“ยู้ ฟิชบอล” แปลง หัว หนัง ก้างปลามหาศาล ให้เป็นนวัตกรรมเสริมแกร่งมวลกระดูกมนุษย์

by SME Thailand. 15 ตค. 2019
Share:
TEXT : รุจรดา วัฒนาโกศัย 





Main Idea
 
 
  • ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเหลือทิ้งน้อยที่สุด เพราะนั่นคือหนทางการลดต้นทุน รวมถึงยังได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย
 
  • ยู้ ฟิชบอล นำวัตถุดิบที่เหลือทิ้งจากการแปรรูปลูกชิ้นปลา อย่าง ก้าง หนัง และหัวปลามาสร้างผลิตภัณฑ์แคลเซียม MCHC ที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมรูปแบบอื่น ช่วยป้องกันและฟื้นฟูโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกพรุนโดยเฉพาะ
 
  • สิ่งที่ได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างรายได้ใหม่ๆ ให้ธุรกิจ คือ องค์ความรู้ (Know How) และยังช่วยสร้างงานให้กับผู้คนได้อีกเยอะมาก รวมถึงยังคว้ารางวัลโดดเด่นด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ จากเวที SME Thailand Inno Awards 2019 ที่ผ่านมาได้อีกด้วย 
 
 
 
 
     ความท้าทายอย่างยิ่งของผู้ประกอบการร้านอาหารในปัจจุบัน คือการจัดการวัตถุดิบให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด และเหลือทิ้งน้อยที่สุด เราจึงได้เห็นเจ้าของร้านอาหารหลายแห่งพยายามลดการสร้างขยะ หรือนำวัตถุดิบเหลือใช้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่สำหรับ ยู้ ฟิชบอล พวกเขาทำมากกว่านั้น คือหยิบเอาเศษก้างปลาเหลือทิ้งจากหลังครัวมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ กลายเป็นแคลเซียมที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กระดูกของมวลมนุษย์


     ยู้-เกยูร โชคล้ำเลิศ คือทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านลูกชิ้นปลาเยาวราช “อึ้งเป้งชุง” เจ้าของตำนานความอร่อยที่คนต้องมาต่อคิวยาวเหยียดเพื่อลิ้มลองลูกชิ้นปลาและน้ำซุปรสเด็ด เธอต่อยอดธุรกิจโดยการยกหม้อน้ำซุปข้ามฝั่งมาเปิดร้าน ยู้ ฟิชบอล (Yoo Fish ball) ร้านลูกชิ้นปลาเสิร์ฟด่วนที่สามารถขยายสาขาออกนอกเยาวราชสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ จนกระทั่งส่งออกลูกชิ้นปลาไปยังญี่ปุ่น มาเลเซีย จีน ฮ่องกง และบรูไน
 




ธุรกิจเติบใหญ่ไปพร้อมกับปริมาณขยะ


     เมื่อธุรกิจเติบโตไปไกล สิ่งที่พบหลังจากนั้น คือ วัตถุดิบที่เหลือทิ้งจากการแปรรูปปลาจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น ก้างปลา หนังปลา และหัวปลา ที่ต้องลงทุนใช้ห้องเย็นถึง 3 ห้องเพื่อเก็บของเหลือทิ้งเหล่านี้ก่อนนำไปกำจัด ยู้ก็เหมือนผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไปที่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ส่วนที่เหลือนั้นไม่สูญเปล่า โดยคิดถึงการผลิตเป็นขนมขบเคี้ยวอย่างก้างปลาหรือหนังปลาทอดเป็นอันดับแรก แต่ดูเหมือนจะเป็นโชคดีเมื่อเธอได้อ่านงานวิจัยที่ว่าส่วนเหล่านี้อุดมไปด้วยแคลเซียมและคอลลาเจน ทำให้คิดว่าน่าจะทำอะไรที่สร้างคุณค่าได้มากกว่านั้นในวันที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) และจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกโรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขอันดับ 2 ของโลก เพราะมีผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปี ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ที่กระดูกหักจากการเป็นโรคกระดูกพรุน





     “เมื่อไปอ่านงานวิจัยในต่างประเทศหลายชิ้น เราพบว่าหนังปลาและก้างปลาทะเลน้ำลึกเต็มไปด้วยคอลลาเจนและมีแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีมาก ซึ่งเป็นอาหารของกระดูกได้โดยตรง แต่งานวิจัยส่วนใหญ่ถูกยกไว้บนหิ้ง นำมาทำเชิงพาณิชย์ไม่ได้ เพราะใช้เวลาทำนานมาก และต้องใช้กระบวนการทำเยอะ เราเลยลองทำดู หลังจากที่ได้ทุนคูปองนวัตกรรม (โครงการคูปองนวัตกรรมเพื่อยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถของ SMEs ไทย) โดยสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. หลังจากนั้นก็เริ่มทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบออกมาขาย”



 

วัตถุดิบของไทยที่ใช่สำหรับคนเอเชีย


     สิ่งที่ยู้ ฟิชบอล พัฒนาออกมาได้คือ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แคลเซียม MCHC (Microcrystalline Calcium Hydroxyapatite) ซึ่งเป็นแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมรูปแบบอื่น เพื่อป้องกันและฟื้นฟูโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกพรุน ช่วยยับยั้งและลดอาการปวดกระดูก ช่วยทำให้มวลกระดูกมีความหนาแน่น และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมวลกระดูก ทำให้สะดวกต่อการเคลื่อนไหว ที่สำคัญไม่มีผลต่อกระบวนการย่อยอาหาร ทำให้ไม่เกิดอาการท้องอืดหรือท้องผูกเหมือนแคลเซียมรูปแบบอื่น ออกมาวางขายภายใต้ชื่อแบรนด์ UNC Calcium


     “เราไม่ได้เก่งในเรื่องนี้ แต่คิดแค่ว่าอยากช่วยให้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากสิ่งที่เราทำ ที่ตัดสินใจทำเพราะ 1.เป็นฟอร์มแคลเซียมที่ดูดซึมได้ดีที่สุดในโลก และ 2.เป็นฟอร์มที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ซึ่งเราเป็นฟอร์มที่ 2 ที่แตกต่างจากที่มีคนทำแล้วในโลกที่นิวซีแลนด์ โดยเขาก็ได้แร่ธาตุแบบหนึ่งเราก็ได้อีกแบบหนึ่ง และด้วยความที่คนไทยเหมาะกับอะไรที่เป็นวัตถุดิบไทยๆ อะไรที่ปรุงแต่งมากหรือว่า DNA ของคนเอเชียก็อาจไม่เข้ากับวัตถุดิบจากอีกฝั่งของโลกก็ได้” เธอบอกโอกาสของนวัตกรรมที่เกิดขึ้น




 
นวัตกรรมที่สร้างแง่มุมใหม่ให้ธุรกิจ


     วันนี้ผลิตภัณฑ์ UNC Calcium ได้อนุสิทธิบัตรในเรื่องของกระบวนการผลิตแคลเซียมจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ และยังได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปคว้ารางวัล Gold Medal Awards ในเวที International Invention and Innovation Show หรือ INTARG 2018 มาได้สำเร็จ และล่าสุดคว้ารางวัลโดดเด่นด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ จากเวทีประกวดนวัตกรรมแห่งปี SME Thailand Inno Awards 2019


     นวัตกรรมทำให้ยู้ ฟิชบอล ขยายธุรกิจไปในแง่มุมที่ไม่เคยคาดคิด สร้างเป็นธุรกิจใหม่และสร้างงานให้กับคนได้มากขึ้น  ขณะเดียวกันเมื่อวัตถุดิบที่เคยเหลือทิ้งถูกนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล ห้องเย็นที่เคยบรรจุของเสียถูกนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้นโดยนำไปแช่วัตถุดิบสำหรับกระบวนการผลิตในโรงงานแปรรูปอาหารทะเลมากขึ้น 





     เกยูรบอกว่า สิ่งที่เธอได้ไม่ใช่แค่กำไร แต่กลับเป็นความสุขใจที่ได้ช่วยผู้คนให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคือสร้างความสุขให้เกิดขึ้นกับคนในองค์กรที่มีความภาคภูมิใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ หมายความว่านวัตกรรมสร้างกำไรให้องค์กรและทำให้คนในองค์กรมีความสุขไปพร้อมกัน


     ในอีกแง่หนึ่งภาพลักษณ์ที่ผู้บริโภคมองมายัง ยู้ ฟิชบอล เปลี่ยนไปจากแบรนด์ที่ขยัน สู้ชีวิต กลายเป็นแบรนด์ที่รู้จักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้คนสุขภาพดีขึ้นในที่สุด
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​ฟังทายาทโรงงานรองเท้า 40 ปี บอกวิธีเปลี่ยนธุรกิจให้เก๋า ด้วยวัสดุผ้าจากเศษขยะธรรมชาติ

เมื่อ “นริศรา ธรรมสาธุ” ทายาทธุรกิจโรงงานรองเท้าได้มาเจอกับรุ่นพี่วัยเก๋าอย่าง “พลัฏฐ์ บุญพลอยเลิศ” นักสร้างสรรค์วัสดุผ้าจากเปลือกไม้ธรรมชาติ แบรนด์..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​“บะหมี่เลข 8” สร้างตำนานขายถูก ให้โลกจำ!

ถ้าพูดถึงชื่อ “บะหมี่เลข 8” เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็คงรู้ว่ากำลังพูดถึง “ฮะจิบัง ราเมน” เชนบะหมี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยนอกจากจะเข้ามาทำตลาดราเมนเป็นรายแรกๆ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​บุกโรงงาน “เอกา โกลบอล” ดูนวัตกรรมยืดอายุอาหาร อาวุธเด็ด SME ยุค New Normal

ไม่บ่อยนักที่ “เอกา โกลบอล” (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) รายใหญ่ของโลก เบอร์ 1 ในเอเชีย จะเปิดบ้านให้ผ..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020