จะไม่ทนให้เอาเปรียบ! ร้านอาหารในจีนพลิกกลยุทธ์ รับออร์เดอร์เอง-ส่งเองสู้แอป Delivery

by SME Thailand. 03 กค. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
 
  • จากการวิเคราะห์ของศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ตจีน (DCCI) ปี 2019 ที่ผ่านมา เกือบครึ่งของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศจีน ใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ โดยร้อยละ 67 เลือกใช้แอป Meituan
 
  • แต่ทว่าบรรดาเจ้าของร้านอาหารเริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้านแอปหลักๆ ได้แก่ Meituan กับ Ele.me ที่มองว่ากำลังผูกขาดตลาด และหักเปอร์เซ็นต์จากร้านค้ามากเกินไป
 
  • ด้วยเหตุนี้หลายร้านจึงตีตัวออกห่าง ไปดูกันว่าแต่ละร้านใช้วิธีการแบบไหนทำธุรกิจ Food Delivery ให้อยู่รอด



      แอปพลิเคชันที่ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์และส่งถึงบ้านในจีนกำลังเผชิญกับปฏิกิริยาด้านลบจากบรรดาร้านอาหาร สาเหตุมาจากการถูกหักเปอร์เซ็นต์สูงเกินไป โดยจดหมายเปิดผนึกของสมาคมร้านอาหารของจีนเผยตัวเลขการหักเปอร์เซ็นต์จากร้านค้าของผู้ให้บริการ Food Delivery รายใหญ่ของจีน 2 ราย ได้แก่ Meituan และ Ele.me โดยหักมากสุด 23 และ 20 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับของทุกการสั่งซื้อ ส่งผลให้ร้านอาหารจำนวนมากขึ้นสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ขึ้นมาเองเพื่อรับคำสั่งซื้อ แล้วจ้างบริษัทข้างนอกจัดส่งอาหารไปยังลูกค้าให้
              





       “ไมค์ หว่อง” เจ้าของร้าน Hong Kong Grassroots Canteen ซึ่งมี 2 สาขาในปักกิ่ง แสดงความเห็นว่าเปอร์เซ็นต์ที่ถูกหักไปมีความหมายมากสำหรับร้านอาหารเล็กๆ อย่างร้านของเขามีกำไรสุทธิแค่ 10-15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นหมายความว่า หากมีออร์เดอร์เข้ามา กำไรทั้งหมดเท่ากับยกให้ Meituan หว่อง ยังกล่าวอีกว่า ที่ปักกิ่ง ลูกค้าจำนวนมากชอบสั่งออนไลน์ แม้กระทั่งชานมแก้วเดียว หรือบะหมี่เกี๊ยว 1 ชามก็สั่งให้ไปส่ง แต่การคิดค่าคอมมิสชั่นของแอปสั่งอาหารนับเป็นออร์เดอร์ ไม่ได้ดูจากปริมาณอาหาร หรือระยะทางที่จัดส่ง เป็นการหักแบบเท่ากันหมดไม่ว่าจะเป็นออร์เดอร์ใหญ่หรือเล็กทำให้ทางร้านแทบไม่เหลืออะไร
                





       นอกจากนั้น ค่าอาหารที่ลูกค้าชำระผ่านแอป ทางแอปจะรวบจ่ายให้ร้านค้าในเดือนถัดไป ซึ่งทำให้ร้านเล็กสายป่านไม่ยาว ไม่มีเงินสดหมุนเวียน หว่อง มองว่าเงื่อนไขเหล่านี้ไม่เป็นธรรมสักเท่าไร ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหันมารับออร์เดอร์จากลูกค้าเอง และใช้บริการ FlashEx ผู้ให้บริการส่งสินค้าภายในเขตเมืองเป็นผู้จัดส่งอาหารให้ลูกค้า หว่อง กล่าวอีกว่าในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ลูกค้าเป็นคนจ่ายค่าส่งเอง แต่ที่จีน หากบวกค่าส่ง ลูกค้าก็ไม่ซื้อ หว่องจึงส่งอาหารด้วย FlashEx ที่คิดค่าส่งตามระยะทาง ราคาต่อเที่ยวไม่เกิน 5 กิโลเมตร ค่าส่งประมาณ 10 หยวน ซึ่งถูกกว่า Meituan มาก
              




        เจ้าของร้านอาหารในจีนจำนวนมากขึ้นที่กำลังต่อต้านการผูกขาดตลาดของแอปส่งอาหารไม่กี่ราย หว่องก็เป็นหนึ่งในนั้น จากการวิเคราะห์ของศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ตจีน (DCCI) ปี 2019 ที่ผ่านมา เกือบครึ่งของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ โดยร้อยละ 67 เลือกใช้แอป Meituan เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแอปส่งอาหารรายใหญ่เข้มข้นขึ้นในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนัก
              
       

       ในเดือนเมษายนสมาคมร้านอาหารในกวางตุ้งได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง Meituan เรียกร้องให้หักเปอร์เซ็นต์น้อยลง และยกเลิกการบีบบังคับให้รานค้าต่างๆ ลงนามในสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ก่อนหน้านั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สมาคมร้านอาหารในเมืองฉงชิ่ง รวมถึงในหลายมณฑล อาทิ เหอเป่ย ยูนนาน และ ชานตง ก็ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง Meituan และ Ele.me เพื่อเรียกร้องในหัวข้อคล้ายกัน
              

       เจ้าของร้านอาหารในปักกิ่งร้านหนึ่งซึ่งไม่เผยชื่อกล่าวว่าเขาต้องใช้วิธีแอบหย่อนนามบัตรร้านลงในถุงอาหารที่ส่งให้ลูกค้าโดยระบุช่องทางการสั่งอาหารที่ไม่ผ่านแอปพร้อมส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ หากมีออร์เดอร์เข้ามาก็ให้พนักงานในร้านไปส่ง เจ้าของร้านรายนี้เล่าว่าช่วงโควิดระบาดหนัก ต้องปิดบริการในส่วนของการรับประทานที่ร้าน เขาจึงสร้างเพจขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าสั่งอาหารผ่านเพจ นอกจากนั้น ในเพจของทางร้านยังเผยแพร่คลิปการปรุงบะหมี่แบบต่างๆ เพื่อดึงให้คนติดตาม
              




       ด้าน “หลิว จิ้งจิง” ผู้ก่อตั้งเชนร้านโจ๊ก Porridge Jiahe ที่มีกว่า 100 สาขาทั่วจีนให้สัมภาษณ์ว่าทางร้านไม่ลงทะเบียนกับแอปส่งอาหารรายใหญ่ แต่พัฒนาแอปเป็นของตัวเอง และเป็นเวอร์ชั่นที่เอื้อให้พนักงานสามารถพูดคุยสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิสชั่นให้แอปอื่น ในขณะนี้ มีลูกค้าดาวน์โหลดแอปของร้านไปแล้วกว่า 2 ล้านราย และทางร้านใช้บริการ Dada ซึ่งเป็นบริษัทข้างนอกในการจัดส่งอาหารให้ 
              

       ขณะเดียวกันโฆษก Meituan ออกมาเปิดเผยว่าในปี 2019 มีร้านค้าลงทะเบียนกับทางแอปมากกว่า 3 ล้านร้าน และ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ของร้านค้าเหล่านั้นจ่ายค่าคอมมิสชั่นให้กับแอป 10-20 เปอร์เซ็นต์ “ตัวเลขที่มีการหักเปอร์เซ็นต์นั้นต่ำกว่าที่พูดถึงกัน ทั้งนี้ สิ่งที่ทางแอปให้ความสำคัญคือบริการที่ดี คุณค่าของร้านค้า และรายได้ของไรเดอร์ หรือผู้ส่งอาหาร หลังจากเปิดบริการ Meituan บริษัทก็ขาดทุนเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน เพิ่งจะปี 2019 นี่เองที่บริษัทเข้าสู่จุดคุ้มทุน ถึงกระนั้น กำไรต่อการจัดส่งแต่ละรอบต่อออร์เดอร์ก็ไม่ถึง 0.2 หยวน คิดเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมดเท่านั้น
              





       โฆษก Meituan ยังกล่าวอีกว่า รายได้ส่วนใหญ่ บริษัทนำไปต่อยอดช่วยเหลือร้านค้าให้พัฒนาบริการได้ดียิ่งขึ้น ช่วงโควิดระบาด และธุรกิจได้รับผลกระทบ บริษัทก็ได้ปรับลดการหักคอมมิสชั่นเหลือ 3-5 เปอร์เซ็นต์ และมีร้านค้ากว่า 600,000 ร้าน ได้ประโยชน์จากตรงนี้ ส่วนที่เมืองอู๋ฮั่นซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด บริษัทก็ละเว้นการหักเปอร์เซ็นต์จากร้านค้าจนกระทั่งมีการคลายล็อกดาวน์เมื่อเดือนเมษายน และที่มณฑลกวางตุ้ง บริษัทมอบส่วนลดและเงินอุดหนุนให้กับร้านค้า รวมแล้วเป็นเงินกว่า 100 ล้านหยวน
              

        โฆษก Ele.me ก็ออกมาชี้แจงว่านับตั้งแต่เกิดโรคระบาด ทางบริษัทก็ได้ยกเว้นการหักเปอร์เซ็นต์จากร้านค้าไปทั้งหมด 4 รอบด้วยกัน ทั้งยังให้ความช่วยเหลือร้านค้าด้วยการทำการตลาด และประชาสัมพันธ์ธุรกิจให้ เช่น การจัดทำป้ายบิลบอร์ดกลางแจ้ง การโฆษณาผ่านรายการโทรทัศน์ในโรงแรม และช่องอื่นๆ รวมถึงการเปิดคอร์สออนไลน์ให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะการอยู่รอดของธุรกิจ และเปิดแพลตฟอร์มรองรับพนักงานร้านอาหารที่ต้องการผันมาเป็นไรเดอร์หรือคนส่งอาหาร เป็นต้น
 
 
      ที่มา :
www.scmp.com/lifestyle/food-drink/article/3088427/chinese-food-delivery-apps-face-backlash-restaurants-tired
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020