ลาว – พม่า...ก้าวแรกสู่อาเซียน

by SMEs 04 มีค. 2014
Share:

 

  ในบรรดาสมาชิกอาเซียน  ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดไทยอย่างกัมพูชา ลาวและพม่า (CLM) กำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลกในฐานะเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์  ตลาดที่กำลังขยายตัวและแรงงานจำนวนมากที่มีค่าแรงถูกกว่าบ้านเรา รวมทั้งความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์แหล่งที่ตั้งเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย 
 
     แม้ว่าเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนไทยในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีหรือเพียงร้อยละ 2 ของการลงทุนต่างชาติในอาเซียน  แต่เชื่อว่าจากนี้จนถึงปี 2558 ของการก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะผลักดันให้กระแสการลงทุนใน CLM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  รวมถึงการเข้าไปจับจองพื้นที่การผลิตและทรัพยากรของธุรกิจไทย
 
ค้าชายแดนลาวโดดเด่น
 
     หากพิจารณาศักยภาพการลงทุนใน CLM ของนักลงทุนไทย โดยแยกเป็นมุมมองใน 2 มิติหลัก ได้แก่ ด้านการค้า   และการลงทุน ในมิติด้านการค้าพบว่าลาวค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องมูลค่าการค้าชายแดนที่แม้จะเป็นรองพม่าก็ตาม แต่สร้างสถิติอัตราการเติบโตสูงกว่าประมาณ 1 เท่าภายใน 5 ปี และเรายังเกินดุลการค้าชายแดนกับลาวมาตลอด  
ขณะที่ขาดดุลการค้าชายแดนกับพม่าปีละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท  ซึ่งสอดคล้องทิศทางการค้าโดยรวมกับพม่า  สินค้าที่ค้าขายกันหลักๆ กับกลุ่ม CLM ได้แก่ หมวดพลังงาน  เหล็ก ยานยนต์  วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งไม่ค่อยแตกต่างกันในกลุ่ม 
 
     ด้านฝั่งกัมพูชาที่ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องชายแดนทำให้มูลค่าการค้าชายแดนกับไทยด้อยสุดในกลุ่ม ถึงแม้รายได้ต่อหัวจะไม่ต่างจากประเทศลาวเลยทีเดียว  ดังนั้น ในแง่ของการบุกตลาดใหม่ของผลิตภันฑ์ไทย จึงไม่ควรมองข้ามตลาดบ้านพี่เมืองน้องอย่างลาวที่คุ้นเคยกับสินค้าบ้านเราอยู่แล้วไปได้เลย
 
ไทยลงทุนพม่า 1.5 พันล้านเหรียญต่อปี
 
     สำหรับมิติด้านการลงทุน  พม่ามีบทบาทเด่นในกลุ่ม โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาดึงการลงทุนจากไทยเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ  สูงเป็นอันดับสองรองจากสิงค์โปร์หรือร้อยละ 29.8 ของการลงทุนต่างประเทศของนักลงไทยในกลุ่มอาเซียน  โดยเราเข้าไปจับจองพื้นที่ในธุรกิจการเงิน การค้าส่งค้าปลีก และอุตสาหกรรมอาหาร จนขยับเป็นนักลงทุนอันดับสามในพม่า ถัดจากจีนและฮ่องกง ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่ามูลค่าการลงทุนแผ่วลงจากปี 2550 ที่สูงถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือเกือบร้อยละ 30   
 
      อย่างไรก็ดี จากความพยายามของรัฐบาลพม่าที่มาจากการเลือกตั้งในการปฏิรูปประเทศในหลายๆด้าน ทำให้กระแสการเปิดรับนักลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหากพ.ร.บ.การลงทุนฉบับใหม่ ที่เน้นเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีมีผลบังคับใช้ ก็คาดว่าจะกระตุ้นให้แนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ 
 
โอกาสทองไทยลงทุนพม่า
 
      นี่จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนและธุรกิจไทยจะเข้าไปจับจองทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์  อีกทั้งพม่ายังเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงขั้นต่ำน้อยที่สุดที่ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เทียบกับ ลาว กัมพูชา และไทยที่ 30, 50 และ 215 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนตามลำดับ และเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์เหมาะสำหรับการขยายท่าเรือและการขนส่งในอนาคต จึงไม่สามารถปฏิเสธความน่าดึงการลงทุนในพม่าได้เลย 
 
      หากแต่ว่าโครงสร้างและการบริการขั้นพื้นฐานของพม่ายังช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านเราอื่นๆ ดังนั้น การเข้าไปลงทุนในพม่าจึงยังมีการติดขัดและความเสี่ยงที่ประเมินยาก จึงอาจเหมาะสมมากกว่าสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ที่รับความเสี่ยงได้มากในขณะนี้หรือนักธุรกิจที่มีโครงข่ายกับคนในท้องที่เป็นอย่างดี
 
ลาวเด่น ไฟฟ้า ก๊าซ ก่อสร้าง มีสถาบันการเงินรองรับ
 
      ขณะที่ฝั่งลาว มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กันเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปี โดยสาขาพลังงานไฟฟ้า ก๊าซ และการก่อสร้างเป็นภาคธุรกิจที่นักลงทุนไทยสนใจมากกว่าร้อยละ 70 ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 124 ล้านเหรียญเหรียญสหรัฐในปี 2553 และไทยเป็นนักลงทุนอันดับ 3 ในลาว รองจากเวียดนาม จีน และพม่า อีกทั้งปัจจัยสนับสนุนทางการเงินก็ดูดี จากการที่มีสถาบันการเงินไทยเปิดถึง 5 แห่งรองรับการทำธุรกรรมของนักลงทุนไทยมากสุดในกลุ่มในรูปสาขาเต็มรูปแบบ ซึ่งพร้อมกว่าในพม่าที่มีแต่สำนักงานผู้แทน 1 แห่งเท่านั้น
 
      ดังนั้น คงจะมีแต่กัมพูชาที่นักลงทุนไทยยังกล้าๆกลัวๆ เพราะกังวลเรื่องกรณีพิพาทระหว่างประเทศที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ  จึงไม่แปลกที่ยอดการลงทุนจากไทยในกัมพูชาจึงต่ำสุดในอาเซียน (ไม่นับบรูไน) ทั้งที่กัมพูชาได้รับการจัดอันดับ Ease of Doing Business อยู่ที่138 ดีกว่าลาวซึ่งอยู่อันดับที่ 165   แต่ในรายละเอียดพบว่าเครื่องชี้ด้านต้นทุนของการเริ่มต้นธุรกิจในกัมพูชากลับสูงสุดในชาติอาเซียน และมีสถาบันการเงินของไทยเปิดสาขาให้บริการเพียง 2 แห่ง ประเทศลาวจึงเป็นเป้าหมายที่มองข้ามไม่ได้สำหรับนักธุรกิจและนักลงทุนไทยทุกระดับที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆให้กับองค์กรตัวเอง
 
 
ข้อมูลโดย TMB Analytics 
 

 

Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020