สินค้าส่งออกอะไรจะฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง?

by SME Thailand. 26 สค. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
 
  • 3 สำนักวิจัยทั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, EIC โดยธนาคารไทยพาณิชย์ และศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี พร้อมใจออกบทวิเคราะห์สถานการณ์ส่งออกไทยในเดือนกรกฎาคมและทิศทางส่งออกครึ่งปีหลัง ซึ่งมีสัญญานบวกหลายอย่างให้กับผู้ประกอบการไทย
 
  • โดยมูลค่าส่งออกเดือนกรกฎาคม หดตัวที่ -11.4 เปอร์เซ็นต์ YOY  ซึ่งเป็นการหดตัวน้อยลงจาก -23.2 เปอร์เซ็นต์ YOY  ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงการผ่านจุดต่ำสุด (Bottomed out) ของภาคการส่งออกไทย และเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง
 
  • สินค้าส่งออกที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง 2563 คือกลุ่มสินค้าอาหาร อาหารสัตว์ ผักผลไม้ ยารักษาโรคและเครื่องมือแพทย์ เครื่องดื่ม พลังงาน เคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน สินค้าอุปโภค เครื่องจักรกล และสินค้าเกษตร

 


 
     ผ่านครึ่งปีแรกมาได้อย่างสาหัสสำหรับผู้ประกอบการส่งออกไทย หลังต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตใหญ่มาตั้งแต่ต้นปี 2563 หลายคนคงอยากรู้ว่าสถานการณ์ส่งออกในตอนนี้เป็นอย่างไร แล้วมีสัญญานดีๆ อะไรบ้างในครึ่งปีหลัง มาติดตามไปพร้อมกัน




 
ส่งออกเดือนก.ค.ยังหดตัว แต่ดีขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้า


     ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกมารายงานตัวเลขส่งออกไทยในเดือนกรกฎาคม 2563  ว่าอยู่ที่ 18,819 ล้านเหรียญฯ หดตัวที่ -11.4 เปอร์เซ็นต์ YoY อย่างไรก็ดี หากหักสินค้าเกี่ยวกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธฯ การส่งออกจะหดตัวที่ -13.0  เปอร์เซ็นต์ YoY โดยการส่งออกทองคำพลิกกลับมาขยายตัว ที่  37.2 เปอร์เซ็นต์ YoY ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก


     ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามภาวะเศรษฐกิจโลกและการบริโภคในต่างประเทศที่ชะลอตัวลง


     ในขณะที่สินค้าที่การส่งออกยังคงขยายตัวได้ยังคงเป็นสินค้ากลุ่มเดิมที่มีการขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน เช่น ทูน่ากระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง ถุงมือยาง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (Diode) ส่งผลให้ 7 เดือนแรก การส่งออกไทยหดตัว -7.7 เปอร์เซ็นต์ YoY




 
ส่งออกผ่านจุดต่ำสุด เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเริ่มปรับดีขึ้น


     EIC โดยธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานว่า มูลค่าการส่งออกเดือนกรกฎาคม ซึ่งหดตัวที่ -11.4 เปอร์เซ็นต์ YOY นั้นเป็นการ หดตัวน้อยลงจาก -23.2  เปอร์เซ็นต์ YOY ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงการผ่านจุดต่ำสุด (Bottomed out) ของหลายประเภทสินค้าการส่งออกและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่เริ่มปรับดีขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง
               

     โดยการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ที่ 17.8 เปอร์เซ็นต์ YOY หลังจากขยายตัว 14.5 เปอร์เซ็นต์ YOY ในเดือนก่อนหน้า สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ คอมพิวเตอร์ส่วนประกอบ, อุปกรณ์กึ่งตัวนำ และผลิตภัณฑ์ยาง


     ตลาดส่งออกไปจีน พลิกกลับมาหดตัวที่ -2.7 เปอร์เซ็นต์ YOY หลังจากขยายตัวถึง 12.0 เปอร์เซ็นต์ YOY ในเดือนมิถุนายน โดยเป็นผลจากน้ำท่วมในบางมณฑลของจีนและมาตรการปิดเมืองบางส่วนที่นำกลับมาใช้ โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เม็ดพลาสติก ยางพารา และรถยนต์และส่วนประกอบ เป็นต้น


     ญี่ปุ่นหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ที่ -17.5 เปอร์เซ็นต์ YOY หลังจากหดตัว -21.6 เปอร์เซ็นต์ YOY ในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า


     ส่วนตลาดอาเซียน 5 หดตัวชะลอลงอยู่ที่ -24.6 เปอร์เซ็นต์ YOY หลังจากหดตัวอยู่ที่ -38.8 เปอร์เซ็นต์YOY ในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าหลักที่หดตัวคือ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์และส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์


     ด้านสหภาพยุโรป 15 หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ที่ -16.0 เปอร์เซ็นต์ YOY หลังจากหดตัวที่ -22.7 เปอร์เซ็นต์ YOY ในเดือนมิถุนายน  สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์และส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ


     ส่งออกไปตลาด CLMV หดตัวชะลอลงเล็กน้อยที่ -13.2 เปอร์เซ็นต์ YOY หลังจากหดตัวที่ -17.8 เปอร์เซ็นต์YOY ในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าที่หดตัว ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก และเครื่องดื่ม


     ในส่วนตลาดตะวันออกกลางหดตัวเร่งขึ้นที่ -16.4 เปอร์เซ็นต์ YOY หลังจากหดตัว -10.4 เปอร์เซ็นต์ YOY ในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าหลักที่หดตัวคือ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และอัญมณีและเครื่องประดับ




               
จับตาสินค้าส่งออกที่จะกลับมาฟื้นในครึ่งปีหลัง
               

     ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics  วิเคราะห์แนวโน้มส่งออกสินค้าไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 โดยประเมินจากปัจจัยลักษณะสินค้าและทิศทางการฟื้นตัวของอุปสงค์ ซึ่งได้แก่ ความจำเป็นของลักษณะสินค้าบริโภค นโยบายปลดล็อกประเทศในโครงสร้างตลาดส่งออก ภาวะตลาดส่งออกก่อนเกิดการระบาด ฯลฯ ซึ่งจากการประเมินแบ่งการฟื้นตัวของการส่งอออกได้ 3 กลุ่ม ดังนี้


1.สินค้าที่คาดว่าจะเติบโตในช่วงโควิด-19


     ได้แก่ อาหาร อาหารสัตว์ ผักผลไม้ ยารักษาโรคและเครื่องมือแพทย์ สินค้ากลุ่มนี้ล้วนเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อผู้บริโภค ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกี่ยวข้องกับภาคเกษตร เช่น ข้าว อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป รวมทั้งอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งประเทศไทยมีความสามารถในการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในตลาดได้ รวมทั้งมีปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อในตลาดจีนที่ฟื้นตัวแล้ว แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากปัญหาวัตถุดิบที่ถูกกระทบจากภัยแล้งและการแข่งขันสูงในตลาดโลก


     สินค้ากลุ่มนี้ในครึ่งปีแรก ส่งออกเพิ่มขึ้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ YOY มีมูลค่าส่งออกรวม 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 12.7 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งหมด





2.สินค้าที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563


     ได้แก่ เครื่องดื่ม พลังงาน เคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน สินค้าอุปโภค เครื่องจักรกล สินค้าเกษตร สินค้าในกลุ่มนี้จะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจหลังคลายล็อกดาวน์และการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ระดับราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังลดลงมากในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ช่วยพยุงในเรื่องของราคาสินค้า


     สินค้ากลุ่มนี้ในครึ่งปีแรก ส่งออกลดลง -9.2 เปอร์เซ็นต์  YOY  มีมูลค่าส่งออกรวม 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 61.8 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งหมด


3. สินค้าที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปี 2564


     ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์เหล็ก เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ สินค้ากลุ่มนี้จะฟื้นตัวช้า เนื่องจากกำลังซื้อที่หดหายจากทั่วโลกกระทบต่อสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อรายได้ เป็นสินค้าที่มีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่งต่างประเทศทำให้เสียเปรียบและเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มถูกผลกระทบจากการกีดกันการค้าทางตรงและทางอ้อมหรือไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางการค้า


     สินค้ากลุ่มนี้ในครึ่งปีแรก ส่งออกลดลง -24.2 เปอร์เซ็นต์  YOY มีมูลค่าส่งออกรวม 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 25.5 เปอร์เซ็นต์  ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งหมด


     ทั้งนี้จากการประเมินแนวโน้มสินค้าส่งออก จะเห็นได้ว่าสินค้าส่งออกมีแนวโน้มที่เติบโตและฟื้นตัวในปี 2563 มีสัดส่วนถึง 74.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นหมายโอกาสของผู้ประกอบการไทยจะขยายการส่งออกได้ในครึ่งปีหลัง 2563 ทั้งนี้นอกจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 แล้ว สถานการณ์การค้าโลกจึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน นโยบายการกีดกันทางการค้า การแข่งขันทางด้านราคาที่จะมีมากขึ้น เมื่อระดับการผลิตของแต่ละประเทศกลับมาเหมือนเดิม รวมไปถึงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน





แนะผู้ประกอบการปรับตัวเพื่อรักษาตลาด
               

     TMB Analytics  แนะนำว่าผู้ประกอบการส่งออกไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวมากขึ้นเพื่อรักษาตลาด โดยประคองธุรกิจเพื่อรอการฟื้นตัว เช่น การเสาะหาตลาดใหม่เพื่อลดกระจุกตัวของตลาด การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและกระจายสินค้า การพัฒนาศักยภาพในการผลิต การมีมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและเพิ่มสินค้าใหม่ตามวิถีชีวิตใหม่ (New normal) และสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยภาครัฐสามารถมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพด้านการตลาดให้มากขึ้น ด้วยการหาช่องทางการกระจายสินค้าเพิ่มเติม การประสานงานและเจรจาการค้าเพื่อเปิดตลาดเพิ่ม และอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย ก็จะช่วยให้การส่งออกไทยฟื้นตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต
 
           
     ที่มา :
เรียบเรียงจากบทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย, EIC โดยธนาคารไทยพาณิชย์ และ TMB Analytics
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​ตายอย่างสงบกับโลงศพย่อยสลายได้ “Living Coffin” ไอเดียสุดกรีนที่สายรักษ์โลกกดไลค์

“Loop” บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มทำการทดลองผลิตโลงศพมีชีวิตหรือที่เรียกว่า “Living Coffin” เพื่อใช้เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับการฝังศ..

by SME Thailand.| 24 กย. 2020

​Kön แบรนด์กางเกงชั้นในไร้เพศ ไอเดียออกแบบผลิตภัณฑ์ สนองผู้บริโภคยุค Genderless

Kön แบรนด์สัญชาติสวีเดนกำลังท้าทายความคิดนั้น ด้วยการผลิตกางเกงชั้นในที่เป็นกลางทางเพศ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องจำกัดหมวดหม..

by SME Thailand.| 23 กย. 2020

​เกมรุกใหม่ BreadTalk สิงคโปร์ เปิดร้านกาแฟโบราณร่วมสมัย หวังปลุกตลาดคนรุ่นใหม่

นับเป็นความเคลื่อนไหวอีกก้าวที่น่าจับตามองสำหรับ BreadTalk แบรนด์ขนมปังและร้านเบเกอรีจากสิงคโปร์ที่เติบโตจากร้านเล็กๆ ขยายกิจการจนสามารถเข้าจดทะเบีย..

by SME Thailand.| 22 กย. 2020