​ธุรกิจขนส่งทางถนน เจอก้างชิ้นใหญ่ขวางคอบุก AEC

by SME Thailand PR News 26 กพ. 2015
Share:
 





เรื่อง : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

    แม้ว่าธุรกิจขนส่งทางถนนของไทยในปี 2557 ไม่ค่อยเติบโตนัก ด้วยภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่ขยายตัว แต่ในปี 2558 มองว่าธุรกิจนี้จะมีความคึกคักขึ้น เพราะเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ถึงแม้จะค่อยเป็นค่อยไปก็ตามที

    อีกทั้งผู้ประกอบการขนส่งทางถนนเอง เริ่มปรับตัวเพื่อหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทย สามารถเดินทางผ่านแดนโดยการคมนาคมทางถนนได้

    ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามแดน ธุรกิจคลังสินค้า คลังสินค้าห้องเย็น และรถขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้บริการธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านอาหาร เครื่องดื่มและเวชภัณฑ์ จึงเป็นตลาดที่น่าจะขยายตัวได้อีกมาก

    เหตุผลมาจากสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยเป็นรายการสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าว จากความนิยมจากประชาชนในประเทศเหล่านั้นที่มีต่อเนื่องมายาวนาน 

    นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าไปขยายการลงทุนของธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะเชนร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ตลอดจนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวในประเทศ CLMV อีกด้วย 

    ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศ CLMV มีโครงสร้างด้านเกษตรกรรมที่คล้ายคลึงกันกับประเทศไทย จึงส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านธุรกิจการเกษตรของไทยในกลุ่มประเทศดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

     ทั้งในลักษณะ Contract farming เพื่อรับซื้อผลผลิตกลับมาแปรรูปยังประเทศไทย และการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตร อาทิ การผลิตน้ำตาล การแปรรูปอาหารสัตว์ เป็นต้น ดังนั้น จึงส่งผลให้ธุรกิจขนส่งสินค้าเกษตร และศูนย์กระจายสินค้าเกษตร เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าจับตามอง 

     อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจขนส่งมีแนวโน้มที่จะได้รับโอกาสจากการเปิด AEC แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนการดำเนินงานที่สูง และการเข้ามาในตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศที่เล็งเห็นโอกาสที่สดใสใน AEC เช่นเดียวกัน 
 






     “จีน” ถือเป็นคู่แข่งสำคัญเพราะมีการส่งเสริมภาคโลจิสติกส์ให้ใช้เส้นทาง R3A ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ของจีนตอนใต้ สปป.ลาว และประเทศไทยเข้าด้วยกัน และยังได้เตรียมลงทุนก่อสร้างโครงการศูนย์โลจิสติกส์ที่ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อใช้ในการพัก ขนถ่าย และเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่จะส่งต่อไปยังกรุงเทพมหานครและตลาดอาเซียนต่อไป 
     
    นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทุนจากประเทศญี่ปุ่น และฮ่องกง โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เข้ามาให้บริการจัดการโลจิสติกส์ของกลุ่มอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยและอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการไทยยังไม่สามารถเข้าไปแข่งขันได้ 

    และยังมีกลุ่มทุนจากกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์รายใหญ่ที่มีความชำนาญและมีระบบการจัดการที่ทันสมัย ซึ่งได้มีการลงทุนอยู่เดิมแล้วมีการเพิ่มการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน อีกด้วย

    ซึ่งคู่แข่งเหล่านี้ล้วนมีจุดแข็งทางด้านความพร้อมทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการบริการที่ครบวงจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทโลจิสติกส์ของไทยได้ เนื่องจากหากผู้ประกอบการไทยยังไม่หาจุดแข็งในการประกอบธุรกิจแล้วก็อาจจะทำให้สูญเสียโอกาสในการแข่งขันได้
 




    อย่างไรก็ดี สำหรับ ผู้ประกอบการไทย นั้น นับว่ามีจุดแข็งจากการเป็นเจ้าถิ่นที่มีประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจในพื้นที่มานาน จึงมีความเชี่ยวชาญด้านเส้นทางและมีเครือข่ายพันธมิตรในการประกอบธุรกิจ 

    นอกจากนี้ ยังมีสายสัมพันธ์อันดีในการเป็นคู่ค้ากับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ รวมทั้งการมีความรู้ความชำนาญด้านกฎระเบียบ และพิธีการด้านการประกอบการขนส่งทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศอีกด้วย

    ประการสำคัญ ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนภาคการขนส่ง โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งการตั้งนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ การตั้งจุดพักรถบรรทุก และศูนย์กระจายสินค้าในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 

    รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงกฎระเบียบศุลกากรในกระบวนการขนส่งข้ามแดนและผ่านแดนให้มีความทันสมัยและรวดเร็วเพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย 
Share:

Related Articles

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020