แค่มีเงินไม่พอ! Luxurique ธุรกิจท่องเที่ยวญี่ปุ่น ขายประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้

by SME Thailand. 07 ตค. 2020
Share:
TEXT : รุจรดา วัฒนาโกศัย





Main Idea
 
 
            แนวคิดการสร้างธุรกิจท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
 
 
  • สำหรับคนที่มีเงินมากๆ การจ่ายเงินเพื่อซื้อประสบการณ์ที่แปลกใหม่คุ้มค่ากว่าการซื้อวัตถุราคาแพง
 
  • ความแตกต่างทางวัฒนธรรมคือสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อยู่หมัด
 
  • ลูกค้าต้องเป็นคนที่เห็นคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมที่พวกเขาจะได้สัมผัส
 

 
 
      สำหรับคนที่รวยสุดๆ จะซื้ออะไรก็ได้ตามที่ต้องการ เดินทางไปที่ไหนเมื่อไรก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องทั้งหมด ยังมีของอย่างบางหรือบางสถานที่ที่แค่มีเงินก็ไม่สามารถซื้อได้ แต่ยิ่งเข้าถึงยากเท่าไร ยิ่งอยากไขว่คว้ามากเท่านั้น ความต้องการนี้เองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจท่องเที่ยวญี่ปุ่นอย่าง “Luxurique” ที่พยายามตอบสนองคำขอของลูกค้าเพื่อให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ถูกเก็บซ่อนไว้ บางอย่างเป็นความลับในครอบครัวที่สืบทอดกันมานับร้อยปี





     “Naomi Mano” ผู้ก่อตั้งธุรกิจ Luxurique เป็นชาวญี่ปุ่นที่เกิดในสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านั้นเธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้านอกเมืองลอนดอน เธอได้พบกับลูกค้าที่มีความต้องการสุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็น ต้องการเช่าสนามแข่งรถ Fuji Speedway ซึ่งเป็นสนามแข่งรถระดับโลกในจังหวัดชิซุโอกะ หรือบางคนต้องการเรียนรู้การดริฟต์รถจาก “Keiichi Tsuchiya” นักแข่งรถชื่อดัง เธอเคยชินกับข้อเรียกร้องเหล่านั้นก่อนที่จะตัดสินใจมาสร้างธุรกิจของตัวเอง


     เธอตระหนักถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นจุดขายสำคัญที่เธอใช้ทำธุรกิจ โดยพาลูกค้าไปสัมผัสกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าร่วมฝึกซ้อมซูโม่มืออาชีพที่ปกติไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปในสังเวียนศักดิ์สิทธิ์ หรือชมการแสดงคาบูกิแบบส่วนตัว การเข้าไปในครัวของเชฟร้านอาหารมิชลินระดับ 3 ดาว หรือเรียนรู้ความซับซ้อนของบอนไซรูปแบบศิลปะญี่ปุ่นอายุหลายศตวรรษจากปรมาจารย์บอนไซ ผู้ได้รับรางวัล Prime Minister's Award เป็นต้น





     ความยากของงานนี้คือ Naomi ต้องใช้ทักษะการโน้มน้าวใจให้ศิลปินและช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นยอมเปิดเผยคำสอนหรือเคล็ดลับของครอบครัวแก่บุคคลภายนอก ซึ่งปกติจะใช้เวลาหลายเดือน บางครั้งเป็นปีกว่าที่เธอจะได้รับความไว้วางใจ ขณะเดียวกันเธอก็ต้องคัดเลือกผู้เยี่ยมชมอย่างระมัดระวัง


     “ต้องเป็นคนที่มีความหลงใหลในศิลปะนั้นๆ อย่างมาก เมื่อช่างฝีมือรู้ว่ามีคนชื่นชมงานศิลปะของพวกเขาก็จะรู้สึกสบายใจและเปิดใจมากขึ้น เมื่อ 10 กว่าปีก่อนการโน้มน้าวให้ชาวญี่ปุ่นในพื้นที่ยอมรับแขกต่างชาติเป็นเรื่องยาก เพราะพวกเขามองว่าคนเหล่านั้นคือคนนอก ในตอนนี้ก็ยังมีความท้าทายคือต้องทำให้ช่างฝีมือรุ่นเก่าเข้าใจว่าเรื่องราวของพวกเขามีคุณค่ามากกว่าผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาทำมาขายเสียอีก”





     การพบปะทักทายแบบเรียบง่ายกับช่างฝีมือหรือศิลปินอาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 เยน หรือ 3,000 บาท ขณะที่การเยี่ยมชมหรือพูดคุยมากขึ้นอาจมีราคาถึงประมาณ 2 ล้านเยน หรือ 600,000 บาท โดยที่การเดินทางแต่ละครั้งลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน


     บริการของ Luxurique ถูกบอกต่อปากต่อปาก มีการแนะนำลูกค้าจากสถานทูต ราชวงศ์ นักการเมือง หรือลูกค้าวีไอพีของแบรนด์สินค้าไฮเอนด์ เป็นต้น


     Naomi บอกว่า คุณค่าของการท่องเที่ยวแบบหรูหรานั้นก็คือการได้แบ่งปันประสบการณ์ของผู้คน ไม่ใช่เพราะราคาของมัน และนั่นคือหัวใจของความสำเร็จที่แท้จริงของธุรกิจนี้
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020