มาแรงสุด! “เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์” ผู้ผลิตเบียร์ในเอเชียแห่เกาะเทรนด์ เสียภาษีต่ำ-ทำกำไรมาก-โอกาสเติบโตสูง

by SME Thailand. 26 เมย. 2021
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์



 

     การเปิดตัวของบาร์ชื่อ 0% Non-Alcohol Experience ในรปปงหงิ ย่านกินดื่มของชาวโตเกียวเมื่อปีที่แล้วได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างคาดไม่ถึงเนื่องจากเป็นบาร์แรกและบาร์เดียวที่เสิร์ฟเครื่องดื่มวีแกนและไร้แอลกอฮอล์ บาร์ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมาก ลูกค้าจองใช้บริการเต็มตลอดแม้เป็นช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-30 ปีซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ชอบเที่ยวรปปงหงิแต่อย่างใด  แต่สิ่งที่ดึงดูดให้พวกเขามาก็คือบาร์แห่งนี้ “คนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็แค่อยากจะดื่มอะไรที่มีคุณภาพ และมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ใช่แค่น้ำส้มหรือเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ชดเชย” นักศึกษาวัย 22 ปีคนหนึ่งแสดงความเห็น
               

      ช่วงการระบาดของโควิด-19 สถานบันเทิงต่างๆ ต้องปิดเร็วเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐบาลกำหนด นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากยอดขายลดลง แต่ปัญหาระยะยาวที่ผู้ผลิตแอลกอฮอล์ญี่ปุ่นอาจต้องเผชิญคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และจำนวนคนดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงอันจะสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นธุรกิจหลักของผู้ผลิต ในทางกลับกัน นี่ก็อาจเปิดโอกาสให้บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ปรับตัวและเจาะลูกค้าอีกกลุ่มที่เป็นคนรุ่นใหม่โดยการพัฒนาเครื่องดื่มที่โดนใจพวกเขาออกมา



                

     ยกตัวอย่างบริษัทอาซาฮี กรุ๊ป โฮลดิ้ง ผู้ผลิตเครื่องดื่มอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นที่ประกาศเพิ่มการผลิตเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ และลดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ในปี 2025 ซึ่งเป็นการลดยอดขายลงมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2019 คาคิโยชิ โคจิ ซีอีโออาซาฮี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์เผยจำนวนผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์กำลังทวีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้การสังสรรค์หรือกินดื่มด้วยกันลดลง
                 

      “ญี่ปุ่นจะมีบรรยากาศที่ว่าเวลาไปงานสังสรรค์ของบริษัท จะมีการกดดันจากคนในที่ทำงานให้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่พอไม่ต้องกินเลี้ยง คนเหล่านี้ก็เลือกจะดื่มในสิ่งที่ต้องการที่ไม่มีแอลกอฮอล์” โคจิกล่าวและเสริมด้วยว่านอกเหนือจากเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ทางบริษัทกำลังพิจารณาจะผลิตไวน์และวิสกี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ด้วย อันที่จริงแล้วการขยายผลิตภัณฑ์ไปยังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำหรือไร้แอลกอฮอล์อาจทำให้ผู้ผลิตมีกำไรมากขึ้นเนื่องจากเสียภาษีน้อยกว่า นอกจากนั้นตลาดยังมีขนาดเล็กและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก
               

      บริษัทยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกที่ดื่มทุกวันว่าถ้าเป็นกลุ่มมิลเลนเนียลจะอยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์แต่สำหรับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์นั้นมีถึง 14 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น 63 เปอร์เซ็นต์ของมิลเลนเนียลยังพยายามลดละหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เหตุผลหลักคือเพื่อสุขภาพและป้องกันการเกิดโรคภัยในระยะยาว



               

      มาดูกันว่าผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละแบรนด์มีการปรับตัวอย่างไร


     เริ่มที่คิริน โฮลดิงส์ ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่นที่จับกระแสทันท่วงทีด้วยการเปิดตัวเครื่องดื่มสาย VegeBar เป็นค็อคเทลสมูทตี้ที่ทำจากผักและผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือ น้ำผักที่ผสมรวมกันพร้อมดื่ม ผู้บริโภคสามารถเติมโซดาหรือแอลกอฮอล์ได้ตามใจชอบหากต้องการ ผลตอบรับค่อนข้างดีจนบริษัทต้องเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ โยชิโนริ อิโซซากิ ประธานคิริน กล่าวว่า บริษัทจะยังคงผลิตเบียร์และไวน์อยู่ต่อไป แต่ตอนนี้ขอจับกระแสเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น
               

      ขณะที่อาซาฮีซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่สุดก็ได้แนะนำผลิตภัณฑ์เบียร์แอลกอฮอล์ 0% และปี 2564 นี้เตรียมอัดงบ 3,100 ล้านเยนเพื่อเพิ่มการผลิตเครื่องดื่มชนิดนี้ที่จังหวัดฟุกุโอกะ ส่วนบริษัทซันโตรี่ โฮลดิ้งส์ ซึ่งผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำอยู่แล้วและพบว่าครึ่งปีแรกของปี 2563 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะเครื่องดื่มรสมะนาวที่ขายดีมากเนื่องจากหวานน้อยและเข้ากันกับอาหารทำเองที่บ้าน ส่งผลให้ยอดขายเครื่องดื่มชนิดนี้พุ่งขึ้นถึง 79 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว



               

      เทรนด์เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์หรือแอลกอฮอล์ต่ำนี้ยังลามไปถึงประเทศอื่น เช่น ที่เกาหลีใต้ Hitejinro ผู้ผลิตโซจูรายใหญ่สุดของเกาหลีก็ได้ลดปริมาณแอลกอฮอล์ใน Chamisul Fresh โซจูแบรนด์ดังของบริษัทจาก 19 เปอร์เซ็นต์ลงเหลือ 16.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ลอตเต้ ชิลซุง เบเวอเรจ บริษัทโซจูอันดับ 2 ของประเทศก็เจริญรอยตามเช่นกัน กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลพยายามลบวัฒนธรรมบ้างานโดยออกกฏหมายให้ประชาชนลดการทำงานมากสุดจาก 68 ชั่วโมงเหลือ 52 ชั่วโมง เป็นการลดโอกาสการกินดื่มยามดึกในที่ทำงานลง
               

       ที่จีนเองก็ไม่ต่างกัน ผู้ผลิตค็อกเทลกระป๋องแบรนด์ Rio ซึ่งเป็นรายใหญ่ของจีนก็พบว่ารายได้ในครึ่งแรกของปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ โดยเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์มาจากผลิตภัณฑ์ค็อกเทลกระป๋อง โดย Rio ยังครองส่วนแบ่งมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในตลาดจีน และช่วงล็อคดาวน์นานหลายเดือนจากการระบาดของไวรัสโควิด ยอดขายค็อกเทลกระป๋องไม่ได้แผ่วลงแต่อย่างใด
               

      ส่วนที่เวียดนาม ประเทศที่มีประชากรวัยทำงานจำนวนมากและขึ้นชื่อว่ามีการบริโภคเบียร์เป็นล่ำเป็นสันก็พบว่ายอดขายลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปิดประเทศเนื่องจากโควิดทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจึงส่งผลกระทบต่อยอดขาย และอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลอย่างมากคือรัฐบาลออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการปรับและการลงโทษกรณีเมาแล้วขับเนื่องจากแอลกอฮอล์เป็น 1 ใน 3 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด การออกกฏหมายดังกล่าวทำให้ยอดการบริโภคแอลกอฮอล์ในประเทศลดลงทันที 25 เปอร์เซ็นต์



               

      พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ทำให้ผู้ผลิตแอลกอฮอล์ต้องปรับตัว เช่น บริษัท 7 บริดจ์ บรูวิ่ง ที่ปรับสูตรและรสชาติเบียร์ให้ถูกปากผู้บริโภคเวียดนามมากขึ้นจากที่เคยผลิตเพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก หรือบริษัทไฮเนเก้นซึ่งครองส่วนแบ่ง 23 เปอร์เซ็นต์ในตลาดเวียดนามก็เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นเบียร์ไร้แอลกอฮอล์เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค
 

       อ้างอิง : https://asia.nikkei.com/Business/Business-Spotlight/Asahi-and-rivals-brew-up-new-recipe-for-drier-times-in-Asia
                     https://asia.nikkei.com/Business/Food-Beverage/Asian-liquor-companies-catch-the-alcopop-wave-amid-COVID-19
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​อยากโตในตลาด Red Ocean ต้องใช้สูตร “WhatIF Foods” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสิงคโปร์ เปลี่ยนเมนูสิ้นคิดสู่มื้อสุขภาพได้ใจคนยุคใหม่

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมักกินง่าย สะดวก และเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า แต่กลับไม่เป็นมิตรกับสุขภาพร่างกายสักเท่าไร จะดีแค่ไหนถ้าเราได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรู..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​เวลาเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ บทเรียนจาก TOMS รองเท้าคนใจบุญ ยุติ One-for-One พลิกการตลาดเอาใจ Gen Z

การทำแคมเปญ One-for-One ส่งผลให้ TOMS กลายเป็นแบรนด์รองเท้าที่ประสบความสำเร็จ 15 ปีผ่านไป ความพยายามที่จะกลับสู่การเป็นแบรนด์ในดวงใจของคนรุ่นใหม่ทำใ..

by SME Thailand.| 29 เมย. 2021

​ทำไม “มูซังคิง” ทุเรียนบ้านๆ จากมาเลย์ ถึงกลายเป็นราชันแห่งทุเรียน ส่งออกไปจีนปีละกว่า 1,000 ตัน

“มูซังคิง” ผลไม้ยอดฮิตของกลุ่มคนรักทุเรียนในจีน ได้เริ่มต้นส่งออกทุเรียนมูซังคิงไปยังประเทศจีนเมื่อ 6 ปีก่อน และปัจจุบันได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราช..

by SME Thailand.| 22 เมย. 2021