​Food Story ตัวช่วยจัดการธุรกิจอาหารครบวงจร

by SME Thailand 21 กย. 2017
Share:
Text : กองบรรณาธิการ

 
     บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย เป็นผู้คิดค้นระบบจัดการร้านอาหารตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำที่ชื่อว่า Food Story ซึ่งจากการเปิดเผยของ ปรานต์ สุนนทะนาม Marketing บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด บอกไว้ว่า Food Story นับเป็นระบบจัดการร้านอาหารแบบ POS ที่แบ่งออกเป็น 1.Food Story Owner หรือระบบจัดการร้านอาหารสำหรับเจ้าของร้าน มี Feature ที่ครอบคลุมตั้งแต่การคิดคำนวณวัตถุดิบ เช็กสต็อกสินค้า ระบบพนักงาน รายรับ-รายจ่าย ทุกอย่างถูกบันทึกข้อมูลอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ที่เรียกว่า Cloud 2.Food Story Customer สำหรับลูกค้าสามารถดูโปรโมชัน ร้านอาหารใกล้เคียง และยังสแกน QR Code เพื่อดูเมนูและกดสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ต้องรอพนักงานมารับออร์เดอร์รวมทั้งกดเช็กบิลผ่านแอปพลิเคชันได้เช่นเดียวกัน ด้วยความครบเครื่องดังกล่าวทำให้คว้ารางวัลโดดเด่นด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ จากการประกวดโครงการ SME Thailand Inno Awards 2017

 


     แม้ว่าประเทศไทยจะมีระบบ POS ที่ใช้จัดการร้านอาหารมานานแล้ว แต่ว่า Food Story มีความแตกต่างออกไป เนื่องจากเข้ามาอุดรอยรั่วได้ตรงจุด ซึ่งทั่วไปนั้นระบบจัดการร้านอาหารจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง หรือว่าในร้านอาหารทั่วไปมักจะใช้ระบบเก่าแบบ Manual ใช้เครื่องคิดเงินแบบตั้งโต๊ะ ต้องมีคอมพิวเตอร์ไว้คีย์ข้อมูลและบันทึกข้อมูลในร้าน ส่วนการเช็กสต็อกสินค้าก็ต้องทำผ่านพนักงานทั้งหมด Food Story จึงเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากในร้านอาหารให้หมดไป ตั้งแต่ช่วยประหยัดพื้นที่ในร้านอาหาร จากคอมพิวเตอร์ถูกย่อลงเหลือเพียง iPad เครื่องเดียวก็สามารถจัดการทุกอย่างภายในร้านได้ รวมถึงเวลาเข้า-ออกพนักงาน เช็กสต็อกสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน เช็กรายรับ- รายจ่าย หรือหากมีโปรโมชันใหม่ๆ ก็สามารถยิงตรงสู่มือลูกค้าได้ทันที เจ้าของร้านสามารถเช็กข้อมูลต่างๆ ได้ตลอดเวลาแบบ Real Time และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเอาไว้ตั้งแต่เริ่มใช้งานบน Cloud ที่มีความปลอดภัยสูง และอีกหนึ่งปัญหาของร้านอาหารคือ การที่พนักงานเปลี่ยนบ่อย จึงต้องมีการเรียนรู้ระบบการใช้งานอยู่ตลอดเวลา Food Story จึงออกแบบแอปพลิเคชันให้สามารถใช้งานได้ง่ายๆ คล้ายกับการเล่นเกม พนักงานสามารถเรียนรู้ระบบงานได้ภายในเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

 


     นวัตกรรมในมุมของ Food Story คือเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นได้ ซึ่งระบบ Food Story เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ได้ จึงเป็นการสร้างความต่างให้ธุรกิจ แม้ผู้ประกอบการยุคเก่าอาจยังไม่ชินกับการใช้เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่ๆ แต่หากได้ลองเปิดใจ เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีหรือใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ธุรกิจก็จะช่วยในการขยายธุรกิจให้เติบโตได้ เพราะการใช้คนหรือการใช้ระบบ Manual ในการทำธุรกิจอย่างเดียวอาจจะทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย ปัจจุบันมีร้านอาหารที่ใช้ระบบ Food Story อยู่ประมาณ 400 ร้าน โดย 30 เปอร์เซ็นต์เป็นร้านอาหารที่เคยใช้ระบบเดิมและเปลี่ยนมาใช้ Food Story ส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์ คือร้านอาหารเจ้าใหม่ๆ ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว 


 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​รับมือกับ “ความล้มเหลว” ในแบบ พลัฏฐ์ บุญพลอยเลิศ คนทำหนังวัชพืช ผู้ล้มได้แต่ตายไม่เป็น!

“พลัฏฐ์ บุญพลอยเลิศ” คนทำหนังจากวัชพืช KEAPAZ (เคียพาส) เบื้องหลังผลงานของหลายๆ แบรนด์ในวันนี้ ตลอดเส้นทางธุรกิจเขาต้องผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง แต่ทุกคร..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​คิดนวัตกรรม ให้เป็นธุรกิจทำเงินสุดแซ่บ! ในแบบ “พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่”

“พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่” (PRIKKA Spicy Coffee) แจ้งเกิดในธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปด้วยการเป็น กาแฟพริกสูตรแรกของโลก ที่ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยเ..

by SME Thailand.| 29 ตค. 2020

​อะไรๆ ก็เป็น..นาฬิกา “Stretch Clock” เปลี่ยนสิ่งของให้บอกเวลาได้

นักออกแบบชื่อ “Nicholas Baker” มักเก็บตัวอย่างของวัตถุต่างๆ ที่น่าสนใจเพื่อนำกลับมาต่อยอดสร้างเป็นชิ้นงานอยู่บ่อยๆ จนในที่สุดก็สร้างแบรนด์ “Stretch ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020