5 อีโครีสอร์ต ที่อยู่รอดได้ในช่วงโควิดเพราะเป็นมิตรกับโลก

by SME Thailand. 30 กค. 2020
Share:
TEXT  : รุจรดา วัฒนาโกศัย





Main Idea
 
 
  • เมื่อการท่องเที่ยวหยุดชะงักในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 โรงแรมและรีสอร์ตบางแห่งใช้เวลาที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพัก โฟกัสไปที่การเก็บเกี่ยวผลผลิตในฟาร์มที่เคยเป็นเพียงพื้นที่สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า มาเลี้ยงดูพนักงานและขายให้กับคนในเมืองใกล้เคียง
 
  • ขณะเดียวกัน รีสอร์ตหลายแห่งระดมทีมงานมาปรับปรุงพื้นที่ให้กลายเป็นรีสอร์ตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมตัวรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาในอนาคตอันใกล้




      แม้ว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคนทั่วโลกจะเก็บตัวอยู่ในบ้านเพื่อยับยั้งการระบาด ไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เหมือนปกติ อาจเป็นโชคดีของรีสอร์ตและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พวกเขามีสวนผลไม้ มีฟาร์มปศุสัตว์ที่เคยป้อนผลผลิตออร์แกนิกผลิตเป็นอาหารให้กับแขก แต่ตอนนี้ผลผลิตจากฟาร์มเหล่านี้ถูกนำไปหล่อเลี้ยงชุมชนใกล้เคียง บางแห่งสามารถสร้างรายได้ช่วยประคับประคองธุรกิจในภาวะเช่นนี้ได้


      นี่คือ 5 แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่อยู่รอดได้ในช่วงวิกฤตแม้ไม่มีนักท่องเที่ยวแม้สักคนเดียว
 
 


 
  • Gibbs Farm ฟาร์มออร์แกนิกในแทนซาเนีย
              

       Gibb’s Farm เป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในแทนซาเนีย ทวีปแอฟริกา ที่ใช้พื้นที่กว่า 80 เอเคอร์บนเนินเขาใกล้ปล่องภูเขาไฟเพื่อปลูกกาแฟ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ สมุนไพร รวมถึงฟาร์มเลี้ยงโคนมและสุกรบนพื้นฐานของวิธีทำฟาร์มแบบยั่งยืน และยังเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศสำหรับผู้สนใจ
              




      โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายนของทุกปีเป็นช่วงเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแล้วนำมาคั่วแบบออร์แกนิก กระบวนการทั้งหมดนี้ต้องดำเนินไปแม้กระทั่งตอนที่ต้องปิดทำการชั่วคราวก็ตาม ดังนั้น ผลิตผลทั้งหมดจากฟาร์มทั้งถูกนำมาเลี้ยงทีมงานในฟาร์ม ทุกคนจะได้รับตะกร้าหนึ่งใบเพื่อใส่วัตถุดิบจากฟาร์มกับไปกินที่บ้านในทุกๆ สัปดาห์โดยไม่ต้องควักเงินจ่าย เป็นวิธีการดูแลพนักงานและบริหารทรัพยากรไม่ให้เสียเปล่า
 




 
  • Within the Wild
              

      Within the Wild รีสอร์ตที่นำเสนอประสบการณ์แบบผจญภัยในป่า พวกเขาปลูกพืชผลในพื้นที่รีสอร์ต ตกปลา และล่าสัตว์ในบริเวณป่าโดยรอบมาดำรงชีวิต วัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในครัวมาจากสวนเรือนกระจกที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับเพิ่มอุณหภูมิในโรงเรือน การใช้เรือนกระจกจะช่วยปรับสภาพอากาศให้สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้รีสอร์ตยังอยู่ใกล้กับ  the Kachemak Bay State Park ซึ่งเป็นแหล่งอาหารทะเลของแถบนั้น
              





      ในระหว่างที่ต้องหยุดพักการให้บริการ พนักงานของรีสอร์ตมีเวลาเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น การเลี้ยงกุ้ง หาอาหาร ทำชาหมัก ทำของดอง และทำไส้กรอก แล้วนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้กลับไปกินกับครอบครัว พวกเขาจึงใช้ชีวิตอยู่ได้สบายๆ แม้จะไม่มีรายได้เข้ามาก็ตาม
 


 
  • The Newt in Somerset
              

      โรงแรมและสปาในพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เป็นที่รู้จักเรื่องพื้นที่การเกษตรที่เฟื่องฟูมากว่า 300 ปี และเป็นที่พักตากอากาศหรือบ้านหลังที่ 2 สำหรับคนเมืองที่ต้องการความสงบ ในช่วงที่เปิดให้บริการ แขกที่มาพักจะได้สัมผัสประสบการณ์การลงมือทำสวนอินทรีย์และเลี้ยงผึ้ง แต่ช่วงที่ต้องหยุดให้บริการ คนงานยังต้องปลูกและเก็บเกี่ยวหลายครั้งต่อสัปดาห์ คนงานเลี้ยงผึ้งก็ยังต้องดูแลผึ้งและเก็บน้ำผึ้งเป็นประจำ
              




      ในเมื่อมีผลผลิตอยู่ในมือมากมาย พวกเขาหันมาโฟกัสการทำธุรกิจเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านใกล้เคียงด้วยการรวบรวมขายสินค้าเหล่านั้นขายให้กับผู้คนในเมืองใกล้เคียงโดยไม่คิดค่าส่ง สินค้าที่ขายมีตั้งแต่พืชผักสดๆ จากสวน เนื้อ ครีม เบเกอรี และน้ำผึ้ง รวมถึงสินค้าอื่นๆ จากเกษตรกรและช่างฝีมือในท้องถิ่น
              




 
  • Guana Island
              

      ครอบครัว Jarecki ซื้อเกาะ Guana ในปี 1975 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับและปรับปรุงเกาะให้สะดวกสบายขึ้น โดยที่ยังคงประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของเกาะนี้ไว้ส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป พวกเขาสร้างรีสอร์ตขึ้นบนใจกลางเกาะ รอบเกาะมีชายหาดถึง 7 หาด และสวนผัก สมุนไพร และผลไม้เมืองร้อนนานาชนิด เช่น มะพร้าว มะม่วง มะละกอ พวกเขาทำฟาร์มเลี้ยงไก่ที่ออกไข่ทุกๆ วัน และจับปลาในทะเล อาหารทุกจานที่เสิร์ฟให้ผู้เข้าพักจึงปรุงด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มออร์แกนิก
              





      ช่วงการระบาดของโควิด-19 หน้าเว็บไซต์ของ Guana Island ประกาศงดรับลูกค้า พนักงานบางส่วนยังอยู่บนเกาะเพื่อดูแลพืชผลและรักษาระบบการทำงาน ขณะที่อีกส่วนกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวโดยไม่ถูกเลิกจ้าง แม้จะเป็นเกาะปิด ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก แต่พวกเขายังสามารถดำรงชีวิตอยู่บนเกาะได้ โดยที่ระหว่างนั้นเชฟได้ทดลองทำอาหารเมนูใหม่ๆ เพื่อเตรียมเสิร์ฟให้กับแขกที่จะกลับมาในวันที่  1 ตุลาคมนี้
              



 
  • Carmel Valley Ranch
              

       รีสอร์ตที่มีพื้นที่ขนาด 500 เอเคอร์ในรัฐแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในด้านเกษตรอินทรีย์ ที่นี่มีไร่องุ่น นาเกลือ ฟาร์มไก่ โรงนา และฟาร์มโคนม ที่ผลิตนมสด ครีม และชีสสด เสิร์ฟให้แขกได้เพลิดเพลินระหว่างการเข้าพัก
              




      เมื่อรีสอร์ตปิดให้บริการ พนักงานจำนวนหนึ่งยังคงทำงานเพื่อดูแลฟาร์มไก่ แพะ และผึ้ง พวกเขายังคงเก็บน้ำผึ้ง ปลูกมะเขือเทศและแตงเพื่อใช้ในอนาคต พร้อมทั้งปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในรีสอร์ตให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้นสำหรับสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่จะเข้ามาพักเมื่อโควิด-19 จบลง
 
              

      ในเวลาปกติ รีสอร์ตเหล่านี้ทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและใส่ใจคนในชุมชนโดยรอบ ในวันที่เกิดวิกฤตธรรมชาติได้กลับมาตอบแทนพวกเขา เป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งรายได้สำรองที่ช่วยพยุงให้ธุรกิจยังคงอยู่ได้แม้ไม่มีแขกเข้าพักแม้แต่คนเดียว
 


ที่มา : Business Inside
 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​“BUIH” สบู่ทำฟองจากตลาดสด ที่ไต่ระดับสู่โรงแรม 5 ดาว เอาชนะแบรนด์ดังได้ฉลุย

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น...เหมือนเช่นกับ “BUIH” บาธบอมบ์ หรือสบู่ทำฟองในอ่างน้ำ ที่เริ่มต้นจากการขายในตลาดนัดและสร้างค่านิยมให..

by SME Thailand.| 16 กย. 2020

​สินค้าสัตว์เลี้ยงสุดหรูมาแรง! ปลุกตลาดจีนคึกคัก คาดอีก 2 ปีโต 2 แสนล้าน

ยูโรมอนิเตอร์ หน่วยงานจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกระบุปี 2017 ที่ผ่านมา ผู้บริโภคในจีนใช้จ่ายไปกับสินค้าและบริการเพื่อสัตว์เลี้ยงคิดเป็นตัวเลข ..

by SME Thailand.| 15 กย. 2020

​เก๋สุดในอาเซียน! แบรนด์ Island Creamery ไอศกรีมโฮมเมดในตำนานที่ชูความเป็น “รสชาติสิงคโปร์”

“การลงมือก่อนย่อมได้เปรียบกว่า” เป็นคำกล่าวที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นจริงอย่างมากสำหรับธุรกิจใดก็ตามที่บุกเบิกตลาดเป็นเจ้าแรก เพราะจะทำให้แบรนด์เป็นที..

by SME Thailand.| 15 กย. 2020