สวยรักษ์โลก! RE:ERTH กลายร่างบรรจุภัณฑ์สกินแคร์ สู่น้ำมันดีเซลได้สุดเจ๋ง

by SME Thailand. 11 มิย. 2020
Share:
TEXT : รุจรดา วัฒนาโกศัย





Main Idea
 
 
  • การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้นยุ่งยากกว่าที่คนทั่วไปคิด ไม่ใช่แค่โยนขวดหรือหลอดลงถังขยะให้ถูกเท่านั้น แต่ยังต้องทำความสะอาดและคัดแยกประเภทของพลาสติกก่อนด้วย ทว่าจะมีสักกี่คนที่ยอมทำ ส่งผลให้พลาสติกถูกโยนทิ้งไว้ในกองภูเขาขยะมากกว่าจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
 
  • แบรนด์สกินแคร์ RE:ERTH ในสิงคโปร์ จึงหาวิธีรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางพลาสติกโดยตัดขั้นตอนยุ่งยากเหล่านั้นออกไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าการการทำลายขยะพลาสติก แต่ยังได้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันดีเซลมาใช้อีกด้วย 



 
      จากสถิติของประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบัน มีพลาสติกที่ถูกนำมารีไซเคิลเพียงแค่ 4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าในจำนวนนั้นจะนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะเอาเข้าจริงแล้วการจะรีไซเคิลขวดหรือหลอดบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์อย่างถูกต้องนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าที่คิด โดยจะต้องทำความสะอาดและคัดแยกประเภทของพลาสติกเสียก่อน เพราะฝาและตัวขวดอาจเป็นพลาสติกคนละชนิดกัน ซึ่งคงมีผู้บริโภคน้อยคนนักที่จะทำ และเจ้าหน้าที่ผู้จะมาคัดแยกขยะจำนวนมหาศาลขนาดนี้คงไม่เพียงพอ ฉะนั้นแล้ว ต่อให้โยนหลอดสกินแคร์ลงถังขยะถูกประเภท ก็มีโอกาสที่จะถูกโยนทิ้งไว้ในกองภูเขาขยะมากกว่าจะนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
 


 
  •       หาทางไปต่อให้ขยะพลาสติก


      “RE:ERTH” แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสัญชาติสิงคโปร์ ร่วมมือกับ Singaporean waste management firm Environmental Solution Asia (ESA) ริเริ่มรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางพลาสติกที่ใช้แล้วให้กลายเป็นเชื้อเพลิงน้ำมัน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเอาชนะอุปสรรคในการรีไซเคิลพลาสติกแบบเดิมๆ โดยที่ไม่ต้องทำความสะอาดและคัดแยกพลาสติกให้ยุ่งยากอีกต่อไป ทั้งนี้ทางแบรนด์จะรับคืนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด ไม่ว่าบรรจุภัณฑ์นั้นจะมีส่วนประกอบของกระจก สปริง หรือกระทั่งหินอ่อนก็ตาม แล้วส่งต่อให้กับ ESA นำพลาสติกไปรีไซเคิลด้วยความร้อนสูง (Superheat) เพื่อผลิตน้ำมันดิบและปรับแต่งเป็นน้ำมันดีเซลต่อไป
              





        โครงการนี้ส่งผลดีใน 2 แง่มุม นั่นคือ 1. ได้ทำลายขยะจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก และ 2. อาจจะลดการขุดเจาะเหมืองลง เพราะพลาสติกสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบสำรองสำหรับการผลิตน้ำมันแม้เล็กน้อยก็ตาม ที่สำคัญคือกระบวนการทั้งหมดจะทำภายในประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการส่งออกขยะพลาสติกสู่นอกประเทศนั่นเอง อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น กฎระเบียบ ปริมาณพลาสติกที่สามารถรวบรวมได้ และต้นทุนการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะหากระหว่างการผลิตหรือขนส่งทำให้ Carbon footprint สูงขึ้น กระบวนการนี้ก็คงไม่เป็นประโยชน์
 



 
  • ตอบแทนผู้บริโภครักษ์โลก
              

       ในมุมของการตลาด ทางแบรนด์มอบคะแนนตอบแทนสำหรับผู้บริโภคที่นำขวดหรือหลอดมาส่งคืน ซึ่งไม่ใช่แค่สินค้าของ RE:ERTH เท่านั้น แต่รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติกของแบรนด์อื่นๆ ด้วย โดยสามารถส่งคืนขยะพลาสติกได้ที่ Design Orchard และ TheAC ในสิงคโปร์ และเตรียมตัวจะเปิด Pop Up Store ที่ห้างสรรพสินค้า Tangs หลังเหตุการณ์ COVID-19 ผ่านพ้น เพื่อให้โครงการเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
 
              




        นับเป็นอีกวิธีประกาศเจตนารมณ์เพื่อโลกของแบรนด์ ที่เริ่มจากความรับผิดชอบในการทำธุรกิจของตัวเอง เมื่อมีส่วนสร้างขยะ ก็หาทางกำจัด หรือไปสู่ทางออกอื่นที่จะช่วยโลกและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่คืนกลับมาสู่แบรนด์ ก็คือการมีภาพลักษณ์ที่ดี และยังจะได้แรงเชียร์สุดใจจากผู้บริโภคและสังคมอีกด้วย ผู้ประกอบการไทยก็สามารถนำแนวคิดดีๆ แบบนี้ไปใช้ได้นะ
 





ที่มา : www.cosmeticsdesign-asia.com
 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020