รู้จัก “เมย์ โช” เชฟหญิงแกร่ง ผู้ผลักดันความเท่าเทียมทางเพศ ในอาณาจักรครัวจีน

by SME Thailand. 13 กพ. 2021
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





     เป็นที่ทราบกันว่าในวงการเชฟมืออาชีพนั้น มักถูกมองว่าเป็นอาณาจักรของผู้ชายเสียส่วนใหญ่ การที่เชฟหญิงจะฝ่าฟันให้มีชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับทัดเทียมเชฟชายนั้น ต้องใช้พลังกายพลังใจไม่น้อย สำหรับวงการเชฟในฮ่องกง ชื่อ “เมย์ โช” วัย 36 ปีน่าจะโดดเด่นสุดในฐานะเชฟผู้เป็นสัญลักษณ์เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้หญิง และชุมชน LGBTQ  และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำงานในครัวพาณิชย์
               

     นอกจาก เป็นเจ้าของร้านอาหาร 2 แห่ง Little Bao และ Happy Paradise ในย่านโซโห ฝีมือของเธอยังเป็นที่ยอมรับ เมื่อปี 2017 ก็ได้รับรางวัล Asia's Best Female Chef by the World's Best 50 Restaurants ซึ่งเป็นการจัดอันดับประจำปีโดยวิลเลี่ยม รีด กลุ่มบริษัทสื่อจากอังกฤษ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย


              

     เธอเล่าว่าช่วงที่กำลังจะเปิดร้านอาหาร Little Bao  ความท้าทายที่ใหญ่สุดอย่างหนึ่งคือการสร้างความน่าเชื่อถือ เธอจำได้ว่าตอนนั้นหาคนทำงานยากมาก ไม่มีใครอยากมาร่วมทีมเพราะพวกเขาไม่มั่นใจว่าร้านของเธอจะประสบความสำเร็จ
               

      แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าร้าน Little Bao ของเธอได้รับความนิยม มีลูกค้าต่อแถวเพื่อซื้อซาลาเปาซึ่งเป็นเมนูเด่นเกือบทุกเย็น จนเธอขยับขยายไปเปิด Happy Paradise  ร้านอาหารจีนแนวโมเดิร์นอีกแห่ง เชฟเมย์เชื่อว่าการทุ่มเทจะผลิดอกออกผลเสมอ เธอทำงานวันละ 16-18 ชั่วโมง  “ถ้าทำมากกว่าคนอื่นเท่าตัว ความสำเร็จที่ได้มาก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว”
               

     เชฟเมย์เกิดที่แคนาดา เธอสนใจเรื่องการทำอาหาร และเคยทำงานเป็นเชฟส่วนตัวให้กับเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังชาวแคนาเดียน ก่อนตัดสินใจย้ายมาทำงานที่ฮ่องกงในฐานะผู้ช่วยอัลวิน เหลียง เซเลบริตี้เชฟ อดีตวิศวกรการบินผู้สนใจด้านอาหาร เรียนรู้ศาสตร์การปรุงจนร้านอาหาร Bo Innovation ของเขาได้รับ 3 ดาวมิชลิน และการได้ร่วมงานกับเชฟอัลวินนี่เองที่เปิดโลกทัศน์ของเชฟเมย์ให้เห็นถึงศักยภาพของอาหาร และก้าวสู่ความเป็นสากลยิ่งขึ้น



               

     อย่างไรก็ตาม ในสายอาชีพเชฟที่ถือเป็นอาณาจักรของผู้ชายเพราะโดยมากเชฟที่มีชื่อเสียงมักเป็นผู้ชาย เชฟเมย์มองว่าผู้หญิงยังต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอาจจะ 2 หรือ 3 เท่าเพื่อไต่บันไดสู่ความสำเร็จอย่างทัดเทียม แต่ก็เป็นเรื่องค่อนข้างยาก แม้จะได้รับแรงสนับสนุนแต่เมื่อเข้าเรียนโรงเรียนสอนอาหาร ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงเลี่ยงไปเลือกเชฟขนมอบขนมหวาน ในสหรัฐฯ จำนวนผู้หญิงที่เป็น executive chef นั้นมีเพียง 8 จาก 100 คนเท่านั้น
               

     ในปี 2017 ที่ได้รับรางวัล Asia's Best Female Chef ความรู้สึกของเชฟเมย์คือไม่ได้อยากจะรับเลยเนื่องจากรู้สึกว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะเป็นจุดสนใจยืนอยู่กลางสปอตไลท์  สิ่งที่เธอสนใจในเวลานั้นคือความกระหายใคร่รู้ว่าที่ผ่านมาทำไมร้านอาหารจีนถึงไม่โดดเด่น แม้ว่าเชฟจะใช้วัตถุดิจคุณภาพดีแต่ทำไมอาหารจีนจึงยังถูกมองเป็นอาหารราคาถูก อย่างไรก็ตาม การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมีส่วนอย่างมากในการเปลี่ยนมุมมองด้านลบที่มีต่ออาหารจีน “พอจีนกลายเป็นชาติมหาอำนาจ โลกก็อยากรู้จักจีนมากขึ้น แม้การเป็นเชฟอาหารฝรั่งเศสจะดูดีกว่ามาก แต่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของจีนก็ทำให้การปรุงอาหารจีนกลายเป็นอะไรที่เท่ได้”
               

     เชฟเมย์ยังเล่าอีกว่าหากย้อนกลับไปในอดีตสัก 30 ปีที่แล้ว กุ๊กในครัวร้านอาหารจีนโดยมากมักเป็นผู้ชาย และทำงานหนักวันละ 12 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ บางคนกินนอนในครัวและทำงานแบบไม่มีวันหยุดก็มี ส่วนผู้หญิงที่ทำงานในครัวก็เป็นลักษณะคนวัยคราวป้า แต่ปัจจุบัน สิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนไปมาก ร้านอาหารจีนในโรงแรมมีการปรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้นไม่โหดหินเหมือนก่อน แต่อย่างหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือครัวยังเป็นพื้นที่ของเชฟชาย คาดว่าคงใช้เวลาอีกนานกว่าผู้หญิงจะเป็นที่ยอมรับ



               

     ช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 เชฟเมย์มีบทบาทสำคัญในการเป็นหัวหอกที่ออกมาผลักดันปัญหาต่างๆ ให้เป็นที่รับรู้ เธอเล่าว่า แม้ร้านอาหารในฮ่องกงจะยังเปิดบริการตามปกติ แต่พรมแดนถูกปิด จำนวนลูกค้าก็หายไป ร้านอาหารของเธอจากที่มีลูกค้าเข้าร้านวันละนับร้อย บางวันมีลูกค้าแค่รายเดียว ราวเดือนเมษายนปีที่แล้ว ภายใต้การนำของเชฟเมย์ ร้านอาหารประมาณ 600 ร้านในฮ่องกงได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มพันธมิตร Save Hong Kong F&B เพื่อส่งสารถึงรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาที่ร้านอาหารกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าพื้นที่ที่ไม่มีการลดหย่อน หรือการแบกรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานในร้าน ซึ่งได้ผล รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและโอบอุ้มธุรกิจร้านอาหาร
               

     ช่วงโควิด เชฟเมย์ได้เปิดคลาสส่งผ่านประสบการณ์และความรู้ผ่านแอปพลิเคชั่น Zoom และนั่นก็ทำให้เธอพบว่าอาชีพของเธอไม่จำเป็นจะต้องอยู่แต่ในครัว แต่แบ่งปันองค์ความรู้แก่คนทั่วโลกได้ และส่งมอบพลังบวกไปยังผู้หญิงให้มีสิทธิ์มีเสียงให้ได้ทำงานอะไรก็ตามที่อยากทำ
               

     เชฟเมย์ยังพูดถึงแนวโน้มในอนาคตว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป และไม่กลับไปเฟื่องฟูเหมือนช่วงก่อนเกิดการระบาด ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัยในอุตสาหกรรมร้านอาหาร สำหรับตัวเชฟเมย์เองก็ต้องระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย และหันมาพัฒนาระบบบริการจัดส่งอาหารถึงมือลูกค้าเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดการระบาดครั้งต่อไปก็จะได้ไม่บาดเจ็บมาก
 

อ้างอิง : 
https://asia.nikkei.com/Life-Arts/Life/Acclaimed-chef-LGBT-advocate-leads-social-culinary-change-in-Hong-Kong
 
 

 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ถอดกลยุทธ์ WOK HEY ร้านอาหารตามสั่งสิงคโปร์ เริ่มจากคน 3 คน เปิด 4 ปี มี 27 สาขา

ร้านจำหน่ายซือชาร์ ประเภทข้าวผัด-หมี่ผัดในสิงคโปร์ เปรียบแล้วก็คล้ายร้านอาหารตามสั่งแบบในไทย แต่ใครจะรู้ว่าชายหนุ่ม 3 คนซึ่งเป็นเพื่อนกันลงขันทำร้าน..

by SME Thailand.| 24 กพ. 2021

​ไม่ไหวอย่าฝืน 305 Fitness ยอมปิดบริการเมื่อเจอโควิด เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ หันปั้นเทรนเนอร์

ในขณะที่ฟิตเนสและสตูดิโอออกกำลังกายหลายร้อยแห่งในนิวยอร์กยังคงดิ้นรนเปิดบริการแม้ต้องเจอกับข้อกำหนดการเว้นระยะห่าง แต่ 305 Fitness กลับตัดสินใจอย่าง..

by SME Thailand.| 23 กพ. 2021

​เวียดนามเจ๋ง! ส่อเค้านำโด่ง ฟื้นตัวเบอร์ 1 กลุ่มประเทศ CLMV ส่งออกไทยมีเฮ

จากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ CLMV แต่ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทำท่าว่าจะฟื้นตัวได้ช้า แต่เศรษฐกิจเวียดนามกลับมีแนวโน้มเติบโตขึ้..

by SME Thailand.| 20 กพ. 2021