แรงทะลุวิกฤต ธุรกิจรีเซลบูม ปีเดียวโตก้าวกระโดด 25 เท่า! แบรนด์ดังแห่เปิดบริการรับซื้อคืนเพื่อขายต่อ

by SME Thailand. 14 พค. 2021
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





     ธุรกิจซื้อมาขายต่อ หรือ re-selling ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้แล้ว หรือสินค้ามือหนึ่งกำลังทวีความสำคัญในอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนี่ยล และ Gen Z จำนวนมากขึ้นที่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกิดแนวคิดใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ส่งผลให้ตลาดรีเซลในปี 2563 เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 25 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2562 โดย ThredUp ที่ดำเนินธุรกิจรีเซลขนาดใหญ่สุดประเมินตลาดรีเซลสินค้าแฟชั่นซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะขยายเป็น 51,000 ล้านเหรียญในปี 2566
               

     ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แบรนด์เสื้อผ้ารองเท้าหลายแบรนด์เริ่มหันมาจับธุรกิจนี้ ยกตัวอย่าง ลูลู่เลมอน (lululemon) แบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกายจากแคนาดาที่ล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างทดสอบโปรแกรมที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถซื้อและขายสินค้าที่ไม่ได้ใช้แล้ว โดยโปรแกรมดังกล่าวทดสอบใช้ในเดือนพฤษภาคมนี้ที่รัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐเท็กซัส หากได้รับการตอบรับดีก็จะขยายไปยังรัฐอื่นในเดือนมิถุนายน



               

      ทั้งนี้ ลูกค้าลูลู่เลมอนในแคลิฟอร์เนียและเท็กซัสจะสามารถนำสปอร์ตบาร์หรือกางเกงเลกกิ้งที่ไม่ใช้แล้วแต่สภาพยังดีอยู่มาแลก “บัตรของขวัญ” ได้ที่ร้าน หรือจะส่งมาทางไปรณีย์ก็ได้ บริษัทจะรวบรวมของเหล่านั้นมาลงขายออนไลน์ภายใต้โครงการที่เรียกว่า “เหมือนใหม่” (Like New) เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการประหยัด และไม่รังเกียจสินค้ามือสองมาเลือกซื้อไปใช้   
               

      สินค้าที่คัดมาขายจะผ่านการทำความสะอาดเรียบร้อย และชิ้นไหนที่ไม่ถึงมาตรฐานที่กำหนดก็จะถูกส่งไปรีไซเคิล ซึ่ง คาลวิน แมคโดนัลด์ ซีอีโอลูลูเล่มอนกล่าวว่าที่ผ่านมาบริษัทได้กำหนดเป้าหมายในการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนไว้หลายโครงการ รวมถึง การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100 เปอร์เซ็นต์ และผลิตสินค้าที่ทนทานใช้งานได้ยืนยาวตลอดอายุขัยของสินค้า นอกจากนั้น สินค้าของลูลู่เลมอนยังเปลี่ยนมาใช้สีย้อมผ้าธรรมชาติที่ได้จากพืชผักที่เหลือทิ้ง เช่น ส้ม บีท และปาล์มเลื่อย แทนสีย้อมผ้าสังเคราะห์



               

      ลูลู่เลมอนไม่ใช่แบรนด์แรกที่หันมาจับตลาดสินค้ารีเซล ก่อนหน้านั้นก็มีหลายแบรนด์ เช่น ลีวายส์ที่ทำโครงการรีเซลในชื่อ “SecondHand” ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้ามือสองได้โดยตรงจากลีวายส์ในราคา 30-100 เหรียญ ส่วนคนที่ต้องการกำจัดลีวายส์เก่า ทางแบรนด์ก็รับคืนโดยมอบบัตรกำนัลมูลค่า 15-25 เหรียญให้ เจนนิเฟอร์ เซย์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของลีวายส์กล่าวว่าการที่ลูกค้าซื้อยีนส์ลีวายส์มือสอง 1 ตัวแทนการซื้อสินค้าใหม่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 80 เปอร์เซ็นต์ และลดขยะที่เกิดจากกระบวนการผลิตลง 700 กรัม ส่วนสินค้ามือสองชิ้นไหนที่อยู่ในสภาพไม่สามารถขายต่อได้ ลีวายส์จะส่งต่อให้บริษัทพันธมิตรนำไปรีไซเคิล
               

      แบรนด์ต่อมาที่เกาะกระแสรีเซลคือ GAP โดยจับมือกับ ThredUp แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้ามือสองที่ใหญ่สุด เปิดโอกาสให้ลูกค้า GAP สามารถส่งเสื้อผ้าใช้แล้วไปที่ ThredUp เพื่อรับเป็นคะแนนไปแลกซื้อสินค้าในเครือ GAP ทั้งหมด อาทิ Banana Republic, Athleta และ Janie and Jack รวมถึงผู้ผลิตรองเท้ากีฬาดังอย่างไนกี้ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เรียกได้ว่าขับเคลื่อนวงการรีเซลและการสะสมสนีกเกอร์มาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 แต่ที่ผ่านมา ไนกี้ไม่เคยมีนโยบายทำธุรกิจรีเซลแม้แต่น้อย



               

       อย่างไรก็ตาม ไนกี้ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ เปิดแผนก Nike Refurbished รับซื้อรองเท้าใช้แล้วคืนจากลูกค้า นำมาทำความสะอาด และวางขายอีกครั้งในราคาย่อมเยา ไนกี้วางแผนจะเปิดแผนก Nike Refurbished ตามช้อปของไนกี้ 15 แห่งในสหรัฐฯ และจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก โดยเบื้องต้นจะจำหน่ายแค่สนีกเกอร์ของผู้ชายและผู้หญิงก่อน และอาจมีการขยายไปยังสินค้าอื่นในอนาคต
               

      ไนกี้ถือเป็นแบรนด์รองเท้ายอดนิยมในแพลตฟอร์มสินค้ารีเซลหลายแห่ง อาทิ StockX, Goat และ Stadium Goods เรียกว่าเป็นแหล่งที่นักสะสมรองเท้ามองหาไนกี้รุ่นหายาก หรือรุ่นลิมิเต็ด อย่างไรก็ดี เนื่องจากไนกี้รับซื้อคืนรองเท้าโดยแลกกับบัตรกำนัลมูลค่าเพียง 5 เหรียญซึ่งไม่จูงใจพอ จึงเป็นไปได้ที่เจ้าของรองเท้าจะนำรองเท้าที่สภาพดีไปขายต่อช่องทางอื่นแทน  



               

      แอนดี้ รูเบน ซีอีโอบริษัทโทรฟ (Trove) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มรีเซลให้แบรนด์ต่างๆ รวมถึง ลีวายส์ ปาตาโกเนีย และลูลู่เลมอน กล่าวว่าในการเข้าสู่ธุรกิจรีเซล แบรนด์ส่วนใหญ่มักหาพันธมิตรมาช่วยออกแบบแพลตฟอร์มและจัดการบริหารให้ เนื่องเพราะในการทำแพลตฟอร์มเพื่อบริหารและจัดการสินค้ามากมายหลากหลาย SKU (รหัสสินค้าที่มีการจำแนกประเภทสินค้าได้ละเอียดที่สุด) หากไม่ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานก่อนจะมีราคาสูงมาก แอนดี้ประเมินการวางระบบรีเซลด้วยตัวเองว่า กว่าจะอยู่ตัวแบรนด์อาจต้องใช้งบมากถึง 50 ล้านเหรียญ  ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัทจึงไม่นิยมทำเองแต่จับมือเป็นพันธมิตรกับผู้เชี่ยวชาญ ถึงกระนั้น ก็เริ่มมีบริษัทที่ต้องการพัฒนาแพลตฟอร์มเองโดยไม่พึ่งบริษัทอื่น ดังเช่นที่ไนกี้ทำ เป็นต้น

 
     ที่มา: www.cnbc.com/2021/04/20/lululemon-to-launch-resale-pilot-for-shoppers-to-sell-buy-used-items.html
     https://fashionista.com/2020/10/levis-seconhand-resale-recommerce
     https://footwearnews.com/2020/business/retail/gap-resale-thredup-partnership-1202930946/
     www.glossy.co/fashion/after-years-of-ignoring-resale-nike-is-launching-an-in-house-pre-owned-program/
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจSME
Share:

Related Articles

​นวัตกรรมเกษตรยุคใหม่ ผู้ประกอบการซาอุฯ ปลูกพืชได้ในน้ำเค็ม กินดี อยู่ได้ ในวันที่ขาดแคลนน้ำจืด

มีหลายพื้นที่ของโลกใบนี้ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเกษตร เพราะไม่มีแหล่งน้ำจืด ดินไม่อุดมสมบูรณ์ และอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม RED Sea Farms ผู้ประกอบการด้านเ..

by SME Thailand.| 21 มิย. 2021

​ส่องไอเดียนวัตกรรมอย่างง่าย หารายได้ให้ธุรกิจโรงแรมเอาตัวรอดได้ในคลื่นวิกฤต

เมื่อธุรกิจโรงแรมมีลูกค้ายกเลิกการจองทุกวัน มีอัตราเข้าพักน้อยลงทุกที และยังรู้แก่ใจดีว่าการระบาดอาจจะไม่สิ้นสุดในเวลาอันใกล้ แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้แล้ว..

by SME Thailand.| 17 มิย. 2021

​กักตัวเหงาๆ คนแห่ทำสีผมแก้เซ็ง! ปลุกตลาดสินค้าสำหรับผมโตแรงสุด ยอดขายพุ่งทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ขณะที่ยอดจำหน่ายลิปสติกและเครื่องสำอางอื่นๆ ลดฮวบกลับมีผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ยอดขายเติบโตนั่นคือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม เพราะผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่..

by SME Thailand.| 14 มิย. 2021