​3199 mountaincamp แคมป์สไตล์ใหม่โดนใจนักท่องเที่ยว

by SME Thailand 19 มิย. 2017
Share:
Text : กองบรรณาธิการ
Photo :  3199 mountaincamp 



     หนึ่งใน Glamping ซึ่งเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงในกลุ่มคนรุ่นใหม่เวลานี้ นั่นก็คือ 3199 mountaincamp แคมป์รูปแบบใหม่ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีเอกลักษณ์และสไตล์เป็นของตัวเอง ด้วยคอนเซปต์การตกแต่งแบบโบฮีเมียนที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา พัสกร วุฒิวิญญูชน ตัวแทนของทีม 3199 mountaincamp เล่าให้ฟังว่า ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนยุคใหม่ สนใจการท่องเที่ยวธรรมชาติมากขึ้น อาจด้วยสภาพแวดล้อมรอบตัวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและสิ่งก่อสร้างมากมาย และการท่องเที่ยวธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นจนเห็นได้ชัด คือ การกางเต็นท์นอน แต่ด้วยรูปแบบเดิมๆ ที่เข้าถึงยาก อีกทั้งยังยุ่งยากในการจัดหาอุปกรณ์ เหตุนี้เองเขาและเพื่อนๆ จึงได้เกิดไอเดียสร้างธุรกิจในรูปแบบของแคมป์สมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า Glamping ขึ้นมา







     “คนชื่นชอบธรรมชาติมากขึ้นก็จริง แต่ก็ยังต้องการความสะดวกสบายด้วย อยากนอนเต็นท์ แต่ไม่อยากมีแค่ผ้าใบรองนอน อยากนอนเต็นท์ แต่ไม่อยากเจอห้องน้ำสกปรก อยากนอนเต็นท์แต่อยากมีที่ชาร์จแบตฯ มือถือด้วย ยังไม่นับรวมไปถึงความยุ่งยากในการหาอุปกรณ์ต่างๆ และราคาที่ค่อนข้างแพง ซื้อมาก็ใช้ไม่กี่ครั้ง ซึ่งรูปแบบเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น”


     ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่มักจะจัดกันอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ หรือพื้นที่ที่มีอากาศเย็นสบายพอดี พัสกรและเพื่อนจึงคิดหาเอกลักษณ์หรือสร้างจุดขายให้กับแคมป์ของพวกเขาขึ้นมา







     “จุดเด่น คือ เราอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ก็จริง แต่ Glamping ส่วนใหญ่มักจะจัดกันอยู่ในภาคเหนือ บนดอย อากาศดี วิวสวย ถ้าเราจะสู้เขาได้ก็ต้องสร้างจุดเด่นขึ้นมา ซึ่งจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ชอบใช้สมาร์ทโฟนและชอบถ่ายรูปลงโซเซียลมีเดีย เรามองว่าธีมโบฮีเมียน ได้มานอนกางเต็นท์แบบอินเดียแดงสนุกๆ น่าจะสามารถดึงดูดความสนใจเขาได้ เมื่อได้ธีมหลักแล้ว เราก็เอาเข้าไปจับไว้ในทุกส่วน ตั้งแต่การตกแต่งสถานที่ ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน รวมถึงการใช้เครื่องรางอย่าง ดรีมแคชเชอร์ หรือห่วงดักฝันร้าย ติดไว้ที่หน้าเต็นท์ทุกหลัง เพื่อใช้แทนสัญลักษณ์ของแคมป์ ใครเข้ามาพักก็จะได้นอนฝันดี เพราะเราดักฝันร้ายไว้แล้ว หลังจากได้คอนเซปต์แล้ว เราก็ต้องมาวิเคราะห์ต่อว่า ทำยังไงให้เขาเข้ามาอยู่แล้วไม่เบื่อ มาแล้วสนุก ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย ซึ่งกลางวันในแคมป์จะร้อนมาก เราต้องหากิจกรรมให้เขาได้ทำระหว่างวัน ซึ่งของเราก็มีกิจกรรมปีนเขา ตกเย็นก็มีให้มานั่งย่างบาร์บีคิวกัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดปาร์ตี้คอนเสิร์ต เล่นดนตรีสดทุกวันศุกร์-เสาร์ เพื่อให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยที่พักเราแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ 1.Gypsy-สำหรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวใหญ่นอนได้ 4-6 คน  2.Boho-สำหรับครอบครัวพ่อแม่ลูก และ 3.Sweet Package-สำหรับคู่รัก และคิดราคาเข้าพักตามวันเวลาในแต่ละช่วง ได้แก่ Normal Rate, Holiday Rate และ Event Rate”







     ถึงตรงนี้ พัสกรมองว่า สื่อโซเซียลมีเดีย มีอิทธิพลและสำคัญมากที่จะช่วยให้ธุรกิจ Glamping เติบโตขึ้นมา


     “สื่อออนไลน์เป็นช่องทางที่สำคัญมาก ถือเป็นสื่อหลักสำหรับการทำตลาดของธุรกิจแบบนี้เลย การสื่อสารถึงกันรวดเร็ว เข้าถึงง่าย การแชร์รูปแชร์ประสบการณ์บอกต่อเพื่อนต่อเพื่อน ทำให้เกิดการเห็นและรับรู้มากยิ่งขึ้นว่ามีสถานที่แบบนี้ หรือกิจกรรมแบบนี้อยู่ สมมุตินักท่องเที่ยวคนหนึ่งมีเพื่อนอยู่ประมาณ 2,000 คน ทั้ง 2,000 คนนั้นก็ต้องเห็น อย่างน้อยๆ 500-1,000 คนน่าจะต้องแชร์ ยังไม่นับรวมเพื่อนของคนใน 500-1,000 นั้นอีก ถ้าเกิดชอบ เขาก็ต้องแชร์ไป เป็นการบอกต่อเป็นลูกโซ่ไปเรื่อยๆ”







     อย่างไรก็ดี พัสกรมองว่า การทำธุรกิจท่องเที่ยวรูปแบบ Glamping หรือแม้แต่รูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่มีเกิดขึ้นมามากนั้น ถือเป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่บางคนอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน จึงสามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้ไม่ยาก







     “ทุกวันนี้คนมักท่องเที่ยวหรือหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับตัวเองมากขึ้น ยิ่งมีการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมา ก็ยิ่งส่งเสริม กระตุ้นให้เขาอยากเที่ยวมากขึ้น ดังนั้น ธุรกิจท่องเที่ยวใดที่สามารถลงรายละเอียดได้มากกว่า ไม่ใช่แค่นึกถึงเชียงใหม่ ก็ไปแค่ดอยต่างๆ แล้วก็จบ ย่อมจะสามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น อย่างกิจกรรมแคมปิ้งสมัยใหม่ หรือ Glamping เองที่เราทำมีลูกค้าหลายคนเลยที่แต่ก่อนไม่คิดว่าจะมานอนเต็นท์ได้ เพราะรู้สึกลำบากบ้าง นอนไม่สบายบ้าง แต่พอได้ลองมา ก็ชอบ เป็นการเปิดประสบการณ์มุมมองการท่องเที่ยวแบบใหม่ให้กับเขา ที่สำคัญด้วยราคาที่ไม่แพง จึงทำให้เขาสามารถเข้ามาลองได้มากขึ้น ซึ่งผมว่ากิจกรรมแบบนี้น่าจะยังไปต่อได้อีกเรื่อยๆ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะ 3 ปี เชื่อว่าปีหน้าจะต้องมีแคมป์เกิดขึ้นอีกมาก แต่หลังจากนั้นแล้วเราก็ไม่รู้แล้วว่าจะเป็นยังไงต่อไป นักท่องเที่ยวอาจไม่จะไม่นิยมการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติแล้วก็ได้ คงต้องรอดูกันต่อไป และเมื่อถึงวันนั้นเราก็คงต้องปรับตัวกันต่อไป หากิจกรรมที่เขาสนใจ และทำขึ้นมาเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของเขาในอนาคตต่อไป”


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​“บะหมี่เลข 8” สร้างตำนานขายถูก ให้โลกจำ!

ถ้าพูดถึงชื่อ “บะหมี่เลข 8” เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็คงรู้ว่ากำลังพูดถึง “ฮะจิบัง ราเมน” เชนบะหมี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยนอกจากจะเข้ามาทำตลาดราเมนเป็นรายแรกๆ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​บุกโรงงาน “เอกา โกลบอล” ดูนวัตกรรมยืดอายุอาหาร อาวุธเด็ด SME ยุค New Normal

ไม่บ่อยนักที่ “เอกา โกลบอล” (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) รายใหญ่ของโลก เบอร์ 1 ในเอเชีย จะเปิดบ้านให้ผ..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​สวยแบบมีสติ! “Projekt Glitter” กากเพชรจากพืช ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

ความสวยความงามเป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะกับสาวๆ ทั้งหลายที่ชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่รู้ไหมว่าเครื่องสำอางหลายชนิด แม้เป็นเพียงชิ..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020