เจ้าถิ่นมีหนาว! เชนร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นบุกอินเดียต้นตำรับเมนูแกง ปะทุสงคราม Curry War

by SME Thailand. 08 กย. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 
 



Main Idea
 

เหตุผลที่แกงกะหรี่ญี่ปุ่นคิดบุกเจ้าถิ่นอินเดีย
 
  • ประชากรอินเดียมีมากถึง 1,400 ล้านคน เป็นประเทศที่คนชื่นชอบการบริโภคเครื่องเทศอย่างมาก
 
  • ลูกค้าอินเดียที่เคยไปใช้บริการร้านในญี่ปุ่น ชื่อชอบรสชาติแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น
 
  • อยากแนะนำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นให้กับผู้บริโภคอินเดียเพื่อเทียบกับแกงดั้งเดิมของอินเดีย
 
  • มีการปรับเมนูเพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาของผู้บริโภคท้องถิ่น
 
  • เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ จึงมีเมนูสำหรับลูกค้าที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ด้วย
 
  • “อิฉิบันยะ” เป็นคำผสมระหว่าง “อิฉิบัน” ที่แปลว่าอันดับ 1 กับ “ยะ” ที่แปลว่าร้านค้า จึงหวังจะเป็นร้านแกงกะหรี่อันดับหนึ่งในอินเดีย
 

             

     สร้างความฮือฮาไม่น้อยเมื่อ “โคโค่ อิฉิบันยะ”( CoCo Ichibanya) เครือข่ายร้านข้าวแกงกะหรี่ชื่อดังของญี่ปุ่นได้ขยายธุรกิจบุกไปเปิดสาขาแรกในอินเดียเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่เมืองกูรูกรัม เมืองบริวารที่อยู่ห่างจากกรุงนิวเดลีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 30 กม. ซึ่งการเข้ามาของโคโค่ อิฉิบันยะไม่ต่างอะไรกับการมาจุดชนวนสงครามธุรกิจร้านแกง (Curry) ในประเทศเอเชียใต้แห่งนี้
              

     เป็นที่ทราบและยอมรับกันดีว่าบรรดาเมนูแกงทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ นั้นล้วนได้รับอิทธิพลหรือวัฒนธรรมจากอินเดียที่ถือเป็นต้นกำเนิดและต้นตำรับเมนูแกง การที่โคโค่ อิฉิบันยะรุกเข้ามายังตลาดอินเดียจึงถูกมองว่าอาจหาญมากที่จะมาสัประยุทธ์กับเจ้าถิ่น และทางหนึ่งก็คนคิดว่าไม่ควรมาแต่แรกเพราะเปรียบแล้วก็เหมือนการนำน้ำแข็งไปขายให้ชาวเอสกิโม หรือถ้าเปรียบแบบไทยๆ ก็คือการนำมะพร้าวห้าวไปขายสวนนั่นเอง 
              




     อย่างไรก็ตาม “ฮิโรสุเกะ นากะมูระ” กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติงาน (ซีโอโอ) ของโคโค่ อิฉิบันยะ อินเดียให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทางแบรนด์มั่นใจแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นจะมีรสชาติถูกปากผู้บริโภคในประเทศที่มีประชากรมากถึง 1,400 ล้านคน ประเทศที่ประชาชนชื่นชอบการบริโภคเครื่องเทศอย่างมาก


     “ลูกค้าอินเดียที่เคยไปใช้บริการร้านเราในญี่ปุ่นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแกงกะหรี่ของเรามีรสชาติอร่อย ดังนั้น เราคิดว่าแกงของเราก็น่าจะเป็นที่ยอมรับในตลาดอินเดีย” ซีโอโอเผน
              

     ด้าน “ประเสนจิต อธิการี” ซีอีโอ โคโค่ อิฉิบันยะ อินเดีย กล่าวว่า บริษัทมีความตื่นเต้นที่จะแนะนำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นให้กับผู้บริโภคอินเดียเพื่อเทียบกับแกงดั้งเดิมของอินเดีย





     “ในวันปฐมฤกษ์ของการเปิดขายวันแรก ร้านของเราขนาด 60 ที่นั่ง รับลูกค้าเต็ม นอกจากนั้นยังมีออร์เดอร์แบบเดลิเวอรีและลูกค้ามาซื้อกลับบ้านก็เยอะ อิฉิบันยะ เป็นคำผสมระหว่างอิฉิบันที่แปลว่าอันดับ 1 กับ ยะที่แปลว่าร้านค้า เราก็หวังจะเป็นร้านแกงกะหรี่อันดับหนึ่งในอินเดีย” 
              

     รายงานระบุว่า โคโค่ อิฉิบันยะ อินเดีย เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท มิตซุย เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่ถือหุ้น 60 เปอร์เซ็นต์ กับ อิฉิบันยะ ที่มีหุ้น 40 เปอร์เซ็นต์ โคโค่ อิฉิบันยะ มีสาขาราว 1,300 แห่งในญี่ปุ่น และ 180 สาขาในสหรัฐฯ อังกฤษ จีน และหลายประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยที่มีกว่า 30 สาขา
              

     ในการรุกเข้าตลาดอินเดีย โคโค่ อิฉิบันยะ มีการปรับเมนูเพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาของผู้บริโภคท้องถิ่น จากเดิมที่เน้นแกงกะหรี่หมูกับเนื้อวัวซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมก็เปลี่ยนมาเป็นแกงกะหรี่ไก่ แกงกะหรี่ซีฟู้ด และแกงกะหรี่ผักสำหรับผู้ทานมังสวิรัติ โดยลูกค้าสามารถเลือกท้อปปิ้งหรือเครื่องเคียง และระดับความเผ็ด รวมถึงขนาดของจานได้
                

     เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ ทางร้านยังเสริมอาหารสำหรับลูกค้าที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ อาทิ แกงชีสอินเดียผักโขม แกงชีสยืด โมโม่ไส้ผัก และแกงเห็ด เป็นต้น ส่วนลูกค้าทั่วไปที่ทานเนื้อสัตว์ ทางร้านมีเมนูให้เลือกเพิ่ม ได้แก่ สตูว์ไก่ แกงกะหรี่รวมซีฟู้ด และแกงเนื้อแกะสับ ทุกเมนูเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นและมีเครื่องเคียงให้เลือก เช่น คร็อกเก้ชีส ไก่ กุ้ง ปลาทอด 
              

     เมื่อเทียบกับแกงอินเดีย แกงกะหรี่ญี่ปุ่นจะมีรสหวานกว่า และจัดจ้านน้อยกว่า และโดยมากในแกงจะมีส่วนผสมของผลไม้ ผัก น้ำผึ้ง แป้งข้าวโพด แป้งสาลี และไขมันพืช ต่างกับแกงอินเดียที่เน้นหัวหอม กระเทียม ขิง พริก ขมิ้น และเครื่องเทศมาซาล่า อากิฮิโระ ทานากะ ชาวญี่ปุ่นอาศัยในกูรูกรัมที่ไปใช้บริการร้านโคโค่ อิฉิบันยะ ตั้งแต่วันแรกกล่าวว่า เขาสั่งแกงกะหรี่ซีฟู้ดรวม รสชาติอร่อยมาก เป็นรสต้นตำรับจากญี่ปุ่นแท้ๆ
              




     การแนะนำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นเข้าสู่ตลาดอินเดียทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับร้านแกงท้องถิ่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เกิดการโต้แย้งกันว่าแกงแบบไหนรสชาติดีกว่ากันอื้ออึงมากขึ้นๆ ในสังคม “สารีน มัธธิยัน” เชฟประจำร้านปันจาบ กริล ในนิวเดลีมองว่า ถ้าพูดถึงเรื่องแกงทั่วโลกต้องยกให้อินเดียเป็นหนึ่ง ทั้งในเรื่องความซับซ้อน รสชาติ และเนื้อสัมผัส เรียกว่าหาใครเทียบยาก 
              

     อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นเองก็ใช่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่น แถมยังได้ชื่อว่าเป็นชาติที่พิถีพิถันในการผลิต และเชี่ยวชาญด้านการดัดแปลงสิ่งต่างๆ รวมถึงแกงกะหรี่ฟิวชั่น “ดร.พุชเปช ปันต์” นักประวัติศาสตร์ด้านอาหารอินเดียผู้เป็นแฟนตัวยงอาหารญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาชอบทั้งแกงอินเดียและแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแม้ว่าทั้งสองแบบจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม


     “น้ำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจะข้นจนแลดูเหมือนสตูว์มากกว่าที่คนอินเดียจะมองว่าเป็นแกง และแม้แกงกะหรี่จะมีความเผ็ดแต่ก็เป็นรสเผ็ดที่อ่อนมาก ขณะที่ลิ้นของคนอินเดียจะคุ้นชินกับแกงที่รสชาติหลากหลาย จึงเชื่อว่าแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจะเป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้บริโภคอินเดีย”
              

     ด้าน “เชฟวีนีต มาโนชา” ผู้ดูแลฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มของ บริษัท ไบต์ฟู้ดส์ ซึ่งดำเนินธุรกิจเครือข่ายร้านอาหารญี่ปุ่นยูมีในกูรูกรัมคาดการณ์เช่นกันว่า แกงกะหรี่ญี่ปุ่นจะได้รับการตอบรับดีในอินเดีย


     “ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่น ก่อนหน้านั้น คนอินเดียอาจจะรู้จักแค่ วุชิ ซาชิมิ และราเมง แต่ผลจากการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่เรียกว่าโลกาภิวัฒน์ บวกกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ผู้คนนิยมทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น ทำให้เปิดรับวัฒนธรรมอาหารมากขึ้น ยกตัวอย่าง แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน และแกงเหลืองของไทยก็เป็นที่คุ้นเคยของผู้บริโภคอินเดีย อย่างไรก็ดี แกงกะหรี่ญี่ปุ่นอาจต้องมีการปรับรสชาติเพื่อให้ถูกปากผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ในอินเดีย”
              

     ดูเหมือนสงครามอาหารระหว่างแกงกะหรี่ญี่ปุ่น กับแกงดั้งเดิมของอินเดียจะเริ่มขึ้นแล้ว ถึงกระนั้นดูเหมือนว่าโคโค่ อิฉิบันยะจะไม่หวั่นเท่าไร แถมยังประกาศแผนขยายสาขาเพิ่มเป็น 30 แห่งทั่วอินเดียในอีก 10 ปีข้างหน้าอีกด้วย
 

ที่มา
www.scmp.com/lifestyle/food-drink/article/3097974/japanese-vs-indian-curry-battle-begins-coco-ichibanya-opens
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020