อาเซียนคัมแบ็ก! ได้เวลา SME หนีช้ำจากโควิด มาบุก AEC ด้วยกลยุทธ์ ‘เลือกสนามที่เราจะชนะ’

by SME Thailand. 06 สค. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ
 
 



Main Idea
 
 
  • โควิดอาจพ่นพิษไปทั่วโลก แต่ถามว่ากลุ่มประเทศไหนที่จะฟื้นตัวเร็วสุด หนึ่งในนั้นก็คือ “อาเซียน” โดยอาศัยกำลังซื้อจากในประเทศเป็นหลัก ที่น่าจับตาคือ “เวียดนาม” ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังไม่เข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว โดยปีนี้คาดว่าเวียดนามจะยังโตได้ถึง 2-3 เปอร์เซ็นต์
 
  • การกลับมาของอาเซียน คือโอกาสของ SME ไทย ที่จะได้มีพื้นที่ไว้เติบโตอีกครั้ง แต่ทว่าการบุกอาเซียนครั้งนี้จะแตกต่างไปจากเดิม โดยต้องไม่ลุยเดี่ยว แต่หาพันธมิตร ไปแบบคลัสเตอร์ สู้ด้วยจุดแข็งที่แตกต่าง มองอาเซียนเป็นบ้านไม่ใช่ตลาด ต้องเร็ว และทำของดีมีแวลู่ ที่สำคัญต้อง...เลือกสนามที่เราจะชนะ
 
 


     วันที่ 8 เดือนสิงหาคม ปี 2510 คือวันที่อาเซียนถือกำเนิดขึ้น ทำให้วันที่ 8 เดือน 8 ของทุกปี เป็น “วันอาเซียน”(ASEAN Day) ผ่านมาถึงวันนี้ก็มีอายุครบ 53 ปีแล้ว   


     ในวัย 53 อาเซียนก็เหมือนหลายๆ ประเทศทั่วโลก ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตไวรัสโควิด-19 เล่นงานเศรษฐกิจ
ประเทศสมาชิกให้บอบช้ำ เจอกับโลกที่กำลังถูกดิสรัป เจอกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง และมีโควิดเป็นตัวเร่งให้ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างรวดเร็วด้วย
              




     แต่ทว่าในวิกฤตยังมีโอกาส เมื่ออาเซียนมีสัญญานที่จะฟื้นตัวจากวิกฤตครั้งนี้ได้เร็วกว่าภูมิภาคอื่น ยังมีบางประเทศที่เติบโตได้ท่ามกลางไวรัส ยังมีจุดแข็งจากกำลังซื้อภายในประเทศ และชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต ตลอดจนการขยายตัวของเมือง (Urbanization)


     แล้วสัญญานที่ว่านี้ ส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยอย่างไร


     “จะเห็นชัดว่าเทรนด์ของอำนาจใหม่ (Power Shift) จากตะวันตกมาสู่ตะวันออกมีมานานแล้ว รวมถึงการพึ่งพากันในเอเชียและอาเซียน การทำงานร่วมกันเป็นคลัสเตอร์ เป็นกลุ่มก้อน และการที่เราต้องร่วมมือกัน แต่พอมีสถานการณ์โควิดมันเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดเรื่องพวกนี้เร็วขึ้น ที่เห็นชัดๆ คืออำนาจความต้องการซื้อจะมาอยู่ทางภูมิภาคเอเชียและอาเซียนมากขึ้น ตะวันตกเองเขาคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก เพราะกำลังซื้อแผ่ว เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวช้า ในขณะที่ภูมิภาคเราเองการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการขยายตัวทางธุรกิจยังดีอยู่ ฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้คือ การค้าอาเซียนจะเกิดมากขึ้น และจะเห็นการพึ่งพากันมากกว่าเดิม”





     “พรชัย ปัทมินทร”
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธุรกิจและวาณิชธนกิจธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย บอกสัญญานแห่งความหวัง ที่ซ่อนอยู่หลังวิกฤตไวรัส เป็นโอกาสให้นักลงทุนไทยไม่ว่าจะธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจขนาดกลาง หรือแม้แต่ SME จะได้ขยับมาเป็นผู้เล่น (Player) ในอาเซียนได้


     แต่อย่างไรก็ตาม เกมครั้งนี้จะต้องไม่ไปเหมือนเก่า แต่ต้องเริ่มจาก เลือกสนามแข่งที่เรามีโอกาสจะชนะ
 
  • ปักหมุดกลยุทธ์ เลือกสนามแข่งที่เราจะชนะ

     พรชัยบอกว่า ผู้ประกอบการไทยควรวางแผนกลยุทธ์ และยุทธศาสตร์ของตัวเองในเรื่องของอาเซียนอย่างรัดกุม ต้องมาโฟกัสในเรื่องของโปรดักต์ที่มีมูลค่าเพิ่ม การทำอะไรแบบเดิมๆ ที่ไม่มีแวลู่ หรือเน้นวอลุ่มเกม จะไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะกำลังซื้อคนลดลง จากสภาพเศรษฐกิจที่หดตัว ทำให้คนเลือกใช้สินค้าและบริการที่มีคุณค่าและคุ้มค่ามากขึ้น





     นอกจากนี้ควรเลือกทำตลาดในสิ่งที่เชี่ยวชาญ  และเลือกลงสนามที่จะชนะ


     “อย่างในส่วนของภาคบริการจริงๆ ประเทศไทยเราได้เปรียบ กลุ่ม Hospitality หรือ Healthcare  ก็มีแต่คนมารับบริการจากบ้านเราเยอะมาก อาหารเองเราก็ตั้งเป้าที่จะเป็นครัวของโลก ซึ่งเรามีศักยภาพที่จะเป็นครัวของอาเซียนได้อยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้สามารถผลักดันเป็นวาระในการที่จะไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วขึ้น มันคือโอกาสในวิกฤต ซึ่งคนของเราต้องอดทนและต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ต้องทำใจกว้างๆ ควรเลือกสนามที่เราจะชนะ จริงๆ ไทยเรามีข้อได้เปรียบเยอะอยู่แล้ว เรื่องที่เราได้เปรียบเราควรจะทำอย่างรวดเร็ว” เขาย้ำ
           
  • SME ไทยต้องรุกอาเซียนอย่างไหน?
 
     “ดร.อมรเทพ จาวะลา”
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย บอกเราว่า โอกาสของ SME ไทยที่จะไปบุกอาเซียน สามารถทำได้สองแนวทาง แบบที่ 1  คือ ธุรกิจขนาดกลางที่แตกแขนงมาจากธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วไปควบรวมกันเพื่อเข้าไปในอาเซียน เป็นการขยายของธุรกิจขนาดกลางผ่านการควบรวม แบบที่ 2 เป็นการย้ายฐานการผลิตตามธุรกิจขนาดใหญ่ที่ย้ายฐานไปอาเซียน ฉะนั้น SME ไทยที่เคยเป็น Supply Chain ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ในภูมิภาคก็อาจต้องพิจารณาตัวเอง เพราะหากยังอยู่แบบเดิมยอดขายก็ไม่ขยับไปไหน แต่ถ้ามีความพร้อมก็สามารถขยับตามธุรกิจใหญ่ที่เข้าไปในอาเซียนได้





     “ตรงนี้วิธีทำก็คือไปแบบคลัสเตอร์ คือเกาะกลุ่มกันไป ไม่ใช่การไปต่างประเทศคนเดียว แต่ต้องไปเป็นทีมไปเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางการเงินหรือพันธมิตรทางธุรกิจ ผมเชื่อว่าการไปกันเป็นกลุ่มมันจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้และสามารถต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการไทยต่อไปได้ แต่ตรงนี้มันจะต่างไปจากเดิมเพราะคุณจะถูกเร่งให้ไป เพราะการย้ายฐานมันจะเร็วและจะแรงขึ้น การขยายทางธุรกิจจะมีมากขึ้น ฉะนั้นการที่อยู่นิ่งๆ เราอาจจะเสียโอกาสไปได้”
 
  • เวียดนามและกัมพูชา ความหวังใหม่ในอาเซียน

     อาเซียนมี 11 ประเทศ ถามว่าที่ไหนหอมหวานที่สุด ดร.อมรเทพ ยกให้ “เวียดนาม” และ “กัมพูชา” สองดาวเด่นที่ยังคงเติบโตได้ดีแม้ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19





     “เวียดนามประชากรเขามีมาก กำลังซื้อมีมาก และเศรษฐกิจเขาไม่ได้ติดลบจากโควิด เขาเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ไม่เข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยังคงเป็นบวก โดยปีนี้คาดว่าเวียดนามจะยังโตได้ 2-3 เปอร์เซ็นต์ การฟื้นตัวในปีหน้าเขาจะทำได้ค่อนข้างเร็ว เขามีความโดดเด่นตรงจุดนี้ และยังมี FTA กับยุโรป รวมถึงการย้ายฐานจากจีนเข้ามาเวียดนามที่ชัดเจนมากขึ้น ธุรกิจไทยจึงน่าจะหาพันธมิตรร่วมทุนหรือว่าหาโอกาสในการเติบโตในเวียดนาม


     ส่วนกัมพูชาขนาดประชากรอาจจะมีไม่มากนัก แต่กำลังซื้อของชนชั้นกลางเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการก่อสร้างการลงทุน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็จะเริ่มขยายเข้ามาในกัมพูชามากขึ้น จึงเป็นโอกาสในการเติบโต ขณะที่เขาชอบสินค้าไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่จึงเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทยที่จะเข้าไปในกัมพูชา”





     ดร.อมรเทพ บอกอีกว่า ประเทศไทยมองสองประเทศนี้มากกว่าประเทศอื่น จุดสำคัญคือทั้งสองประเทศชอบสินค้าไทย มีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ไทย เพียงแต่เราต้องหาจุดแข็งของเราให้เจอ แล้วเราหาทางเข้าไปในจุดนั้น


     “มองว่าเราเด่นด้านไหน แน่นอนว่าประเทศไทยเราไม่ได้เด่นทุกตัว แต่เราสามารถเลือกจุดที่เราแข็งแกร่งได้อย่างเช่น Hospitality จะเลือกกลุ่มไหน ซึ่งมันมีความหลากหลายมาก ฉะนั้นหาจุดแข็งของเราให้เจอ และหาพันธมิตรให้ดี สิ่งสำคัญในการรุกตลาดอาเซียนก็คือการเลือกพันธมิตรซึ่งไม่ใช่แค่พันธมิตรทางการเงิน แต่ต้องเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วย ซึ่งต้องต่อยอดและนำพาไปด้วยกันเป็นคลัสเตอร์ ขณะที่การไปบุกอาเซียน เราต้องตั้งมายด์เซ็ตใหม่ คือเราต้องมองอาเซียนเป็นบ้าน เราต้องไปสร้างการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศเขา ต้องไปดึง SME สินค้า OTOP ในประเทศเขาให้อยู่บนเชลฟ์เพื่อให้คนเวียดนามได้มีโอกาสได้ใช้ เพราะว่าถ้าเราทำโมเดลธุรกิจเพื่อการเติบโตของประเทศนั้นๆ มันจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากกว่าที่เราจะไปตั้งช็อปแล้วเอาสินค้าไทยไปอยู่บนเชลฟ์”


     เขาบอกอีกว่า การทำแบบนี้ต้องใช้เวลาซึ่งไม่ต่างจากเวลาต่างชาติเข้ามาประเทศไทย แต่หนึ่งในข้อดีคือความเคลือบแคลงของประเทศอาเซียนต่อไทยอาจจะมีไม่มากนัก เพราะฉะนั้นโจทย์นี้เป็นโจทย์ที่เราต้องสร้างจุดแข็งขึ้นมา แต่ต้องทำอยางรวดเร็ว


    “โควิดไม่ใช่แค่ตัวที่จุดเชื้อตัวนี้อย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องดิสรัปชั่นที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น มันสอนให้เรารู้ว่า ทุกอย่างมีความไม่แน่นอนสูงมาก มองว่าโจทย์สำคัญของธุรกิจวันนี้คือต้องมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการใช้จ่าย ประสิทธิภาพการผลิต ต้องหาจุดแข็งของเราให้เจอ ต้องพยายามไม่ฟุ่มเฟือย พยายามลดต้นทุน ใช้ของให้คุ้มที่สุด เพราะเราไม่สามารถอยู่ในโลกที่จะฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายอะไรก็ได้ ลองผิดลองถูกเท่าไรก็ได้อีกต่อไป แต่มันต้องโฟกัส วันนี้คนลดการใช้จ่ายเพราะคนเลือกใช้ของที่ดี เพราะฉะนั้นเราต้องไปพัฒนาของที่ดีมากกว่าของที่ราคาถูก ที่มีใช้ทั่วไป ฉะนั้นหาจุดแข็งของเราให้เจอ มันยังมีโอกาสเสมอ อยู่ที่เราจะมองเห็นหรือเปล่าเท่านั้นเอง” เขาสรุปในตอนท้าย
 
              
     ท่ามกลางวิกฤตไวรัสที่ใครก็เข็ดขยาด แต่ยังมีโอกาสซ่อนอยู่ในตลาดที่ชื่อ “อาเซียน” เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของประเทศไทย และยังเป็นกลุ่มประเทศที่รู้สึกดีต่อสินค้าไทยอีกด้วย นี่คือโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะกลับมาพลิกกลยุทธ์ธุรกิจ ถ้าชาติตะวันตกยังเจ็บช้ำ ก็ลองมาฟื้นวิกฤตกับตลาดอาเซียนกันดูไหม?
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​โรงแรมหรูชูไอเดียฉีก “365 วันปันใจจากเนื้อสัตว์” เปิดมินิบาร์ที่เสิร์ฟแค่มังสวิรัติเท่านั้น!!!

เกริช เจฮันนูวาลา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเครือโรงแรมโอโวโล่เล่าถึงที่มาของแนวคิดการทำธุรกิจโรงแรมที่แตกต่าง กล้าทำร้านอาหารและบาร์ให้ปลอดเนื้อสัตว์ตลอด ..

by SME Thailand.| 24 พย. 2020

​“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในสตรี ที่ถือกำเนิดมาจากทหารผ่านศึก!

“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในเก่าแก่ของโลกที่มีอายุธุรกิจยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษ รู้ไหมว่าเรื่องน่าทึ่งของวาโก้คือ ผู้ให้กำเนิดวาโก้ยังเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญ..

by SME Thailand.| 23 พย. 2020

​บริษัทเสื้อผ้าญี่ปุ่นพลิกกลยุทธ์ เปิด Specialty Store หน้ากากสู้โควิด อันละ 3 หมื่นก็มีขาย

โดยปกติชาวญี่ปุ่นจะซื้อหาหน้ากากอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) ตามร้านขายยา แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด เริ่มมีแบรนด์ต่างๆ ผลิตหน้ากากผ้าออกจำหน่าย และน..

by SME Thailand.| 20 พย. 2020