พญาเย็นแดรี่ เปลี่ยนวิถีเกษตรกรโคนมด้วย Smart Farm จนได้น้ำนมเกินระดับพรีเมียม

by SME Thailand. 07 พย. 2019
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ




Main Idea
 
  • ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 30  ปีก่อน คงไม่มีใครลุกขึ้นมาจดบันทึกโคนมทุกตัวที่มีแถมยังเอาระบบบัญชีเข้ามาช่วยในการทำฟาร์มโคนม แต่ชายคนหนึ่งกลับทำเช่นนั้น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของฟาร์มโคนมเจ้าใหญ่ของไทยที่มีการพัฒนาฟาร์มอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นฟาร์มโคนมที่มีคุณภาพน้ำนมดิบเกินค่าความพรีเมี่ยม
 
  • นี่คือตัวอย่างจากเกษตรกรไทยที่สามารถเปลี่ยนวิถีการทำฟาร์มโคนมได้ด้วยนวัตกรรม จากวัว 2 ตัวสู่การเป็นฟาร์มไซส์บิ๊กระดับประเทศที่ไม่ได้มองความสำเร็จอยู่แค่ตัวเองเท่านั้น แต่ยังคงนำพาเกษตรกรโคนมคนอื่นๆ เติบโตไปด้วยกัน
 
  • จนในที่สุดเขาก็สามารถคว้ารางวัลโดดเด่นด้านนวัตกรรมการบริหารจัดการองค์กร จากเวที SME Thailand Inno Awards 2019 ปีล่าสุดมาได้ พิสูจน์ถึงพลังของคนตัวเล็กที่สร้างความยิ่งใหญ่ได้ด้วยคำว่า…นวัตกรรม 



     ไม่ว่าจะอาชีพไหน ถ้าเราใส่ใจและทุ่มเทก็สามารถทำให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในอาชีพนั้นๆ  ได้ แม้แต่อาชีพเกษตรกรโคนมก็ตาม ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน คงไม่มีใครลุกขึ้นมาจดบันทึกโคนมทุกตัวที่มีแถมยังเอาระบบบัญชีเข้ามาช่วยในการทำฟาร์มโคนม แต่ชายคนหนึ่งกลับทำเช่นนั้น นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฟาร์มโคนมเจ้าใหญ่ของไทยที่มีการพัฒนาฟาร์มอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นฟาร์มโคนมที่มีคุณภาพน้ำนมดิบเกินค่าความพรีเมียมพร้อมทั้งเปิดศูนย์รับน้ำนมดิบจากชาวบ้านด้วย และชายคนนั้นคือ ชนะศักดิ์ จุมพลอานันท์ ผู้ก่อตั้งชนะศักดิ์ฟาร์ม และ บริษัท พญาเย็นแดรี่ จำกัด ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมนํ้านมดิบ


               




     จากอดีตนักบัญชี ชนะศักดิ์ได้ใช้ทักษะที่เขาถนัดนั้นคือการทำบัญชีมาประยุกต์กับการเริ่มต้นฟาร์มโคนมเล็กๆ จากวัวแค่ 2 ตัว โดยเขาได้เริ่มต้นจากการใช้ความรู้ทางด้านบัญชีมาคิดคำนวณต้นทุนภายในฟาร์ม จดบันทึกวัวทุกตัวที่มีเพื่อรับรู้ความเป็นไปในแต่ละวัน
               

     “ผมเรียนจบทางด้านบัญชีมา แต่พี่ชายและพี่สาวทำฟาร์มอยู่ก่อนแล้ว กอปรกับผมเองเป็นพนักงานของ อ.ส.ค.หรือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เลยเริ่มจากเช่าซื้อวัวนมจาก อ.ส.ค.มา 2 ตัว เพื่อเริ่มทำฟาร์มของตัวเอง โดยพยายามทำฟาร์มให้เป็นระบบบัญชี ด้วยแนวคิดง่ายๆ คือ ถ้าเราเลี้ยงโคนมและสามารถควบคุมต้นทุนอาหารได้ ก็จะทำกำไรได้”

               



     หลังจากที่ฟาร์มโคนมเริ่มดำเนินไปได้ด้วยดี เขาก็เบนเข็มมาสู่การเปิดศูนย์รับน้ำนมดิบ โดยจุดเริ่มต้นของการทำศูนย์รับน้ำนมดิบมาจากการที่แต่เดิมฟาร์มของพวกเขาและเกษตรกรรายอื่นได้ส่งน้ำนมดิบให้แก่ศูนย์รับน้ำนมเอกชนแห่งหนึ่ง  ต่อมาศูนย์ฯ ดังกล่าวขาดสภาพคล่อง จึงสร้างความเสี่ยงและสั่นคลอนความมั่นคงให้แก่เหล่าเกษตรกรโคนม ในที่สุดพวกเขาจึงตัดสินใจสร้างศูนย์รับน้ำนมดิบของตนเองขึ้น ภายใต้ชื่อ พญาเย็นแดรี่  


      “การทำธุรกิจร่วมกันระหว่างเรากับเกษตรกร หมายความว่า เขาส่งนมให้เรา ซื้ออาหารสัตว์จากเรา ซื้อสาธารณูปโภคจากเรา และหากเรามีกำไรก็จะจ่ายเงินปันผลให้เขาด้วย เราเริ่มต้นจ่ายเงินปันผลตั้งแต่ปีแรกที่ตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้ขึ้นมา โดยจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ปีละกว่าล้านบาท นี่เองที่ทำให้เรายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ได้โตคนเดียว”      





     จุดเปลี่ยนอีกครั้งคือช่วงที่ศูนย์รับน้ำนมดิบดำเนินไปสักพัก ฟาร์มโคนมที่เคยทำมากลับเกิดปัญหาบางอย่าง เพราะฟาร์มขาดการดูแลจากเจ้าของ อีกทั้งยังขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนต้องขายโคนมทิ้งเพื่อตั้งหลักใหม่ พวกเขาจึงเริ่มมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำฟาร์ม โดยมี อานนท์ จุมพลอานันท์ ทายาทรุ่น 2 เข้ามาช่วยเสริมแกร่งธุรกิจฟาร์มด้วยแนวคิดที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างเป็นฟาร์มโคนมต้นแบบ โดยโจทย์หลักคือทำอย่างไรให้น้ำนมมีคุณภาพดีขึ้นแต่ใช้แรงงานลดลง มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น





      “หลักสำคัญที่สุดคือ เราต้องรู้ว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ แต่ปัญหาคือฟาร์มส่วนใหญ่ไม่ได้มีการปลูกฝังระบบนี้มา เราจึงต้องหาเครื่องมือเข้ามาช่วยให้การทำงานมีรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น และทุกคนสามารถทำได้ นั่นเป็นที่มาของการใช้โปรแกรมในการบริหารจัดการฟาร์ม โดยมีเป้าหมายหลักก็เพื่อคุณภาพนมและลดแรงงานในฟาร์มลง เราเริ่มนำเครื่องจักรเข้ามาทำงานแทนคน และมีการใช้ 2 ระบบหลักคือ โปรแกรมการจัดการในฟาร์มและระบบบัญชี ซึ่งจะทำงานกันคนละด้านแต่ส่งเสริมกัน อย่างโปรแกรมการจัดการในฟาร์มจะทำให้เรารู้ว่าวันนี้วัวตัวไหนจะคลอด วัวตัวไหนป่วยอยู่ โดยจะทำงานคู่กับเซ็นเซอร์เหมือนนาฬิกาติดอยู่ที่ขาของวัวทุกตัว วัวก็จะถูกบันทึกข้อมูลทุกอย่างไว้ในระบบ ไม่ว่าจะเดินกี่ก้าว นอนกี่ชั่วโมง เราสามารถรู้ได้ว่าถ้ามีพฤติกรรมแบบนี้เขาจะป่วยได้” อานนท์เล่า





      ปัจจุบันพญาเย็นแดรี่มีโคนมของตนเองอยู่ประมาณ 300 ตัว สามารถผลิตน้ำนมได้วันละประมาณ 3-4 ตัน นอกจากนี้ ยังรับซื้อน้ำนมจากเกษตรกรในเครือข่ายอีกวันละ 70 ตัน เพื่อส่งต่อไปยังคู่ค้าทั่วประเทศ สำหรับน้ำนมจากฟาร์มของที่นี่มีคุณภาพที่แตกต่างจากน้ำนมทั่วไป
               

     “หลักๆ ในน้ำนมจะเป็นน้ำ แต่ส่วนที่ต้องให้ความสำคัญมี 2 ส่วนคือ ของแข็ง (โปรตีนและแล็กโตส) และไขมัน ไขมันซึ่งนมทั่วไปจะอยู่ที่ 3.2-3.4 แต่นมคุณภาพดีอยู่ที่ 3.6 ส่วนของแข็งทั่วไปอยู่ที่ 8.3-8.4 นมคุณภาพดีจะอยู่ที่ 8.6 ซึ่งคุณภาพนมของเราทำได้มากกว่านั้น โดยไขมันจะอยู่ที่ประมาณ 4 ส่วนของแข็งอยู่ที่ 8.8-9 องค์ประกอบน้ำนมของเราจึงเกินระดับพรีเมียมโดยที่เรายังควบคุมต้นทุนให้สามารถทำกำไรได้อยู่ ซึ่งการที่เน้นเรื่องคุณภาพนมก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่านมในประเทศไทยก็มีคุณภาพที่ดีมากพอ” เขาบอก  
               

      ชนะศักดิ์ ผู้เริ่มต้นฟาร์มโคนมด้วยแนวคิดแบบนักบัญชีได้ปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญของการทำฟาร์มโคนมของเขาว่า การเริ่มต้นแบบเล็กๆ ก็สามารถมองเห็นและเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้งได้
               




      “พอเราเริ่มจากเล็ก ก็จะเห็นปัญหาชัดเจน อย่างก่อนที่จะทำฟาร์มขนาดใหญ่เรามองออกหมดเลยว่าจะวางคอกตรงไหนดี จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ซึ่งหัวใจสำคัญของการทำฟาร์มคือระบบการจัดการ เราต้องมองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง สิ่งที่ทำให้เรายั่งยืนคือ การมองไปข้างหน้า ผมเคยบอกเกษตรกรหลายคนว่า เวลาทำฟาร์ม เราต้องเก็บเงินส่วนหนึ่งประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ในการสร้างความเจริญเติบโตของฟาร์ม และอย่าลืมมองไปข้างหน้าด้วยการใช้เทคโนโลยี”
               



     และนี่คือตัวอย่างจากเกษตรกรไทยที่สามารถเปลี่ยนวิถีการทำฟาร์มโคนมได้ด้วยนวัตกรรม จากวัว 2 ตัวสู่การเป็นฟาร์มไซส์บิ๊กระดับประเทศที่ไม่ได้มองความสำเร็จอยู่แค่ตัวเองเท่านั้น แต่ยังคงนำพาเกษตรกรโคนมคนอื่นๆ เติบโตไปด้วยกัน จนในที่สุดเขาก็สามารถคว้ารางวัลโดดเด่นด้านนวัตกรรมการบริหารจัดการองค์กร จากเวที SME Thailand Inno Awards 2019 ปีล่าสุดมาได้ พิสูจน์ถึงพลังของคนตัวเล็กที่สร้างความยิ่งใหญ่ได้ด้วยคำว่า…นวัตกรรม 
 



 www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​มหัศจรรย์! สับปะรด เปลี่ยนใบให้กลายเป็นผืนผ้า จากของเหลือ สู่แฟชั่นหรูโกอินเตอร์

ด้วยกระแสของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่มีการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในวงการแฟชั่นที่มีการสรรหาเส้นใยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เพื่อน..

by SME Thailand.| 10 พย. 2019

​ผลิตสินค้าใหม่! ต้องเล็งยังไงให้ถูกเป้า ขายได้ ตามสไตล์ SME ทุนน้อย

การจะผลิตสินค้าขึ้นมาสักตัวเพื่อทดลองตลาด อาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับบริษัทใหญ่ แต่สำหรับ SME รายเล็กๆ แล้ว นั่นหมายถึงเงินทุนทั้งหมดที่มี ซึ่งบางครั้ง..

by SME Thailand.| 08 พย. 2019

​‘BAISRI’ แบรนด์แฟชั่นคนรุ่นใหญ่ที่ทำโดยนักโทษชายแดน 3

เหล่าชายฉกรรจ์ สวมเครื่องแบบสีน้ำตาล ถูกขนานนามว่า “นักโทษชายแดน 3” นั่งล้อมวงปักผ้าสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นคูลๆ ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง พวกเขาคือผู้อยู่เ..

by SME Thailand.| 08 พย. 2019