL เป็น ร้านเบอร์เกอร์มาเลเซียที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิดแต่สามารถคิดหาวิธีการขายวอชเชอร์อย่างไรให้คนไม่รีบใช้ ไปติดตามรายละเอียดกัน
 
 
               

     “myBurgerLab” หรือ MBL เป็น ร้านเบอร์เกอร์มาเลเซียที่เปิดบริการเมื่อ 8 ปีก่อน และโด่งดังจากการเป็นแบรนด์แรกๆ ที่จำหน่ายเบอร์เกอร์ชาร์โคลสีดำ อีกทั้งยังรังสรรค์สูตรเบอร์เกอร์ที่ไม่เหมือนร้านไหน กล่าวคือเป็นเบอร์เกอร์ที่ทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น แพตตี้หรือแผ่นเบอร์เกอร์นุ่มชุ่มสอดไส้มาคู่กับแมคแอนด์ชีส และปลาแห้งฝอย ถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมตั้งแต่เปิดร้านจนปัจจุบันขยายไป 6 สาขาแล้ว
               



     MBL เป็นธุรกิจของคนวัยมิลเลนเนียลที่รวมกลุ่มกัน ได้แก่ เหรินอี้ ฉางหมิง วีเคียต และอีก 2 คนที่ลงขันกันเปิดร้านเบอร์เกอร์ที่นอกจากต้องการให้เป็นธุรกิจสร้างรายได้แล้ว ยังต้องการให้ MBL เป็นเสมือนโรงเรียน สถาบัน หรือสถานที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้โมเดลธุรกิจ และบ่มเพาะวัฒนธรรมดีๆ ในการทำงาน เช่น การยอมรับความหลากหลาย และเคารพผู้อื่น ด้วยเหตุนี้ ร้อยละ 70 ของพนักงานที่ร้านจึงเป็นพนักงานไม่ประจำ รวมถึงนักเรียน นักศึกษา หรือบัณฑิตจบใหม่
               

    นอกจากจากเบอร์เกอร์ถูกปากผู้บริโภค การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้งานยังทำให้ MBL ขึ้นแท่นแบรนด์ร้านอาหารในดวงใจอีกร้านหนึ่งของชาวมาเลเซียหลายคน อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการยอมรับเพียงใด แต่ MBL ก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ต่างจากร้านอาหารอื่น เมื่อรัฐบาลออกมาตรการทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่สามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบ  วิธีการรับมือที่ MBL นำมาใช้ก็เหมือนทุกร้านคือเพิ่มบริการสั่งซื้อออนไลน์และจัดส่งถึงบ้าน แต่กลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจของแบรนด์เบอร์เกอร์ท้องถิ่นรายนี้ เห็นจะเป็นการจำหน่าย e-voucher หรือคูปองอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าให้ลูกค้าสามารถซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่ร้าน
               




     “เหรินอี้” หนึ่งในหุ้นส่วนร้านเผยว่า เขาสังเกตว่าร้านอาหารจำนวนมากได้ขายวอชเชอร์หรือคูปองล่วงหน้าเพื่อระดมเม็ดเงิน โดยส่วนใหญ่คูปองที่จำหน่ายจะมีมูลค่ามากกว่าที่ลูกค้าจ่าย 50-100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าควักกระเป๋าจ่ายโดยไม่ลังเล ยกตัวอย่าง ร้าน Kay’s Steak & Lobster ที่ขายวอชเชอร์ 100 ริงกิต และ 300 ริงกิต ซึ่งเมื่อลูกค้าไปใช้บริการก็จะได้อาหารมูลค่ามากกว่านั้น กล่าวคือประหยัดไปได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หรือร้าน Wizards ที่จำหน่ายวอยเชอร์มูลค่า 100 ริงกิต ในราคา 80 ริงกิต โดยลดไป 20 เปอร์เซ็นต์  เป็นต้น
               

    เหรินอี้ มองว่า แม้จะเป็นวิธีการที่ดีในการระดมทุน แต่ปัญหาจะตามมาหากลูกค้าตบเท้ามาใช้บริการพร้อมๆ กันอย่างถล่มทลายทันทีที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการรับมือโควิด ทาง MBL จึงคิดหาหนทางทำให้ลูกค้าชะลอการใช้วอชเชอร์ออกไปให้นานที่สุด หรืออย่างน้อยก็ในเวลาที่กำหนด เมื่อคิดหาวิธีรับมือได้ ทีมผู้บริหาร MBL ก็นำร่องจำหน่าย e-voucher ชุดแรกจำนวน 1,000 ใบ และจำหน่ายหมดรวดเร็วใน 12 ชั่วโมง ทำให้ MBL มีเงินสดเข้ามาทันที 50,000 ริงกิตหรือราว 3.8 แสนบาท
                 




     วอชเชอร์ MBL มีความพิเศษตรงที่ยิ่งลูกค้านำมาใช้ช้ามากเท่าใด มูลค่าของวอชเชอร์ก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ หากใช้ระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ค.จะมีมูลค่า 55 ริงกิต ถ้าใช้เดือน ส.ค.-ต.ค. มูลค่าเพิ่มมาอีก 5 ริงกิต เป็น 60 ริงกิต และถ้าเป็นเดือน พ.ย.-ม.ค. วอชเชอร์จะกลายเป็น 65 ริงกิต สุดท้าย ถ้านำมาใช้เดือน ก.พ.-เม.ย.ปีหน้า ลูกค้ารับไปเต็มๆ 70 ริงกิต นับป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยชะลอไม่ให้ลูกค้ามาใช้บริการพร้อมกันในคราวเดียวที่น่าจะได้ผลโดยมีจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นสิ่งดึงดูด
               

     จากการคาดการณ์ของเหรินอี้ เขาคิดว่า ลูกค้าประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซื้อวอชเชอร์แล้วใช้เลยทันที ราว 40 เปอร์เซ็นต์ ใช้วอชเชอร์ช่วงมีมูลค่า 60-65 ริงกิต 35 เปอร์เซ็นต์ รอสะสมจนถึง 70 ริงกิต แล้วจึงใช้ และ 15 เปอร์เซ็นต์ ซื้อวอชเชอร์แล้วลืมใช้ อย่างไรก็ตาม ทางร้านจะแจ้งเตือนไปยังลูกค้าทุกครั้งที่มูลค่าของวอชเชอร์ได้เพิ่มขึ้น การจำหน่ายวอชเชอร์ล่วงหน้า เป็นกลยุทธ์ที่ไม่เพียงทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ธุรกิจ แต่ยังนำมาซึ่งประโยชน์อื่นๆ เช่น
               






     เป็นการตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและสร้างความภักดีในกลุ่มลูกค้า แน่นอนว่า MBL เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งระดับหนึ่ง และมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว แต่การทำแคมเปญจำหน่ายวอชเชอร์จะเปิดโอกาสให้ทางร้านได้สื่อสารและกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น โดยมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งช่วยบอกต่อหรือประชาสัมพันธ์แคมเปญนี้ให้ด้วย
               

     นอกจากนั้น ยังได้แสดงออกถึงความโปร่งใส จากการที่ผู้บริหาร MBL เปิดเผยข้อมูลทางธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาว่าทางร้านสูญเสียรายได้วันละ 1,000-2,000 ริงกิต เพื่อให้ผ่านพ้นเดือน พ.ค.นี้ไปได้ ทางร้านจะต้องมีเงินทุนหมุนเวียน 50,000 ริงกิต เพื่อต่อลมหายใจของธุรกิจ จึงเป็นที่มาของการจำหน่ายวอชเชอร์มูลค่า 50 ริงกิตจำนวน 1,000 ใบ เมื่อบอกกันซื่อๆ แบบนั้น จึงเรียกความเห็นอกเห็นใจลูกค้าได้ไม่น้อย
               



     เมื่อบวกกับกิมมิกหรือลูกเล่นที่ว่ายิ่งเก็บนาน มูลค่ายิ่งเพิ่ม ทำให้วอชเชอร์จำหน่ายหมดในเวลารวดเร็ว ทั้งนี้ วอชเชอร์ 1 ใบราคา 50 ริงกิต หากเก็บไว้ยังไม่ใช้ มูลค่าจะเพิ่มเฉลี่ย 4.4 เปอร์เซนต์ต่อเดือน ซึ่งถ้าเก็บจนครบ 9 เดือนจนครบอายุการใช้ มูลค่าของวอชเชอร์จะเพิ่มขึ้น 20 ริงกิต เป็น 70 ริงกิตต่อใบ อัตราที่งอกเงยมานั้นดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคารเสียอีก การซื้อวอชเชอร์ของ MBL จึงไม่มีขาดทุน มีแต่จะกำไร เรียกว่าเป็นสถานการณ์ที่วิน-วิน สมประโยชน์ทีเดียวทั้งเจ้าของธุรกิจ และลูกค้า  
               

ที่มา :
https://vulcanpost.com/697655/myburgerlab-e-voucher-investment/
www.malaymail.com/news/eat-drink/2015/07/28/myburgerlabs-teoh-wee-kiat-on-the-recipe-for-success/941139
https://says.com/my/lifestyle/things-you-probably-didn-t-know-about-myburgerlab
www.thestar.com.my/news/nation/2020/04/09/flipping-burgers-and-warming-hearts
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020