กลยุทธ์ ‘Staycation’ ฟื้นวิกฤตโรงแรมฮ่องกง หลังนักท่องเที่ยวเหลือศูนย์

by SME Thailand. 28 กย. 2020
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea

 
     วิธีปรับตัวหาทางรอดของธุรกิจโรงแรมในฮ่องกง
 
 
  • ทำอาหารกล่องจำหน่ายและเข้าสู่ระบบบริการ Food delivery
 
  • กลยุทธ์หนึ่งขายแพ็กเกจ Staycation ให้ลูกค้าชาวฮ่องกงได้เข้าพักและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโรงแรม กระตุ้นให้ชาวฮ่องกงย้ายที่นอนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
 
  • ออกแบบธีมการเข้าพักในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้ในชีวิตประจำวัน
 


               
     การระบาดของไวรัสโควิดที่ยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ต้นปี จนทำให้อุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบต้องหยุดบิน ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวต่างประเทศพลอยชะงักงันไปด้วย ประชาชนเหมือนถูกกักบริเวณ ไม่สามารถบินได้ตามเสรีเหมือนก่อน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และการอยู่กับที่นานเกินไปสำหรับใครหลายคนทำให้เกิดความเครียดได้ ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจเกี่ยวกับ Staycation หรือการเที่ยวพักผ่อนอยู่ใกล้บ้านจึงกำเนิดขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่อัดอั้นจากการไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวไกลๆ
               

     ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จะเห็นว่าโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงจำเป็นต้องปรับตัวทุกหนทางเพื่อประครองให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ รอวันสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ นอกจากการทำอาหารกล่องจำหน่ายและเข้าสู่ระบบบริการ Food Delivery อีกกลยุทธ์หนึ่งที่เป็นที่นิยมคือการขายแพคเกจ Staycation ให้ลูกค้าได้เข้าพักและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโรงแรม เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการย้ายที่นอนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศนั่นเอง


 
               
     วันนี้จะพาไปสำรวจเกาะฮ่องกงซึ่งมีโรงแรมเปิดบริการจำนวนมาก และได้รับผลกระทบหนักจากโควิดมาหลายเดือน จำนวนผู้เดินทางมาเยือนฮ่องกงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาลดลงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และแม้จะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับTravel Bubble หรือการเปิดประเทศด้วยการท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทางกับประเทศที่ควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมา ขณะที่ชาวฮ่องกงเองก็มีแนวโน้มจะงดเดินทางด้วยเช่นกันเพราะยังกังวลเรื่องการระบาดอยู่
                 

     ด้วยเหตุนี้ โรงแรมต่างๆ ในฮ่องกงจึงเปลี่ยนเป้าหมายมายังชาวฮ่องกงหรือคนที่ตกค้างในฮ่องกงโดยนำเสนอแพคเกจ Staycation และเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด หลายโรงแรมจึงได้ออกแบบแพคเกจให้เป็นธีม (Theme) หลักๆ โดยมี 2 ธีมที่มาแรง ได้แก่ ธีมเพื่อสุขภาพ และธีมสายแฟชั่นที่โรงแรมจะมอบประสบการณ์ที่ลูกค้าไม่พบเจอในชีวิตประจำวันมาก่อน



               

     “บิล เทเลอร์” กรรมการผู้จัดการโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ฮ่องกงให้สัมภาษณ์ว่า “เนื่องจากพรมแดนปิด และการท่องเที่ยวก็หยุดนิ่ง ทางเราจึงหันมาโฟกัสที่ลูกค้าในฮ่องกง เจาะกลุ่มคนที่อยากได้รับประสบการณ์ดีๆ หรือต้องการสถานที่สำหรับสร้างความรื่นรมย์ในชีวิต ทางเราต้องการให้ลูกค้าได้งดกิจกรรมทางดิจิทัล ตัดขาดจากอินเตอร์เน็ตชั่วคราวเพื่อสร้างความใกล้ชิดกันคนที่รักหรือตัวเอง ดังนั้น เราจึงนำเสนอ Staycation หลายรูปแบบเพื่อตอบสนองลูกค้าหลายกลุ่มหลากวัย”  
               

     ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์มีการจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมภายใต้ชื่อ “Wellness Retreat” โดยรวมถึงบางกิจกรรมที่ค่อนข้างเฉพาะไม่เหมือนใคร เช่น การบำบัดด้วยเสียง และการทำสมาธิกลางแสงจันทร์ เป็นต้น นอกจากนั้น ในโปรแกรมนี้ยังรวมถึงการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารจากหัวหน้าเชฟเดิร์ค ฮัลเทนฮอฟที่จะมาแนะนำโปรแกรม Well Feeling eating   


     โดยเชฟจะจัดเมนูอาหารพิเศษที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ และยังแนะแหล่งซื้ออาหาร รวมถึงสอนวิธีการเตรียมอาหารเองที่บ้านให้  แพคเกจ Wellness Retreat ยังรวมถึงบริการสปา นวดหน้า นวดตัว และฝึกสมาธิตามศาสตร์อายุรเวชของอินเดียอีกด้วย สนนราคาแพคเกจนี้เริ่มต้นที่ 5,600 ดอลลาร์ฮ่องกงหรือ 22,850 บาท/คืน 
                


               

     ด้าน “จิล โกะห์” ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมแลนด์มาร์ค แมนดาริน โอเรียนเต็ล เผยที่โรงแรมเสนอแพคเกจ Urban Wellness Reboot ที่มีบริการที่นอกเหนือจากการออกกำลังกาย นั่นคือมีเทรนเนอร์ส่วนตัวช่วยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนของลูกค้า และแนะนำโปรแกรมออกกำลังกายให้ลูกค้านำไปปฏิบัติเพื่อจะเห็นผลในระยะยาว สำหรับกิจกรรมในฟิตเนส ก็มีให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่โยคะ พิลาทิส ไปจนถึงการฝึกกับเทรนเนอร์ส่วนตัว นอกจากนั้น ยังมีบริการสปามือเท้า ทำเล็บ ต่อเล็บ หรือจะทำกิจกรรมทางน้ำอันรวมถึงการอาบน้ำใต้ฝักบัวละอองหมอก ราคาค่าบริการอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 18,000 บาท) ต่อคืน รวมบริการสปาเต็มรูปแบบ
               

     ด้านโรงแรมเดอะ เมอร์เรย์ ฮ่องกง ฉีกแนวด้วยการนำเสนอโปรแกรมช้อปปิ้งเอาใจลูกค้าสายแฟชั่น โดยทางโรงแรมได้จับมือกับ Net-a-Porter เว็บไซต์ช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่บริการจัดส่งสินค้ากว่า 170 ประเทศ ผู้ใช้บริการจะได้รับบัตรกำนัลสำหรับช้อปปิ้งมูลค่า 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และบริการเซ็ตน้ำชายามบ่ายแบบพิเศษสุดหรู รวมถึงการถ่ายแฟชั่นตามจุดต่างๆ ของโรงแรมเพื่อให้ลูกค้ามีภาพสวยๆ ด้วยช่างภาพมืออาชีพไปลงในไอจีหรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ สำหรับราคา อยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์ฮ่องกงหรือ 10,000 บาทต่อคืน 


     ส่วนโรงแรมเพนนินซูล่าก็แนะนำแพ็กเกจในธีมแฟชั่นเช่นกัน โดยการจัดหาชุดที่ออกแบบพิเศษโดยดีไซเนอร์ท้องถิ่น เช่น ชุดกี่เพ้า แล้วถ่ายภาพเซ็ตแฟชั่นเป็นที่ระลึก ไม่เท่านั้น ยังมีแพคเกจ World staycation นำเสนอกิจกรรมต่างๆ มีทั้งกิจกรรมกลางแจ้ง และงานเกี่ยวกับศิลปะ เช่น การฝึกโยคะ การวาดรูป การสอนถ่ายภาพโดยช่างภาพจากแบรนด์กล้องไลก้า ราคาค่าบริการตกคืนละ 3,380 ดอลลาร์ฮ่องกงหรือประมาณ 13,800 บาท  
               




      ผู้บริหารฝ่ายการตลาดคนหนึ่งซึ่งเล็งจะใช้บริการ Staycation กล่าวว่าเนื่องจากไม่ได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจึงจะใช้งบส่วนนี้ไปกับการซื้อแพ็กเกจของโรงแรมต่างๆ แทน เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ และพักผ่อนอย่างเต็มที่ ลูกค้ารายนี้ยังกล่าวอีกว่าเกณฑ์การเลือกแพคเกจของเธอคือต้องเป็นกิจกรรมที่มีการจัดเตรียม และเธอไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือไม่ก็เป็นกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน บริการ staycation ของหลายโรงแรมที่นำเสนอแค่ห้องพักพร้อมอาหารเช้าอาจไม่เพียงพอเสียแล้ว จำเป็นต้องคิดแพคเกจที่แปลกใหม่ให้ต่างจากคนอื่นเพื่อดึงดูดลูกค้า และเงินในกระเป๋าของพวกเขา

 
     ที่มา : www.scmp.com

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

 
Share:

Related Articles

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020