คัมภีร์ธุรกิจ! ร้านกาแฟ SME ในอังกฤษ ทำอย่างไรให้ปังท่ามกลาง Red Ocean

by SME Thailand. 03 มิย. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

 

 

Main Idea
 
 
  • แม้ตลาดกาแฟในอังกฤษจะค่อนข้างหนาแน่น และการแข่งขันจะสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเป็นแบรนด์ใหญ่ หรือแบรนด์ข้ามชาติจะมีแต้มต่อเหนือกว่าเสมอไป
 
  • เพราะร้านกาแฟที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกมักเป็นร้านนอกกระแส หรือร้านเล็กที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ เรียกได้ว่าธุรกิจร้านกาแฟในอังกฤษเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้เข้ามาแจ้งเกิดเสมอ
 
  • สำหรับผู้ที่สนใจ ไปดูกันว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟในอังกฤษมีคำชี้แนะอย่างไรบ้างเกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจในตลาดนี้
 
 
               

     ถ้าพูดถึงอังกฤษ หลายคนคงนึกถึงเครื่องดื่มยอดนิยมของประเทศนี้ ซึ่งก็คือ “ชา” นั่นเอง แต่ทราบหรือไม่ว่า “กาแฟ” ก็กำลังกลายเป็นเครื่องดื่มที่มาแรง จากข้อมูลที่รวบรวมโดยผู้จัดงาน London Coffee Festival มีการจำหน่ายกาแฟเกือบ 2,000 ล้านแก้วต่อปีในอังกฤษ ผู้บริโภคราว 85 เปอร์เซ็นต์ ใช้บริการร้านกาแฟอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และธุรกิจกาแฟในประเทศนี้ไม่มีทีท่าชะลอตัวแต่อย่างใด กาแฟคุณภาพดี และร้านกาแฟดีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอังกฤษไปแล้ว  
               




     แม้ตลาดกาแฟในอังกฤษจะค่อนข้างหนาแน่น แต่ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ใช่เจ้าของเชนร้านกาแฟข้ามชาติ หรือแบรนด์ดังระดับโลก ร้านกาแฟที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกมักเป็นร้านนอกกระแส หรือร้านเล็กที่พิถีพิถันและใส่ใจรายละเอียดในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการชง ดังนั้นต่อให้เป็นตลาดน่านน้ำสีแดงหรือ Red Ocean ที่มีการแข่งขันสูง นั่นก็ไม่ได้รับประกันว่าการเป็นแบรนด์ที่ใหญ่กว่าจะดีกว่าเสมอไป เพราะหากนับจำนวนร้านกาแฟทั่วประเทศอังกฤษ จะพบว่าร้านกาแฟอิสระมีจำนวนมากกว่าร้านกาแฟมีแบรนด์คิดเป็นสัดส่วน 2 ต่อ 1 เลยทีเดียว
               

     เรียกได้ว่าธุรกิจร้านกาแฟในอังกฤษเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้เข้ามาแจ้งเกิดเสมอ สำหรับผู้ที่สนใจจับธุรกิจกาแฟ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษได้พูดคุยกับบรรดาผู้ประกอบการร้านกาแฟเกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจในตลาดนี้ และได้ข้อสรุปออกมาดังนี้
 


 
  • อย่ากลัวการแข่งขัน

     ไม่ต้องคิดไปเองว่าเป็นร้านเล็กแล้วจะสู้แบรนด์ใหญ่ไม่ได้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ร้านกาแฟแต่ละร้านคือสิ่งเดียวกับที่ดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้าร้าน “เก๊บ โชเฮต์” เจ้าของร้าน Black Sheep Coffee กล่าวว่า ในการเลือกทำเล เขาชอบด้วยซ้ำที่จะเปิดร้านข้างร้านกาแฟใหญ่ๆ เพราะมั่นใจว่าสู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพกาแฟ และความชำนาญของบาริสต้า ที่สำคัญต้องเลือกด้วยว่าร้านกาแฟที่เราไปเปิดแข่งนั้น ไม่มีอะไรที่เหมือนเรา
               

     ด้าน “เดวิด อับราฮาโมวิตช์” ซีอีโอและผู้ก่อตั้งร้าน Grind & Co เห็นด้วยว่า ปัจจุบันมีลูกค้าจำนวนมากที่ให้ความสนใจคุณภาพและรสชาติของกาแฟ ซึ่งร้านใหญ่บางร้านตอบโจทย์ไม่ได้ ลูกค้ากลุ่มนี้จึงเลือกที่จะเดินเข้าร้านกาแฟเล็กๆ แต่อัดแน่นด้วยคุณภาพมากกว่า



 
  • ทำในสิ่งที่แตกต่าง

     สิ่งที่มาพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟคือยิ่งมี “ผู้เล่น” ในตลาดมาก การแข่งขันที่ดุเดือดก็จะตามมา ถ้าอยากโดดเด่นไม่เหมือนใคร ก็ต้องหาจุดขาย และทำให้แบรนด์แตกต่างจากเจ้าอื่น ดังเช่นร้าน Black Sheep Coffee ที่สร้างชื่อจากการเป็นร้านแรกที่จำหน่ายกาแฟโรบัสต้าคัดเกรด 100 เปอร์เซ็นต์ สวนกระแสความเชื่อของผู้บริโภคที่มองว่ากาแฟอาราบิก้าเท่านั้นที่จะเป็นกาแฟพรีเมียมได้
               

     ด้าน “เจมส์ ดิกสัน” ผู้ก่อตั้งร้าน Workshop Coffee เน้นที่การมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าขณะใช้บริการ โดยร้านของเขาเป็นร้านแรกในลอนดอนที่มีโรงคั่ว ทำให้ลูกค้าได้เห็นอีกขั้นตอนหนึ่งของการผลิตกาแฟ ส่วนร้าน For Grind & Co เป็นร้านที่ขายกาแฟคุณภาพดีในตอนกลางวัน พอตกเย็นก็แปรเป็นบาร์เสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทล และมีการออกแบบเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟ เช่น Espresso Martini ด้วย



 
  • คุณภาพเหนือสิ่งอื่นใด

     เนื่องจากมีร้านกาแฟประเภทคัดสรรเมล็ดกาแฟเป็นพิเศษให้บริการอยู่มาก และลูกค้าสมัยนี้รู้ว่ากาแฟแบบไหนอร่อยหรือไม่อร่อย ร้านกาแฟแนวฮิปๆ คูลๆ อาจดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลองได้ แต่สุดท้ายแล้วถ้ารสชาติไม่ดีจริง หรือไม่ถูกปาก ลูกค้าก็จะไม่กลับมาอีก “โชเฮต์” เจ้าของร้าน Black Sheep Coffee เล่าว่า กาแฟเป็นสินค้าที่ไม่มีความซับซ้อน ถ้ารสชาติดีก็คือดี ลูกค้าประจำที่ร้านส่วนใหญ่ไม่ได้รู้หรอกว่ากว่าจะได้มาซึ่งเมล็ดกาแฟที่ทางร้านนำมาชงให้นั้นผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง แต่พวกเขามาซื้อกาแฟทุกวันเพราะชมชอบในรสชาติและความคงเส้นคงวา กาแฟที่ดีจึงเป็นกาแฟที่ดื่มทุกครั้ง อร่อยทุกครา
 
  • บาริสต้า คือ ปัจจัยสำคัญ

     ลูกค้าต้องการคนชงกาแฟที่รู้ใจพวกเขา จดจำลูกค้าได้และรู้ว่าต้องการอะไร บาริสต้ามีส่วนอย่างมากในการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง และให้บริการด้วยความเป็นมิตรสูง “ฟิล รอส” จากร้าน The Roastery แบ่งปันประสบการณ์ว่า ควรต้องมีการพูดคุยกับบาริสต้าและพนักงานในร้านให้เข้าใจตรงกันว่า สภาพแวดล้อมแบบไหนที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันสร้างขึ้นมา เพื่อนำมาซึ่งความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำจนกลายเป็นลูกค้าประจำ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ บางทีก็หาไม่ได้จากร้านกาแฟขนาดใหญ่   



 
  • ธุรกิจที่ดูแลแบบ 24/7

     ร้านกาแฟเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในสายงานบริการ การพลิกป้าย “Closed”  เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดการให้บริการ ไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างจะหยุดนิ่งตามไปด้วย  ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ คนที่เป็นเจ้าของร้านต้องไม่หยุดพัฒนา ไฟในการทำงานควรต้องลุกโชนตลอด ต้องคิดหาหนทางทำให้ธุรกิจเติบโต และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้
               

     เหล่านี้ถือเป็นคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่แม้จะเป็นตลาดที่ถูกมองว่าเริ่มอิ่มตัวและการแข่งขันก็สูง แต่ถ้ามองเห็นโอกาส ช่องทางสร้างรายได้ก็ไม่ถูกปิดตายเสียทีเดียว
 

ที่มา :
www.theguardian.com/small-business-network/2015/may/14/how-to-start-coffee-shop-business
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ฟินแลนด์เจ๋ง! ออกแสตมป์รักษ์โลก เปลี่ยนสีได้ตามสภาพภูมิอากาศ

จากการค้าธุรกิจออนไลน์ที่เติบโตเพิ่มมากขึ้น “ไปรษณีย์ฟินแลนด์” หนึ่งในหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลระบบโลจิสติกส์จึงได้คิดออกอุบายทำชุดแสตมป์เปลี่ยนสีได้..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​Saorsa 1875 โรงแรม Vagan เต็มสูตร เที่ยวหรูได้ไม่ขัดศรัทธาสาวกวีแกน

โรงแรม Saorsa 1875 ในเมืองสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นโรงแรมวีแกนแห่งแรกของสหราชอาณาจักร ที่นี่หรูหราและแสนสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์แม้แต่น้อย เรี..

by SME Thailand.| 29 ตค. 2020

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020