“ขิ่น ขิ่น ซัน” จากแม่ค้าริมทาง สู่เจ้าของเชนร้านซีฟู้ดและธุรกิจค้าส่งอาหารทะเลชื่อดังในเมียนมา

by SME Thailand. 20 กค. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
 
  • นี่เป็นเรื่องราวของหญิงสาวจากรัฐยะไข่ที่เดินทางจากถิ่นเกิดมาแสวงหาโอกาสใหม่ในเมืองใหญ่อย่าง ย่างกุ้ง เธอเริ่มจากเป็นลูกจ้างร้านอาหารเล็กๆ ก่อนเปิดเพิงขายก๋วยเตี๋ยวปลาสูตรประจำครอบครัว
 
  • กว่าจะก้าวสู่การเป็นเจ้าของเชนร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังในนครย่างกุ้งถึง 9 สาขา รวมถึงธุรกิจร้านค้าส่งอาหารทะเลอีก 4 สาขา “ขิ่น ขิ่น ซัน” ผู้ที่เคยไม่รู้จักระบบธนาคารมีวิธีคิดอย่างไร ไปติดตาม
 


               
     บริบทชีวิตของ “ขิ่น ขิ่น ซัน” นักธุรกิจหญิงชาวเมียนมาวัย 46 ปี ก็ไม่ต่างจากใครหลายคนที่เดินทางจากบ้านเกิดไปแสวงหาชีวิตและลู่ทางทำกินที่ดีกว่าในเมืองใหญ่ หลายคนอาจชีวิตไม่เป็นอย่างที่ฝัน แต่ซันเป็นหนึ่งในผู้แสวงโชคที่ประสบความสำเร็จ สามารถไต่เต้าจากแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเล็กๆ จนกลายเป็นเจ้าของเชนร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังในนครย่างกุ้งถึง 9 สาขา รวมถึงธุรกิจร้านค้าส่งอาหารทะเลอีก 4 สาขา ธุรกิจของเธอสร้างรายได้ราว 120 ล้านจั๊ต หรือเกือบ 2.8 ล้านบาทต่อเดือน ถือว่ามาไกลมากสำหรับแม่ค้าร้านอาหารข้างทางคนหนึ่ง



               

     ย้อนกลับไปที่รัฐยะไข่เมื่อปี 1987 ซัน ซึ่งอยู่ในวัย 13 ปี เริ่มต้นเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวปลา (Mont ti fish soup) อาหารยอดนิยมประจำถิ่นใต้ต้นมะขามในหมู่บ้านของเธอ ขายตั้งแต่เช้า ประมาณเที่ยงๆ ก็หมด ชีวิตคงดำเนินอย่างเรียบง่ายไปเช่นนั้นต่อไปหากไม่ใช่เพราะการตัดสินใจของมารดาที่ทำให้ชะตาชีวิตของซันเปลี่ยนแปลงไปตลอด
               

     ในปี 1999 ซัน มีอายุ 25 ปี มารดาได้ชักชวนเธอและน้องสาวย้ายจากรัฐยะไข่ไปยังย่างกุ้งซึ่งตอนนั้นยังเป็นเมืองหลวงของประเทศ การย้ายถิ่นครั้งนั้นเกิดจากการติดตามครอบครัวคุณป้าที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ครอบครัวของขิ่น ขิ่น ซันมาถึงย่างกุ้งพร้อมกับเงินออมเพียง 150,000 จั๊ต (ราว 3,400 บาท) กับสูตรก๋วยเตี๋ยวปลาประจำตระกูล



               

     ซัน แม่ และน้องสาวเริ่มงานด้วยการเป็นลูกจ้างคุณป้าของเธอที่แผงขายก๋วยเตี๋ยวนาน 2 เดือน หลังจากตั้งหลักได้ก็คิดทำธุรกิจของตัวเอง ด้วยความช่วยเหลือของคนงานก่อสร้างที่นำป้ายโฆษณาไม่ใช้แล้วมาสร้างเป็นเพิง ทำให้ครอบครัวของซันได้เปิดขายก๋วยเตี๋ยวปลาเป็นครั้งแรก แต่ทุกอย่างไม่เป็นเช่นที่คิด อาหารของเธอขายไม่ดี ด้วยทุนรอนที่มีจำกัดก้อนสุดท้าย เธอกัดฟันเปิดร้านใหม่อีกครั้งโดยย้ายทำเลไปยังย่านที่มีคนจากยะไข่พักอาศัยหนาแน่น
               

      ผลคือร้านของเธอซึ่งตั้งอยู่ข้างถนนขายดีมากเนื่องจากเป็นอาหารที่คุ้นเคยของชาวยะไข่พลัดถิ่น และสิ่งที่แตกต่างคือในขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาร้านอื่นเตรียมวัตถุดิบตั้งแต่กลางคืนเพื่อขายในตอนเช้า แต่ซันสั่งวัตถุดิบจากยะไข่โดยตรง ขนส่งโดยรถประจำทางตอนกลางคืนมาถึงย่างกุ้งตอนเช้า วัตถุดิบของเธอจึงสดใหม่ ลูกค้าชมชอบมากกว่าร้านอื่น



               

     ความสำเร็จแรกมาเยือนพร้อมๆ กับอุปสรรคเมื่อมีเสียงร้องเรียนว่าร้านของเธอกีดขวางจราจร ทำให้รถยนต์ที่สัญจรไปมาไม่สามารถจอดได้ ซันตัดสินใจย้ายจากเพิงข้างถนนไปเช่าพื้นที่ในอาคารที่อยู่ใกล้ๆ หลังจากเปิดร้าน “มิน ลาน” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับถนนที่ตั้งร้าน นอกจากก๋วยเตี๋ยวปลา ร้านเธอยังเพิ่มเมนูอาหารทะเลอื่นๆ ทำให้เธอมีเงินเก็บเดือนละ 75,000 จั๊ต (ราว 1,700 บาท) โดยเธอรวบรวมไว้ซื้อทองคำเก็บไว้เพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบธนาคาร 
               
 
     เนื่องจากคุณปู่เป็นชาวประมง บ้านเกิดก็อยู่ใกล้ฝั่งทะเลเบงกอล ซัน และ ขิ่น ขิ่น พยู ผู้เป็นน้องสาวจึงมีความรู้และเชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลพอสมควร พวกเธอพบว่าอาหารทะเลที่ขายตามตลาดในย่างกุ้งไม่สด ไม่ได้คุณภาพ ซันจึงเลือกสั่งอาหารทะเลจากชาวประมงในรัฐยะไข่ส่งตรงถึงย่างกุ้งด้วยรถทัวร์ด่วน เธอใช้บริการแบบนี้นานหลายปี หลังจากตัดสินใจขยายร้านสาขา 2 เธอจึงซื้อรถบรรทุกห้องเย็นเพื่อขนส่งอาหารทะเลโดยเฉพาะ



               

     ปี 2010 ซัน เรียนรู้ระบบธนาคารจนเข้าใจ เธอยื่นเรื่องขอสินเชื่อธนาคารเพื่อขยายธุรกิจร้านอาหาร “มิน ลาน” ไปยังทำเลที่ดีที่สุดคือใกล้ทะเลสาบอินยา แหล่งพักผ่อนของชาวย่างกุ้ง จากนั้น ร้านอาหารทะเล “มิน ลาน” ก็ขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ระหว่างปี 2012-2019 ขยายเพิ่มอีก 5 ร้านในย่างกุ้ง อีก 1 สาขาในยะไข่ รวมทั้งหมด 9 สาขาด้วยกัน และมีนักลงทุนต่างชาติมาทาบทามให้ไปเปิดสาขาในต่างประเทศ เช่น ไต้หวันด้วย บ้างก็แนะนำให้ทำระบบแฟรนไชส์ แต่ซันปฏิเสธเนื่องจากยังต้องการควบคุมคุณภาพอาหารเองเพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ  
               

     ร้านอาหารของซันไม่ได้ขายแค่ก๋วยเตี๋ยวปลาอย่างเดียว แต่มีเมนูอาหารทะเลอื่น ๆ ให้เลือก อาทิ แกงปู ปลาเก๋านึ่ง ยำหมึก ซุปหอย และกุ้งลายเสือเผา เป็นต้น จากร้านอาหารข้างทางเล็ก ๆ ปัจจุบัน ซันและสามีได้ช่วยกันบริหารร้านอาหารซีฟู้ด 9 สาขา รวมถึงร้านขายส่งอาหารทะเล 4 สาขา เธอกล่าวว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องใช้ความตั้งใจจริง และกำลังใจอันเข้มแข็งอย่างมาก ทุกครั้งที่ทำอะไร ซันมักเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าสิ่งที่ตัดสินใจลงไปจะกลายเป็นเดิมพันว่าจะรอด หรือจะร่วง ทำให้เธอค่อนข้างระมัดระวังกับการตัดสินใจ



               

     แน่อนอนว่าร้านอาหารของเธอซึ่งมีลูกจ้างราว 600 คน ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ก่อนหน้านั้นมีลูกค้าใช้บริการวันละกว่า 3,000 คน ช่วงเกิดการระบาด ร้านต้องปิดบริการชั่วคราวตามมาตรการของรัฐ ประชาชนถูกขอให้อยู่ที่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ซันพลิกกลยุทธ์ด้วยการเปิดเพจในเฟซบุ๊กสาธิตการปรุงอาหารเมนูต่างๆ โดยใช้วัตถุดิบจากร้านอาหารทะเลของเธอ และเปิดช่องทางให้ลูกค้าได้สั่งวัตถุดิบไปปรุงเองที่บ้าน
               

      หลังวิกฤตโควิดคลี่คลายลง ร้านค้าเปิดบริการได้ตามปกติ แม้ลูกค้าอาจไม่คึกคักเหมือนเดิม แต่ ร้าน “มิน ลาน” ก็ได้ปรับตามวิถีใหม่ รวมถึงการทำฉากกั้นบนโต๊ะอาหาร และการวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนเข้าร้าน คาดว่าอาจใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
  

     ที่มา :
https://asia.nikkei.com/Life-Arts/Life/Street-vendor-builds-Yangon-s-top-seafood-chain
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​“BUIH” สบู่ทำฟองจากตลาดสด ที่ไต่ระดับสู่โรงแรม 5 ดาว เอาชนะแบรนด์ดังได้ฉลุย

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น...เหมือนเช่นกับ “BUIH” บาธบอมบ์ หรือสบู่ทำฟองในอ่างน้ำ ที่เริ่มต้นจากการขายในตลาดนัดและสร้างค่านิยมให..

by SME Thailand.| 16 กย. 2020

​สินค้าสัตว์เลี้ยงสุดหรูมาแรง! ปลุกตลาดจีนคึกคัก คาดอีก 2 ปีโต 2 แสนล้าน

ยูโรมอนิเตอร์ หน่วยงานจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกระบุปี 2017 ที่ผ่านมา ผู้บริโภคในจีนใช้จ่ายไปกับสินค้าและบริการเพื่อสัตว์เลี้ยงคิดเป็นตัวเลข ..

by SME Thailand.| 15 กย. 2020

​เก๋สุดในอาเซียน! แบรนด์ Island Creamery ไอศกรีมโฮมเมดในตำนานที่ชูความเป็น “รสชาติสิงคโปร์”

“การลงมือก่อนย่อมได้เปรียบกว่า” เป็นคำกล่าวที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นจริงอย่างมากสำหรับธุรกิจใดก็ตามที่บุกเบิกตลาดเป็นเจ้าแรก เพราะจะทำให้แบรนด์เป็นที..

by SME Thailand.| 15 กย. 2020