เตรียมพร้อม “คน” รับโอกาส AEC

by SME Thailand PR News 11 สค. 2015
Share:

    



    จากผลสำรวจศักยภาพและการเตรียมพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลขององค์กรไทย เพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ทางศูนย์วิจัย ออคิด สลิงชอท จัดทำขึ้นนั้น แม้ผลสำรวจจะระบุชัดเจนว่า องค์กรไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและแนวทางปฏิบัติของ AEC อยู่เพียงระดับ “ปานกลาง” เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ SME หรือ ธุรกิจขนาดใหญ่ 

    แต่ในความเข้าใจดังกล่าวนั้น ก็พบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ขององค์กร มองว่าการมาของ AEC จะนำมาซึ่งโอกาสสำหรับประเทศไทย โดยที่องค์กรขนาดใหญ่จะมองเห็นโอกาสของ AEC มากกว่า SME เล็กน้อย และจากการที่มองเห็นเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรคนั้นเอง จึงทำให้องค์กร ทั้ง SME และธุรกิจขนาดใหญ่มีแนวโน้มจะขยายฐานการผลิตและขยายธุรกิจไปยังในกลุ่มประเทศอาเซียน 

    อย่างไรก็ดี ในทุกโอกาสย่อมมีความท้าทายเกิดขึ้นเสมอ เช่นเดียวกับผลสำรวจครั้งนี้ ที่ได้พบว่า เรื่องของ “คน” ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่อาจจะทำให้การขยายไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนต้องมีอันสะดุดลงได้ หากไม่มีการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาบุคลากรที่ดีพอ 

    ซึ่งในเรื่องดังกล่าว อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา กรรมการบริหาร บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด ได้เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญหนึ่งที่พบนั่นคือ แนวโน้มความต้องการระหว่างองค์กรกับบุคลากรไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจากข้อมูลระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของผู้ประกอบการ SME และกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรขนาดใหญ่ มีแนวโน้มที่จะขยายฐานการผลิต ขยายธุรกิจหรือไปลงทุนในอาเซียน 

    โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในขณะนี้ โดยเฉพาะ “เมียนมา” ผลสำรวจออกมาว่าเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นประเทศที่องค์กรมีแนวโน้มจะย้ายฐานการผลิต หรือขยายธุรกิจไปมากที่สุดในอาเซียน 

    แต่ขณะเดียวกัน จากความเห็นของบุคคลกร พบว่าประเทศที่บุคลกรมีแนวโน้มจะย้ายไปทำงาน กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะไป “สิงคโปร์” นั่นเป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างหนึ่งว่า หากองค์กรที่ต้องการขยายธุรกิจ หรือย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ น่าจะประสบกับปัญหาการโยกย้ายพนักงานไปทำงาน โดยเฉพาะประเทศที่ดูเหมือนว่ามีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสภาพความเป็นอยู่ด้อยกว่าประเทศไทย เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา หรือเวียดนาม เป็นต้น 

    ดังนั้นการให้ความรู้ การพัฒนาบุคลากรและปัญหาการแย่งคน (Talent War) มีแนวโน้มที่จะเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกๆ องค์กรต้องใส่ใจและให้ความสนใจอย่างจริงจังมากขึ้น นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

    นอกจากนี้ หากเจาะลึกลงไปจะพบอีกว่า ในองค์กรกลุ่มที่เป็น Baby Boomer จะเห็นโอกาสจาก AEC มากกว่า Gen อื่นๆ (ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์) เนื่องจากปัจจุบันคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ มักจะเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือเป็นเจ้าของกิจการ จึงมีความแนวโน้มที่จะโยกย้ายฐานการผลิตหรือขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากกว่า 

    ขณะที่กลุ่มของคน Gen X ถือว่ามีสัดส่วนมากที่สุดในองค์กรและปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้บริหารระดับกลาง/สูงที่ทำหน้าที่บริหารจัดการงานต่างๆ แต่กลับมีแนวโน้มที่จะโยกย้ายไปทำงานต่างประเทศน้อยกว่า Gen อื่นๆ (อยู่ที่ประมาณ 36.36 เปอร์เซ็นต์) 

    จากประเด็นนี้เอง หากองค์กรที่ต้องการจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ต้องตระหนักและหาทางบริหารจัดการ เพราะที่ผ่านมาองค์กรจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาในการหาผู้บริหารระดับกลางที่มีประสบการณ์ไปทำงานต่างประเทศ ส่วนใหญ่มีแต่พนักงานที่มีประสบการณ์น้อยอยากไปทำงานต่างประเทศ

 


AEC กับ Senior Gen Y

    จากประเด็นข้างต้นที่ว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานอยากไปสิงคโปร์ แต่ 60 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรมองเห็นโอกาสในเมียนมา ถึงจุดนี้ ทั้งสองฝ่ายอาจต้องถามตัวเองก่อนว่า สำหรับพนักงานต้องถามตัวเองว่าแล้วจะไปสิงคโปร์กับองค์กรไหน?  ส่วนองค์กรเองก็ต้องถามตัวเองว่า แล้วจะไปเมียนมากับใคร? 

    ในเรื่องนี้ ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด ได้อธิบายผ่านการยกตัวอย่างให้เห็นคือ มีบริษัทหนึ่งกำลังขยายธุรกิจไปที่เมียนมา พบว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่ส่งไปอยู่ไม่ได้ เพราะที่นั่นไม่สะดวกสบาย ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต คนกลุ่มนี้เคยเรียนแต่วิธีทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ แต่คนที่อยู่ได้กลับเป็นคนเก่าแก่ของบริษัท ฉะนั้นเรื่องไฟดับบ้าง น้ำไหลบ้างหยุดบ้าง ถือเป็นเรื่องเล็กมาก ยิ่งคอมพิวเตอร์ไม่มี ก็ไม่เดือดร้อนอะไร มีเพียงเครื่องคิดเลขตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว

    หากวิเคราะห์กันในเชิง SWOT กลยุทธ์หลักสู่ AEC สำหรับองค์กรในประเทศไทย คือการนำสินค้าที่ "ไฮน์" ไปเปิดตลาดที่ "โลว์" ดังนั้นสิ่งที่องค์กรต้องการคือ คนที่ขยันเรียนรู้และมีความรู้ใหม่ๆ ที่นำสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถใช้ชีวิตสมบุกสมบัน อดทนมุ่งมั่นและกรำประสบการณ์ได้ด้วย

    ดังนั้นหากจะพูดแบบเหมารวมคือ คนรุ่นใหม่ Gen Y มีข้อดีที่ขยันเรียนรู้และมีความรู้ใหม่ๆ ที่นำสมัย แต่ขาดความสามารถในการใช้ชีวิตสมบุกสมบัน อดทนมุ่งมั่นและกรำประสบการณ์ ส่วนคนรุ่น Senior นั้นจะสวนทางกลับคนกลุ่มแรก ฉะนั้นคำตอบของการไปสู่ AEC คือ คนที่สามารถทำได้ทั้งหมดดังที่กล่าวมา ไม่ว่าจะเป็น Gen Y และ Senior ที่สามารถเสริมจุดแข็งและปิดจุดอ่อนของตนได้ ซึ่งกลุ่มนี้เป็น Talent ในองค์กรที่ขอเรียกว่ากลุ่ม  “Senior Gen Y”

    Senior Gen Y คือ Gen Y ที่ต้องเสริมความเป็น Senior ให้ตนเอง หมายถึงการฝึกความอดทน เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตเมื่อความสะดวกสบายที่คุ้นชินหายไป เรียนวิธีการทำงานด้วยประสบการณ์และไหวพริบ ศึกษาภูมิปัญญาและภาษาชาวบ้าน ฝึกการทำงานกับผู้อื่นโดยเฉพาะมวลชนและชุมชนที่อาจมีความแตกต่าง ฝึกความคิดว่า บางครั้งช้าๆ ก็ได้พร้าเล่มงาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าทิ้งความทันสมัยและวิธีการใหม่ๆ ที่ตนได้เรียนมา

    Senior Gen Y คือ Senior ที่ต้องปิดจุดอ่อนของตนด้วยการฝึกภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง อย่าทำอะไรซ้ำเดิม พัฒนาภาษาอังกฤษ หากยังไม่แข็งแรง เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ เปิดโลกทัศน์ด้วยการท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ทั้งด้วยประสบการณ์จริงและโลกออนไลน์ ลดทิฐิว่าตน "อาบน้ำร้อนมาก่อน" บางครั้งวิธีการใหม่ก็อาจลดข้อจำกัดเดิมที่เคยเป็นมาในอดีตได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าทิ้งความสุขุมรอบคอบและประสบการณ์ชีวิตที่ได้สะสมมา

    สำหรับใครที่ชอบทางลัด หากคุณเป็น Gen Y ก็ลองคบและเรียนรู้จาก Senior สักคนสองคน หากเป็น Senior ก็ลองเปิดใจยอมรับและร่วมหัวจมท้ายกับ Gen Y สักกลุ่ม เท่านี้ก็จะได้เป็น Senior Gen Y อย่างสมใจแล้ว 

    อย่างไรก็ดี การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กร ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาฝีมือแรงงาน ความรู้ทางด้านเทคนิค รวมถึงความสามารถทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะคุณภาพของบุคลากรคือหัวใจแห่งความสำเร็จในการเพิ่มขีดความสามารถสำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น และที่สำคัญ นอกจากพัฒนาแล้วองค์กรต้องเรียนรู้ที่จะรักษาบุคลากรเหล่านั้นไว้ให้ได้ด้วย

www.smethailanclub.com : แหล่งรวมข้อมูลเพื่อผู้ประกอบการ SME
Share:

Related Articles

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020