Mix&Match ถักทอผ้าไหมไทยสู่เวทีระดับโลก

by smethailandclub 30 มค. 2016
Share:







เรื่อง นิธิดา วงศาโรจน์
ภาพ กฤษฎา ศิลปไชย

    เมื่อคนเรามีความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอด ก็สามารถที่จะทำให้สินค้าธรรมดาๆ กลายเป็นงานดีไซน์มูลค่าสูงได้ เฉกเช่นแบรนด์ บรนด์ Yodyoko (ยอดโยโกะ)  ที่มีดีกรีเป็นรางวัลต่างๆ มากมาย เช่น รางวัลชนะเลิศ “คอตตอน ยูเอสเอ ดีไซน์ ชาเลนจ์ 2008” และ รางวัลชนะเลิศจากการออกแบบและตัดเย็บชุดราตรี “สุพีม่า ดีไซน์ คอนเทสต์” 

    ศิรัส ตันติยาพงศ์ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Yodyoko (ยอดโยโกะ) เล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่ต้นทุนทางบ้านทำธุรกิจเพ้นต์เสื้อผ้าบาติกขายอยู่แล้ว กอปรกับช่วงเวลาที่ผมเรียนไฟน์ อาร์ท ก็ครุ่นคิดกับตนเองว่า ถ้าหากเรียนจบแล้วเราจะไปทำงานอะไร ซึ่งโอกาสในการหางานตามสายที่เรียนมานั้นยังมีน้อยมาก ผมจึงตัดสินใจไปเรียนต่อทางด้านแฟชั่น พร้อมกับลองไปประกวดตามเวทีต่างๆ อยู่เสมอ แล้วก็มักจะได้รับรางวัลกลับมาอย่างต่อเนื่อง พอผมเรียนจบกลับมาที่ประเทศไทยก็ไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไรอีก จึงได้ทุบเงินในกระปุกก้อนแรกมาต่อยอดทำธุรกิจของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ยอดโยโกะ ซึ่งเป็นชื่อที่เราใช้สำหรับการประกวดมาโดยตลอด จึงทำให้พอมีชื่ออยู่บ้างในต่างประเทศ เมื่อผมได้มีโอกาสออกงานแฟร์และพบเจอลูกค้าต่างชาติ ก็มักได้รับคำถามประจำยอดฮิตเสมอๆ ว่า อันนี้ใช่ผ้าไหมไทยหรือเปล่า มันจึงทำให้ผมจุดประกายขึ้นมาว่า ผมต้องนำของดีของไทยมาออกโปรดักต์เพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้างแล้วล่ะ เพียงแต่เรามีปัญหาอยู่จุดหนึ่ง นั่นก็คือจะทำอย่างไรให้เขาใส่แค่นั้นเอง”



    เมื่อรู้ความต้องการของตลาด ศิรัสก็ไม่รอช้าที่จะรีบกลับมาตีโจทย์สุดหินดังกล่าว โดยเขานำองค์ประกอบทั้งในส่วนของลูกค้าและตนเองมาผนวกรวมกัน จนท้ายที่สุดก็ได้ออกมาเป็นโปรดักต์ที่โดนใจ และสร้างมูลค่าให้แก่ผ้าไหมไทยได้อย่างมหาศาล

    “ผมต้องศึกษาพฤติกรรมและความนิยมของคนในประเทศนั้นก่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทรนด์ สีที่นิยม รวมถึงสิ่งที่เขาต้องการจากประเทศในกลุ่มอาเซียน พร้อมกับที่ต้องศึกษาตนเองทั้งข้อดี ข้อด้อย และความสามารถของเราว่ามีพลังไปได้ถึงจุดไหน ก่อนที่จะนำข้อมูลทั้งหมดนั้นมาประมวลผลรวมกัน แล้วจะได้ออกมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะนำไปตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และในที่สุดผมก็สามารถผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นด้วยผ้าไหมไทย โดยมีความโดดเด่นที่ลวดลายเพ้นต์บนผืนผ้า ซึ่งผมสร้างจุดยืนให้แก่ตนเอง ผ่านคอนเซ็ปต์ง่ายๆ 4 อย่าง ประกอบไปด้วย Contemporary ร่วมสมัย, Artistic ความเป็นศิลปะ, Simple เรียบง่าย และ Handicraft ใช้ฝีมือ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีจุดยืน และลูกค้าสามารถเห็นคุณค่าของชิ้นงานเรา เสื้อผ้าราคา 10,000 หรือ 20,000 บาท ก็สามารถขายได้ แต่ถ้าหากว่ายังดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของการเลียนแบบ แบรนด์ของคุณเองจะไม่มีชีวิตชีวา และท้ายที่สุดก็ถึงทางตันไม่สามารถไปอยู่ในจุดสูงสุดของการดำเนินธุรกิจได้เลย”




    นอกจากนั้น หัวใจสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ต้องทำควบคู่ไปกับดีไซน์ คือการทำ Branding เพราะนอกจากจะทำให้ลูกค้าจดจำได้แล้ว การบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ถึงความเจ๋งของโปรดักต์ก็ต้องอาศัย “ชื่อแบรนด์” เป็นตัวถ่ายทอด

    “ผมมองว่าคนที่เริ่มต้นทำแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า OTOP เราต้องอาศัย Branding เป็นกุญแจสำคัญ ยิ่งถ้าหากว่าลูกค้าชอบใจในสินค้า การประชาสัมพันธ์โดยการบอกต่อไปเรื่อยๆ ก็จะมีชื่อแบรนด์ที่เป็นตัวกระจายเรื่องราว และสร้างความจดจำที่ดี ซึ่งชื่อแบรนด์ของผมเองก็เริ่มต้นมาจากเรื่องง่ายๆ คือเป็นฉายาสมัยเรียน แล้วตอนไปประกวดเราก็ใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด จึงทำให้พอมีแบรนด์เป็นของตนเอง เราก็ยังคงใช้ชื่อเดิมเพื่อให้ลูกค้าพอคุ้นหูเราได้ ดังนั้น ไม่ว่าตอนนี้คุณจะเริ่มทำแบรนด์ OTOP เพื่อขายในประเทศ หรือจะเริ่มทำขนาดเล็กๆ แค่ไหนก็ตาม ทุกคนควรมีชื่อแบรนด์แต่เนิ่นๆ แล้วเมื่อกิจการค่อยๆ เติบโตขึ้น ผู้ประกอบการก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับการสร้างแบรนด์ใหม่อีกครั้ง”



    ใครจะเชื่อว่าผ้าไหมจากประเทศไทย ที่คนไทยเองมองว่าเป็นสินค้าที่ไม่ทันสมัยและไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ จะสามารถสร้างมูลค่าและทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจได้ถึงเพียงนี้ และนี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดงอย่างชัดเจน ไม่ว่าสินค้าที่อยู่ในมือจะเป็นอะไรก็ตาม หากมีดีไซน์และสร้างมูลค่าให้เป็น จากคำว่าพื้นบ้านก็จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็น Go Inter ได้เช่นกัน

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี(SME)
Share:

Related Articles

​ปรับธุรกิจใหม่ยังไงให้โตในวันที่ไวรัสครองเมือง ถอดบทเรียน Suptar Studio แจ้งเกิดในพื้นที่โรคระบาด

Suptar Studio ธุรกิจที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงโควิด และนี่คือ 5 วิธีหนีตายสร้างรายได้ใหม่สไตล์ Suptar Studio ที่สามารถแจ้งเกิดธุรกิจในพื้นที่โรคระบาดห..

by SME Thailand.| 27 กย. 2021

​เปิดฝา “น้ำพริกนิตยา” แบรนด์ดังในโลกออนไลน์ที่ชั่วโมงนี้ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว

ถ้าพูดถึงแบรนด์น้ำพริกของไทย ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “น้ำพริกนิตยา” อย่างแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่าจากกระแสข่าวดราม่าที่เกิดขึ้นในช่วงไม่ถึงหนึ่งสั..

by SME Thailand.| 24 กย. 2021

​เปิดใจเจ้าของโรงงานพีคถ่านอัดแท่ง ทำรายได้ปีละ 8 หลัก มีวันนี้เพราะคำ bully เป็นแรงฮึด

“คนเผาถ่าน” คำพูดที่ติดอยู่ในใจ บอย-ปราโมทย์ เตือประโคน มากว่า 20 ปี กลายเป็นคำที่ทำให้เขายอมตัดสินใจลาออกจากงานประจำทันทีตอนที่ขายถ่านได้ 10 ตัน ก้..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021