ตายอย่างสงบกับโลงศพย่อยสลายได้ “Living Coffin” ไอเดียสุดกรีนที่สายรักษ์โลกกดไลค์

by SME Thailand. 24 กย. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
  • Living Will คือการออกแบบชีวิตตัวเองในวาระสุดท้ายที่กำลังเริ่มได้รับความสนใจอยู่ ณ ขณะนี้
 
  • “Living Coffin” หรือโลงศพมีชีวิตที่ทำจากไมซีเลียมหรือเส้นใยของเห็ด คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมารองรับแนวคิดดังกล่าว สำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบชีวิตในวาระสุดท้ายของตัวเอง เพื่อให้เหลือเป็นภาระกับโลกใบนี้ให้น้อยที่สุด
 
  • โดยเส้นใยไมชีเลียมจะเข้ามาช่วยเร่งการย่อยสลายร่างกายให้กลายเป็นสารอาหารในดินให้แก่ต้นไม้ได้ในระยะเวลา 6 สัปดาห์ และหมดไปใน 2 - 3 ปี





      ทุกวันนี้มนุษย์เรามีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองมากขึ้น แม้แต่การเลือกที่จะออกแบบชีวิตตัวเองในวาระสุดท้าย อย่างการทำพินัยกรรมชีวิต หรือสิทธิการตาย ที่เรียกกันว่า “Living Will” เพื่อเขียนเป็นหนังสือแสดงเจตจำนงเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลก่อนที่จะเสียชีวิต เพื่อเลือกสิ่งที่ต้องการ และไม่ต้องการในแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ ก็กำลังเป็นกระแสและเริ่มถูกพูดถึงกันมากขึ้นในเวลานี้ โดยกระแสดังกล่าวไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงเทรนด์การจัดการศพแบบที่เหลือเป็นภาระต่อโลกใบนี้ให้น้อยที่สุดด้วย
              




      โดยเมื่อเร็วๆ นี้ “Loop” บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มทำการทดลองผลิตโลงศพมีชีวิต หรือที่เรียกว่า “Living Coffin” ออกมา เพื่อใช้เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับการฝังศพ โดยไม่สร้างมลภาวะทิ้งไว้ให้กับโลก แต่กลับเลือกที่จะย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติเป็นประโยชน์ให้กับผืนดินและต้นไม้แทน
              

      Bob Hendrikx” ผู้ก่อตั้ง ได้เล่าถึงที่มาของไอเดียดังกล่าวว่า เดิมทีนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจหรือมีความคิดที่จะผลิตโลงศพชนิดนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก แต่เกิดขึ้นจากความบังเอิญที่ได้พูดคุยกับญาติคนหนึ่งถึงวงจรชีวิตของมนุษย์ว่าสุดท้ายแล้วถ้าตายไปเราควรที่จะกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างไร เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับโลกใบนี้ เพราะปัจจุบันพื้นที่ในการฝังศพก็หาได้ยากขึ้นทุกที หากเป็นการเผาก็ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สร้างมลพิษให้เพิ่มขึ้น


       จากบทสนทนาในวันนั้นจึงทำให้ Hendrikx เกิดความคิดที่จะหาทางออกและสร้างนวัตกรรมเพื่อการฝังศพแบบไร้ซึ่งการสร้างมลภาวะให้กับโลก กระทั่งเมื่อวันหนึ่งที่ญาติคนดังกล่าวต้องสูญเสียมารดาไป จึงได้โอกาสที่จะใช้โลงศพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ในการฝังศพขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งญาติของเขาก็ดีใจมากที่ร่างของแม่จะกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติและกลายเป็นประโยชน์ต่อไป





      โดยเขาเรียกเจ้าโลงศพมีชีวิตนี้ว่า “Living Cocoon” ซึ่งมันถูกทำขึ้นมาจากไมซีเลียม (Mycelium) หรือเส้นใยของเห็ด จริงๆ แล้วสิ่งนี้ถูกนำมาใช้ในการทำเกษตรเพื่อทำความสะอาดดินและทำให้ดินกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม โดยไมชีเลียมจะเติบโตในลักษณะของการแตกแขนงกลายเป็นเส้นใยต่างๆ จากนั้นจะทำหน้าที่คอยกำจัดและย่อยสลายบรรดาขยะที่อยู่ใต้พื้นดิน เช่น น้ำมัน พลาสติก โลหะ หรือแม้แต่สารพิษอื่นๆ เพื่อให้สุดท้ายแล้วกลายเป็นสารอาหารกลับคืนสู่ดิน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะช่วยทำหน้าที่ย่อยสลายร่างกายของมนุษย์ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติได้ด้วย


       โลงศพจากไมชีเลียมจะสามารถเริ่มย่อยสลายร่างกายของผู้เสียชีวิตเพื่อให้ถูกดูดซึมสู่พื้นดินได้ภายใน 4 – 6 สัปดาห์ และจะย่อยสลายได้หมดในระยะเวลา 2 – 3 ปี ต่างกับโลงศพปกติทั่วไปที่กว่าจะย่อยสลายได้หมดต้องใช้เวลานานกว่าหลายสิบปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตที่ใช้ ซึ่งหากมีการเคลือบด้วยสารเคมี หรือการวัสดุตกแต่งอื่นๆ เพิ่มเข้ามาที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ ก็ยิ่งใช้เวลานานยิ่งขึ้นไปอีก






      โดยการผลิต Living Cocoon ขึ้นมาในแต่ละอันนั้นจะใช้เวลานานร่วมหลายสัปดาห์ในการผลิต เพราะต้องรอให้โลงศพมีชีวิตนี้ค่อยๆ ขึ้นรูปตามโครงสร้างที่วางไว้และแห้งไปเองตามธรรมชาติ จึงจะสามารถนำมาใช้งานได้ในพิธีการฝังศพตามปกติ และเมื่อมันถูกนำกลับลงสู่ผืนดินอีกครั้งก็จะกลับมีชีวิตขึ้นและทำหน้าที่ได้ตามเดิม


      ที่ผ่านมานั้นบริษัท Loop ได้ลองผลิตโลงศพดังกล่าวไปแล้วกว่าหลายสิบโลงด้วยกัน โดยขายไปในราคา 1,250 ยูโรหรือประมาณ 46,000 บาท ซึ่งอนาคตพวกเขาคาดหวังว่าจะทำให้มีราคาถูกลงได้มากกว่านี้หากมีการนำมาใช้กันมากขึ้น โดยแอบหวังลึกๆ ในใจว่าอยากให้กลายเป็นการฝังศพแบบ New Normal หรือวิถีแบบใหม่ของมนุษยชาติขึ้นมาเลยทีเดียว ซึ่งหากเป็นไปได้ก็จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหา ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม และดูแลโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป





      ซึ่งนอกจากการพยายามที่จะผลิต Living Coffin ขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว Hendrikx ยังพยายามที่จะทำงานร่วมกับนักวิจัยต่างๆ เพื่อศึกษาหาผลลัพธ์ของคุณภาพดินหลังจากมีการนำโลงศพไมชีเลียมเข้ามาใช้ โดยหวังว่าผลจากการวิจัยดังกล่าวจะช่วยให้สามารถชักชวนผู้คนให้มีความสนใจที่จะใช้เจ้า Living Cocoon กันมากขึ้น รวมถึงการออกนโยบายวางแผนจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำโลงศพชนิดนี้กระจายไปยังพื้นที่ป่าต่างๆ เพื่อช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้กลับคืนมาแก่ผืนดินนั่นเอง




      สุดท้ายบริษัท Loop ยังได้เพิ่มบริการโลจิสติกส์เพื่อจัดส่ง Living Cocoon ให้สามารถถูกนำไปใช้ในพื้นที่ต่างๆ ในหลายประเทศทั่วโลกสำหรับลูกค้าที่ต้องการอยากฝังศพด้วยวิธีชนิดใหม่นี้ ขอเพียงแค่เข้าไปใส่ชื่อ อีเมล ที่อยู่ และระบุประเทศ เพื่อรอการติดต่อกลับมาเท่านั้นเอง!
 

 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 

Share:

Related Articles

​EAON MALL สลัดภาพค้าปลีกหัวเก่า ก้าวเท้าสู่ “ดิจิทัล” ตั้งศูนย์เทคโนโลยีนำร่องในจีน ก่อนใช้จริงในญี่ปุ่น

อิออน มอลล์ที่ให้บริการในจีนได้เคยนำร่องให้ร้านค้าของห้างไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าไปแล้วหลังจากที่มีการก่อตั้งศูนย์บริหารดิจิทัลอิออนขึ้นในเมืองหังโจว เรี..

by SME Thailand.| 19 เมย. 2021

​หมัดเด็ดเล็กสู้ยักษ์! ถอดกลยุทธ์ Dunham's ห้างสรรพสินค้าอิสระแห่งสุดท้ายในอเมริกา

ทุกเมืองคงเคยมีห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่น ก่อนที่แบรนด์ใหญ่ทุนหนาจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนห้างท้องถิ่นสู้ไม่ไหวปิดตัวลงไปในที่สุด แต่ไม่ใช่กับ Dunham’s ..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021

​ไอเดียเข้าท่า!! สาวนักกำหนดอาหารเปิดคาเฟ่ ควบคลินิกสุขภาพแห่งแรกในฮ่องกง

ช่วงหลังๆ นี้ เทรนด์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือร้านอาหารประเภท Fast Casual มีการจ้างนักกำหนดอาหารมาประจำร้านมากขึ้น แต่ร้าน Grain Of Salt เป็นร้านแรกใน..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021