กระแสเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ ลามจากเบียร์ไปยังเหล้า ดื่มแล้วไม่เมาแถมยังลดอ้วน

by SME Thailand. 10 มิย. 2021
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
          




          International Wines and Spirits Record (IWSR) บริษัทวิเคราะห์ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โลก ระบุการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ เบียร์ หรือเหล้าที่ลดลงทั่วโลกอันเนื่องเหตุผลเรื่องสุขภาพเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2016 แล้ว นำไปสู่กระแสความนิยมในเครื่องดื่มปลอดแอลกอฮอล์ที่ทำให้ไม่เมาและน้ำหนักไม่เพิ่ม ซึ่งเครื่องดื่มประเภทนี้กลายเป็นเซกชั่นที่ทำส่วนแบ่ง 3 เปอร์เซ็นต์ของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา คาดว่าจะขยับเป็น 31 เปอร์เซ็นต์ในปี 2024 ที่จะถึงนี้  



 
 
จากเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ มาถึงเหล้าที่ดื่มแล้วไม่เมา
               
 
         เมื่อสำรวจตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ พบว่ามีส่วนแบ่งมากถึง 92 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำหรือปลอดแอลกอฮอล์ สาเหตุที่ได้รับความนิยมไม่เพียงเพราะรสชาติที่ถูกปาก แต่ยังเป็นเหตุผลเกี่ยวกับสุขภาพ เนื่องจากให้แคลอรีต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเบียร์ปกติที่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนั้น เบียร์ปลอดแอลกอฮอล์ยังทำให้ปัสสาวะไม่บ่อย ร่างกายจึงไม่อยู่ในภาวะขาดน้ำ อีกทั้งยังทำให้หลับสบายขึ้นด้วย
 
 
        ในส่วนของสุราหรือเหล้า (spirits) ไร้แอลกอฮอล์ แม้ตลาดจะมีขนาดเล็กแต่ก็มีแนวโน้มเติบโตดี เหล้าไร้แอลกอฮอล์เป็นสินค้าที่พัฒนายังไม่แพร่หลายเมื่อเทียบเบียร์ ย้อนหลังกลับไปปี 2015 เบน แบรนสัน ผู้ประกอบการชาวอังกฤษเป็นคนแรกที่เปิดตัวเหล้าไร้แอลกอฮอล์รสชาติเดียวกับจิน จนถึงปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมโดยมี 3 รสชาติให้เลือก ต่อมาปี 2019 บริษัท Lyre ในออสเตรเลียได้รังสรรค์เหล้าไร้แอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ  ได้แก่ รัม จิน วิสกี้ อิตาเลี่ยนบิทเทอร์ และแม้กระทั่งเหล้าแอบซินธ์ก็มี ทั้งหมดทั้งมวลมีรสชาติใกล้เคียงต้นฉบับ
 
 
        มาร์ค ลิฟวิ่งส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Lyre ให้สัมภาษณ์ว่า “เราสังเกตว่าเทรนด์สุขภาพเกี่ยวกับเครื่องดื่มปลอดแอลกอฮอล์กำลังเป็นเรื่องใหญ่ เลยมองว่าต้องผู้บริโภคบางกลุ่มที่ยังต้องการเสพความรื่นรมย์จากสุรา ไม่ว่าจะในรูปค็อกเทล หรือเครื่องดื่มผสม และอาจมองหาเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่มีมาตรฐานสูงพอ
 
 
         ด้วยเหตุนี้ ลิฟวิ่งส์ และคาร์ล ฮาร์ทแมนน์ผู้เป็นหุ้นส่วนจึงคิดค้นเหล้าไร้แอลกอฮอล์ โดยใช้เวลา 5 ปี พัฒนาร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีเครื่องดื่มในเยอรมนี และใช้วัตถุดิบจาก 39 ประเทศทั่วโลก จากที่ตั้งเป้าไว้ 15 ชนิด ท้ายที่สุด Lyre ก็ได้มาซึ่งเครื่องดื่มค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ 13 ชนิด อาทิ จินและโทนิก ไดคิวรี  ค็อกเทลโอลด์แฟชั่น อะมาเร็ตโต้แบบเปรี้ยว และมาร์ตินี่ ที่ขาดหายไปเป็นเตกีล่า กับ สก้อตวิสกี้ที่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนา



 
 
ดื่มเหล้าก็ลดน้ำหนักได้
 
 
         รายงานระบุมีผู้ผลิตเหล้าไร้แอลกอฮอล์มากกว่า 150 รายในตลาด รวมถึง 5 แบรนด์โดดเด่นในสหรัฐฯ ที่ได้รับการแนะนำในนิตยสาร Food & Wine ฉบับเดือนมกราคมปีนี้ ลิฟวิ่งส์ เจ้าของแบรนด์เหล้าไร้แอลกอฮอล์ Lyre จากออสเตรเลียกล่าวว่านับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว และประชาชนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน ผสมเครื่องดื่มบริโภคเอง ส่งผลให้ความต้องการสินค้าประเภทสุราไร้แอลกอฮอล์พุ่งขึ้นอย่างมากเนื่องจากผู้คนที่ต้องการดูแลสุขภาพแต่ก็ปรารถนาจะรื่นรมย์ในชีวิตด้วยเครื่องดื่มค็อกเทลที่ทำให้ไม่เมาอีกด้วย
 
 
          ลิฟวิ่งส์เผยอีกว่านอกจากนั้น เหล้าไร้แอลกอฮอล์ยังมีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนักอีกด้วยเนื่องจากให้จำนวนแคลอรี่ต่ำกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก อย่างเอธานอลซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ในเหล้าจะให้พลังงาน 7 แคลอรีต่อกรัม ดังนั้น ไวน์ 1 แก้วปริมาณ 175 มิลลิลิตรจึงให้พลังมากประมาณ 145 แคลอรี
               
 
           หากเทียบให้เห็นภาพ จินไร้แอลกอฮอล์ของ Lyre 1 ช้อตจะให้พลังงานไม่ถึง 10 แคลอรีเมื่อเทียบกับจินทั่วไปในปริมาณเท่ากันที่ให้มากกว่า 100 แคลอรี “ในบรรดาเครื่องดื่มที่เราบริโภค แอลกอฮอล์จึงให้แคลอรีสูงสุด นั่นเป็นเหตุผลที่แอลกอฮอล์สามารถจุดติดไฟได้เนื่องจากมีพลังงานหนาแน่นอัดอยู่ในโมเลกุลเหล่านั้น”
               
 
         ย้อนกลับมาที่การรายงานของ IWSR ตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์หรือแอลกอฮอล์ต่ำที่เรียกว่าตลาด NOLO นั้นคาดว่าจะขยายตัวสวนทางกลับการบริโภคแอลกอฮอล์ที่ลดลงเนื่องจากการระบาดของโควิด มาร์ค มีค ซีอีโอ IWSR กล่าวว่าเจ้าของแบรนด์ทั้งหลายจะมีบทบาทสำคัญในการในการพัฒนาเครื่องดื่ม NOLO ในอนาคตเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคมีมากขึ้น




 
NOLO เลือกดื่มได้ไม่จำกัด
 
 
           สำหรับเทรนด์เครื่องดื่ม NOLO จะแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ 1) เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ เป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จสูง ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่ม NOLO อยู่ประมาณ 92 เปอร์เซ็นต์ 2) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ไม่เพียงไร้แอลกอฮอล์แต่ยังพัฒนาสูตรเพื่อเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ยกตัวอย่าง เบียร์วีแกน ปลอดน้ำตาล ปลอดกลูเต็น และสารปรุงแต่งต่างๆ เป็นต้น 3) เครื่องดื่มประเภทเหล้ากลั่น แม้ตลาดจะยังเล็กแต่หลายแบรนด์ก็เริ่มเข้ามาเป็นผู้เล่นแล้ว 4) ไซรัปและน้ำผลไม้เข้มข้นที่ใช้ในการผสมเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ หรือทำเป็นค็อกเทล ซึ่งมีผู้ผลิตบางรายจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ และ 5) เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของพืชและสมุนไพร ซึ่งเป็นเครื่องดื่มทางเลือกของผู้บริโภคที่ไม่ต้องการความหวาน เครื่องดื่มประเภทนี้จะให้รสชาติต่างๆ เช่น เผ็ด เปรี้ยว ขม ตามแต่ผู้ผลิตจะพัฒนา  
 
 
         ที่มา :
         www.thedrinksbusiness.com/2021/03/the-brands-and-trends-shaping-the-low-and-no-alcohol-category/
         www.scmp.com/lifestyle/health-wellness/article/3135154/no-alcohol-whisky-gin-and-other-spirits-help-drinkers
 



 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอ
Share:

Related Articles

​นวัตกรรมเกษตรยุคใหม่ ผู้ประกอบการซาอุฯ ปลูกพืชได้ในน้ำเค็ม กินดี อยู่ได้ ในวันที่ขาดแคลนน้ำจืด

มีหลายพื้นที่ของโลกใบนี้ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเกษตร เพราะไม่มีแหล่งน้ำจืด ดินไม่อุดมสมบูรณ์ และอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม RED Sea Farms ผู้ประกอบการด้านเ..

by SME Thailand.| 21 มิย. 2021

​ส่องไอเดียนวัตกรรมอย่างง่าย หารายได้ให้ธุรกิจโรงแรมเอาตัวรอดได้ในคลื่นวิกฤต

เมื่อธุรกิจโรงแรมมีลูกค้ายกเลิกการจองทุกวัน มีอัตราเข้าพักน้อยลงทุกที และยังรู้แก่ใจดีว่าการระบาดอาจจะไม่สิ้นสุดในเวลาอันใกล้ แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้แล้ว..

by SME Thailand.| 17 มิย. 2021

​กักตัวเหงาๆ คนแห่ทำสีผมแก้เซ็ง! ปลุกตลาดสินค้าสำหรับผมโตแรงสุด ยอดขายพุ่งทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ขณะที่ยอดจำหน่ายลิปสติกและเครื่องสำอางอื่นๆ ลดฮวบกลับมีผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ยอดขายเติบโตนั่นคือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม เพราะผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่..

by SME Thailand.| 14 มิย. 2021