สินค้าสัตว์เลี้ยงสุดหรูมาแรง! ปลุกตลาดจีนคึกคัก คาดอีก 2 ปีโต 2 แสนล้าน

by SME Thailand. 15 กย. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 


 

Main Idea
 

โอกาสธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีน
 
  • ธุรกิจสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีนโตแบบก้าวกระโดด
 
  • ประเมินกันว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ตลาดจะเติบโตมีมูลค่าถึงกว่า 2 แสนล้านบาท
 
  • ตลาดโตขึ้นจากจำนวนคนโสด คนสูงวัยมากขึ้น คนที่มีครอบครัวไม่ต้องการมีบุตรจึงเลือกเลี้ยงสัตว์คลายเหงา
 
  • ชนชั้นกลางมีสถานะมั่งคั่งขึ้น ทำให้มีกำลังจับจ่าย และยอมลงทุนซื้อความหรูหราเพื่อปรนเปรอสัตว์เลี้ยงแสนรัก
 
 
              

     ยูโรมอนิเตอร์ หน่วยงานจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกระบุปี 2017 ที่ผ่านมา รายงานว่า ผู้บริโภคในจีนใช้จ่ายไปกับสินค้าและบริการเพื่อสัตว์เลี้ยงคิดเป็นตัวเลข 17,500 ล้านหยวน (ราว 8 หมื่นล้านบาท) คาดว่าในปี 2022 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า ตัวเลขจะขยับมาอยู่ที่ 46,300 ล้านหยวน หรือประมาณ 2 แสนล้านบาทเศษเลยทีเดียว
              




     ขณะที่บริษัทฟรอสต์ แอนด์ซัลลิแวน คาดการณ์ว่าในปี 2023 ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจะเติบโตมีมูลค่า 47,230 ล้านหยวน หรือราว 2.13 แสนล้านบาท เรียกว่าเป็นธุรกิจที่โตแบบก้าวกระโดดเนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นกลุ่มชนชั้นกลางมีค่านิยมกับการซื้อความหรูหราให้กับสมาชิก 4 ขามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรนเปรอด้วยบริการระดับพรีเมียม หรือการจัดหาสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงราคาแพงมาให้
              

     สินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงมีหลากหลายแตกต่างไป ยกตัวอย่าง BlueBone spa  สปาสำหรับสัตว์เลี้ยงในเซี่ยงไฮ้ที่แตกต่างจากโรงแรมสัตว์เลี้ยงทั่วไป เนื่องจากทางสปาจะรับส่งสุนัขที่มาใช้บริการด้วย มาเซราติ ซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาเลียน จากนั้นพามาที่วิลล่าส่วนตัวที่พรั่งพร้อมด้วยพนักงานคอยรับใช้ ทั้งเสิร์ฟอาหารระดับ 5 ดาว มีบริการอาบน้ำ ตัดแต่งขน บริการนวดตัว ไปจนถึงบริการจัดปาร์ตี้วันเกิดพร้อมเค้กสวยๆ
              




     “โคล ตู้” ผู้ก่อตั้ง BlueBone spa วัย 30 ปี ที่ปัจจุบันมี 5 สาขา เล่าว่า เมื่อ 10 ปีก่อน เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะดูแลสุนัขหรือแมวของตนด้วยสินค้าและบริการที่เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน แต่เนื่องจากผู้บริโภคในจีนมีฐานะดีขึ้น จึงต้องการบริการที่ดีกว่าสำหรับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขานับเป็นสมาชิกในครอบครัว เจ้าของ BlueBone spa เล่าว่า ลูกค้าบางคนถึงกับบอกไม่ต้องการมีลูกและอยากเลี้ยงสุนัขมากกว่า นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจีนเลยทีเดียว
              

     นอกจากสปาแล้ว ที่จีนยังเริ่มมีแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นของสัตว์เลี้ยง อาทิ แบรนด์ LazyEazy ของคู่รักที่จบด้านแฟชั่น ฝ่ายหญิง “เจนนิเฟอร์ จาง” จบจากอเมริกา ส่วนฝ่ายชาย “ซินโจว หลิว” มีดีกรีจาก London College of Fashion ทั้งคู่ออกแบบคอลเล็กชันสำหรับสุนัข มีทั้งชุดกีฬา ชุดกันฝน เสื้อกันหนาวคอเต่าถักทอด้วยขนสัตว์ ดีไซน์และคุณภาพนั้นเทียบเท่าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ แต่จำหน่ายในราคาย่อมเยากว่า คือไม่เกิน 300 หยวนหรือ 1,350 บาท
              




     ส่วน “อู๋ ชิวเฉียว” เจ้าของธุรกิจบริการตัดชุด “ฮั่นฝู” เครื่องแต่งกายจีนโบรานสไตล์ฮั่นสำหรับสุนัขและแมว หลังจากลาออกจากงานบรรณาธิการแก้ไขบทความ หญิงสาววัย 26 ปี ผู้นี้ก็หันมาจับตลาดสัตว์เลี้ยง โดยเธอจะวัดสัดส่วนแมว เลือกผ้า ทำการตัดเย็บด้วยตัวเอง ชุดที่ออกแบบจะใช้หลายเทคนิคผสมผสานกัน ทั้งจับจีบ ปัก สร้างลวดลาย และตกแต่งด้วยลูกปัด โดยชิงเฉียวจะดูแบบจากบรรดาชุดแต่งกายโบราณ และแนะนำดีไซน์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเสมอ สินค้าของเธอได้รับการตอบรับดีมากทั้งที่จำหน่ายแพงสุดชิ้นละ 500 หยวน หรือกว่า 2,000 บาท แต่ทำยอดขายได้เดือนละนับ 1,000 ชิ้น
              




     ส่วนที่กรุงปักกิ่ง “เต้า จื้อ” และเพื่อนชาย “แดน คริสเทนเซ่น” เปิด Penny’s Food Studio บริการอาหารโฮมเมดสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ปรุงสดใหม่จานต่อจาน แต่ละเมนูล้วนสร้างสรรค์ อาทิ อกไก่รสเบียร์ โดยลูกค้าสามารถสมัครสมาชิกทางออนไลน์ผ่าน WeChat ในราคาเดือนละ 600 หยวน (เกือบ 3,000 บาท) ทางร้านจะจัดส่งอาหารถึงบ้าน และมีของแถมเป็นขนมและกระดูกไปให้แทะเล่นอีกด้วย   
              




     ด้านบริษัท Enabot ซึ่งเป็น Tech Startup ในเสิ่นเจิ้นได้พัฒนา “Ebo” หุ่นยนต์คล้ายลูกบอลขนาดเท่ากำปั้นที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทำให้เจ้าของสามารถมอนิเตอร์สัตว์เลี้ยง หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงแบบทางไกลผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ และยังสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย นอกเหนือจากกล้องและลำโพงที่มีความคมชัดสูง Ebo ยังใช้ AI ในการจดจำใบหน้าสัตว์เลี้ยง ทำให้กลิ้งตัวเองเพื่อติดตามเวลาสัตว์เลี้ยงเดินไปมา และยังอ่านอารมณ์สัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย  
              



     “เซี่ยว เฟย” นักวิเคราะห์อาวุโสประจำบริษัทวิจัย อนาไลซิส มองปรากฏการณ์ที่ผู้บริโภคในจีนให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงว่า เนื่องจากประชากรจีนที่สูงวัยและโสดมีจำนวนมากขึ้น คนกลุ่มนี้จึงต้องการสัตว์เลี้ยงเพื่อคลายเหงาและเป็นเพื่อน สถิติระบุว่าในปี 2018 ครัวเรือนในจีนที่เลี้ยงสัตว์มีจำนวน 99.8 ล้านครัวเรือน หรือเพิ่มขึ้นถึง 44 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อนหน้านั้น ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น จึงส่งเสริมให้ตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเฟื่องฟูตามไปด้วยนั่นเอง

 
ที่มา :
www.scmp.com/lifestyle/fashion-beauty/article/3098629/pet-fashion-designer-makes-and-sells-traditional-chinese
www.scmp.com/tech/start-ups/article/3097991/pets-china-now-have-their-own-robot-friends-which-can-entertain-and
www.scmp.com/lifestyle/fashion-luxury/article/2132568/china-demand-growing-luxury-pet-hotels-dog-spas-and-pet
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​โรงแรมหรูชูไอเดียฉีก “365 วันปันใจจากเนื้อสัตว์” เปิดมินิบาร์ที่เสิร์ฟแค่มังสวิรัติเท่านั้น!!!

เกริช เจฮันนูวาลา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเครือโรงแรมโอโวโล่เล่าถึงที่มาของแนวคิดการทำธุรกิจโรงแรมที่แตกต่าง กล้าทำร้านอาหารและบาร์ให้ปลอดเนื้อสัตว์ตลอด ..

by SME Thailand.| 24 พย. 2020

​“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในสตรี ที่ถือกำเนิดมาจากทหารผ่านศึก!

“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในเก่าแก่ของโลกที่มีอายุธุรกิจยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษ รู้ไหมว่าเรื่องน่าทึ่งของวาโก้คือ ผู้ให้กำเนิดวาโก้ยังเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญ..

by SME Thailand.| 23 พย. 2020

​บริษัทเสื้อผ้าญี่ปุ่นพลิกกลยุทธ์ เปิด Specialty Store หน้ากากสู้โควิด อันละ 3 หมื่นก็มีขาย

โดยปกติชาวญี่ปุ่นจะซื้อหาหน้ากากอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) ตามร้านขายยา แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด เริ่มมีแบรนด์ต่างๆ ผลิตหน้ากากผ้าออกจำหน่าย และน..

by SME Thailand.| 20 พย. 2020