ตลาดแฟชั่นแบรนด์เนมช้ำ! หลังนักศึกษาจีนขาช้อป ต้องกลับประเทศเพราะโควิด

by SME Thailand. 07 สค. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
 
 
  • ลูกค้ารายใหญ่ในตลาดสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมอีกกลุ่มที่ไม่อาจมองข้ามคือนักศึกษาชาวจีนที่ครอบครัวมีฐานะและส่งไปศึกษาต่อในต่างประเทศ หากลองสำรวจห้างสรรพสินค้าทั้งในอังกฤษ สหรัฐฯ และออสเตรเลีย จะเห็นว่านักศึกษาจีนเป็นลูกค้าที่จ่ายหนักมากในการช้อปปิ้ง
 
  • จากการคำนวณพบว่า รายได้ส่วนบุคคลของนักศึกษาจีนในอังกฤษอยู่ที่ปีละ 28,236 ปอนด์ หรือราว 1.1 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับค่าเทอม หรือค่าที่พักอาศัย
 
  • แต่วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นทำให้นักศึกษาเหล่านี้อาจต้องเปลี่ยนจากเดินทางไปศึกษายังประเทศต้นทางเป็นการเรียนทางไกลแบบออนไลน์แทน ความเคลื่อนไหวนี้กระทบต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นแบรนด์เนมอย่างไร ไปติดตาม 




      นอกเหนือจากกลุ่มผู้มีรายได้สูง บรรดาเศรษฐี มหาเศรษฐี และคนในวงการบันเทิงที่เป็นลูกค้าเป้าหมายของบรรดาสินค้าหรูแบรนด์เนมต่างๆ เป็นที่ทราบกันว่าลูกค้ารายใหญ่อีกกลุ่มที่ไม่อาจมองข้ามคือ “นักศึกษาชาวจีน” ที่ครอบครัวมีฐานะและส่งไปศึกษาต่อในต่างประเทศ หากลองสำรวจห้างสรรพสินค้าทั้งในอังกฤษ สหรัฐฯ และออสเตรเลียจะเห็นว่านักศึกษาจีนเป็นลูกค้าที่จ่ายหนักมากในการช้อปปิ้ง
              




      อย่างที่อเมริกา หากเป็นฝั่งตะวันตก เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย การพบเห็นนักศึกษาจีนจากหลายมหาวิทยาลัยดังเดินช้อปปิ้งในร้านหรูกระทบไหล่ดาราฮอลลีวู้ด ถือเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง ส่วนที่ฝั่งตะวันออก นักศึกษาจีนจำนวนไม่น้อยเช่าอพาร์ทเมนต์ในย่านแพงระยับ เช่น บนถนนฟิฟธ์เอเวนิว และช้อปปิ้งตามห้างไฮโซแถวนั้น  ส่วนตามเมืองประเทศอื่น อาทิ เมลเบิร์น ปารีส และแวนคูเวอร์ ย่านไหนที่นักศึกษาจีนเลือกพัก อัตราค่าเช่าบ้านจะพุ่งสูงขึ้นทันที
              

       นักศึกษาจีนที่ไปเรียนต่างประเทศ ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวนักธุรกิจ ยกตัวอย่าง “แอนนาเบล เหยา” วัย 22 ปีที่กำลังศึกษาด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ฮาร์วาร์ด เป็นบุตรสาวของ “เหริน เจิ้งเฟย” ผู้ก่อตั้ง หัวเหว่ย แบรนด์สมาร์ทโฟนชื่อดัง ในโซเชียลมีเดียของเธอจะเผยไลฟ์สไตล์ฟู่ฟ่า ใช้สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมตั้งศีรษะจรดเท้า
              





      ส่วนอีกคนคือ “หวัง ซี่กง” บุตรชาย “หวัง เจียนหลิน” หนึ่งในมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งสุดในจีน ซี่กงกำลังเรียนปรัชญาที่ UCL มหาวิทยาลัยใจกลางลอนดอน และที่บ้านเพิ่งจ่ายเงิน 80 ล้านปอนด์ (3,185 ล้านบาท) ซื้ออพาร์ตเมนต์ในย่านเคนซิงตันเป็นที่พักอาศัย ล่าสุดเขาเพิ่งซื้อนาฬิกาแอปเปิลเพื่อคาดให้กับสุนัขตัวโปรด
                




      “เมโลดี้ เยห์” ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารอีเมิร์จจิ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ ในลอนดอนซึ่งเชี่ยวชาญด้านค้าปลีกในจีนกล่าวว่า นักศึกษาจีนเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง จากการคำนวณพบว่า รายได้ส่วนบุคคลของนักศึกษาจีนในอังกฤษอยู่ที่ปีละ 28,236 ปอนด์ หรือราว 1.1 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับค่าเทอม หรือค่าที่พักอาศัย
              

      ข้อมูลจากธนาคารเครดิตสวิสในสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ชาวจีนกว่า 100 ล้านคน มีรายชื่อใน 10 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งสุดในโลก และการส่งบุตรหลานไปเรียนในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศตะวันตกถือเป็นเป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของครอบครัวเศรษฐีจีนเหล่านั้น จึงไม่แปลกที่ในจำนวนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด เด็กจีนจะกลายเป็นกลุ่มใหญ่สุด ยกตัวอย่าง ในอังกฤษ กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ของนักศึกษาต่างชาติเป็นชาวจีน ส่วนในสหรัฐฯ และแคนาดา สัดส่วนอยู่ที่ 33 เปอร์เซ็นต์
              

       ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมค้าปลีกในยุโรป และอเมริกาจึงพยายามดึงดูดความสนใจของนักศึกษาจีนด้วยสินค้าและบริการต่างๆ บางบริษัทถึงกับออกแบบเว็บไซต์เป็นภาษาจีนกลางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาจีนในการช้อปออนไลน์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับบรรดาห้างสรรพสินค้าและช้อปแบรนด์เนมหรู ไม่ว่าจะแวนคูเวอร์ในแคนาดา เมลเบิร์น ออสเตรเลีย หรือบอสตัน สหรัฐฯ รวมถึงร้านรวงในลอนดอน และนิวยอร์ก
              





       ทั้งนี้ จากจำนวนนักศึกษาจีนในต่างประเทศทั้งหมดมากกว่า 1.6 ล้านคน ไม่ต่ำกว่า 1.42 ล้านคน ที่ตกค้างและไม่สามารถเดินทางกลับไปจีนได้เนื่องจากสายการบินต่างๆ หยุดบิน และมีการปิดพรมแดนประเทศ ผลคือนักศึกษาจีนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อเหยียดเชื้อชาติเพราะมาจากประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของโรคระบาด ส่งผลให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจและคิดว่าตัดสินใจผิดที่มาเรียนต่างประเทศ
              

       กอปรกับรัฐบาลสหรัฐฯได้ทบทวนระเบียบใหม่ไม่อนุญาตให้นักศึกษาที่เดินทางกลับจีนได้กลับเข้าสหรัฐฯ เพื่อเรียนต่อ ส่วนนักศึกษาที่ยังอยู่ในสหรัฐฯ ก็ถูกผลักไสให้กลับจีนและเรียนออนไลน์แทน มาตรการเช่นนี้มีแนวโน้มจะทำให้นักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะนักศึกษาจีนในสหรัฐฯ ลดลง
              



      นักวิเคราะห์อีกคนจากบริษัทอีเมิร์จจิ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ในลอนดอน เล่าว่า ช่วงที่เกิดวิกฤตใหม่ๆ และผู้คนตื่นตระหนกกับโควิด อาจจะมีนักศึกษาจีนบางส่วนนั่งเครื่องบินส่วนตัวกลับประเทศ แต่ส่วนใหญ่ก็เลือกกักตัวที่อังกฤษ และพอคลายความหวาดกลัวลง พวกเขาก็ช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานเนื่องจากร้านแบรนด์เนมแฟชั่นหรูทั้งหลายกระหน่ำลดราคาช่วงล็อกดาวน์ ทำให้ยอดใช้จ่ายสินค้าหรูของนักศึกษาจีนในอังกฤษพุ่งขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และไม่ใช่เฉพาะสินค้าแฟชั่น กระทั่งร้านอาหารระดับดาวมิชลินก็พุ่งเป้าไปที่นักศึกษาจีน มีการสื่อข้อความเป็นภาษาจีนกลางเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้ให้สั่งอาหารไปทานที่บ้าน
              

       อย่างไรก็ตาม นับจากเดือนกันยายนนี้เป็นไปต้นไป ทุกสิ่งอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมื่อสถานศึกษาหลายแห่งกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนผ่านทางไกลให้กับนักศึกษาต่างชาติ นั่นหมายความว่าจำนวนนักศึกษาจีนที่เดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศจะลดน้อยลง และแน่นอนว่ากระทบต่อแบรนด์ต่างๆ ไม่น้อย โดยเฉพาะแบรนด์ที่ต้องการเจาะตลาดจีนเพราะจะไม่มีลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงคอยช่วยประชาสัมพันธ์ให้อีกแล้ว
              

       ยกตัวอย่าง แบรนด์  Aspinal ในลอนดอนที่ก่อนหน้านั้นไม่เป็นที่รู้จักในจีน แต่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักศึกษาจีนในอังกฤษ เมื่อนักศึกษาเหล่านี้สวมใส่และถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย แบรนด์ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก ยอดขายในตลาดจีนก็เพิ่มขึ้นตามมาในที่สุด นอกจากนั้นยังได้รับผลกระทบในแง่ยอดขาย ก่อนหน้านั้นผู้ปกครองและญาติที่ไปเยี่ยมบุตรในต่างประเทศ จะถือโอกาสช้อปปิ้งสินค้าหรูด้วย แต่ถ้านักศึกษาต้องเรียนทางไกล โอกาสที่จะเดินทางไปต่างประเทศก็น้อยลงตามไปด้วย   
              

      อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลยิ่งกว่าวิกฤตไวรัสโควิดในขณะนี้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลต่างๆ กับรัฐบาลจีนเนื่องจากมีผลต่อการกำหนดมาตรการและนโยบายต่างๆ คงต้องจับตามองต่อไปว่า มาตรการเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะนักศึกษาจีนจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ในอนาคต เพราะแต่ละความเคลื่อนไหวที่ออกมาหากไม่กระทบต่อธุรกิจแฟชั่นในทางบวกก็จะเกิดผลด้านลบอย่างเลี่ยงไม่ได้
 
 

ที่มา :
www.scmp.com/lifestyle/fashion-beauty/article/3092152/how-luxury-brands-could-suffer-if-chinese-students-stay
www.scmp.com/lifestyle/fashion-beauty/article/3040973/how-rich-chinese-students-huge-allowances-are-reshaping
 
 
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เกมรุกใหม่ BreadTalk สิงคโปร์ เปิดร้านกาแฟโบราณร่วมสมัย หวังปลุกตลาดคนรุ่นใหม่

นับเป็นความเคลื่อนไหวอีกก้าวที่น่าจับตามองสำหรับ BreadTalk แบรนด์ขนมปังและร้านเบเกอรีจากสิงคโปร์ที่เติบโตจากร้านเล็กๆ ขยายกิจการจนสามารถเข้าจดทะเบีย..

by SME Thailand.| 22 กย. 2020

​สนามบินชางงีสิงคโปร์ผุดบริการ Delivery เสิร์ฟความอร่อยจากแอร์พอร์ต ช่วยเหลือร้าน SME ท้องถิ่น

วิกฤตโควิด-19 เล่นงานอุตสาหกรรมการบินให้ต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงสนามบินชางงีของสิงคโปร์ ที่มีผู้เช่าพื้นที่เป็น SME อยู่หลายราย นั่นคือที่ม..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020

​“BUIH” สบู่ทำฟองจากตลาดสด ที่ไต่ระดับสู่โรงแรม 5 ดาว เอาชนะแบรนด์ดังได้ฉลุย

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น...เหมือนเช่นกับ “BUIH” บาธบอมบ์ หรือสบู่ทำฟองในอ่างน้ำ ที่เริ่มต้นจากการขายในตลาดนัดและสร้างค่านิยมให..

by SME Thailand.| 16 กย. 2020