สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี! “NARAI LLIF” วัสดุทดแทนหมอนรองกระดูกสันหลังฝีมือคนไทยที่โลกทึ่ง

by SME Thailand. 13 พย. 2019
Share:
TEXT :  กองบรรณาธิการ
PHOTO : ฝ่ายภาพ SME Thailand





Main Idea
 
  • ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน “วัสดุดามกระดูก” ยังไม่มีผลิตในประเทศไทย เรายังต้องนำเข้าและมีราคาแพง ที่สำคัญยังไม่เหมาะกับสรีระของคนเอเชียอีกด้วย ขณะที่คนไทยประสบอุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกแตกหักเป็นจำนวนมาก
 
  • ออโธพีเซีย จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2545 โดยเป็นบริษัทแรกในไทยที่ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ประเภทวัสดุดามกระดูกฝังใน ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากกว่า 140 โรงพยาบาลทั่วประเทศไทยในปัจจุบัน
 
  • พวกเขาคิดค้นนวัตกรรมวัสดุทดแทนหมอนรองกระดูกสันหลังชุดนารายณ์ (NARAI LLIF) และนั่นส่งผลให้ “ออโธพีเซีย” สามารถคว้ารางวัล The Best SME Thailand Inno Awards 2019 รางวัลสูงสุดของการประกวดนวัตกรรมแห่งปีในปีนี้มาครอบครองได้สำเร็จ



     บริษัท ออโธพีเซีย จำกัด คือผู้วิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่าย วัสดุดามกระดูก และอุปกรณ์เครื่องมืออื่นๆ ทางการแพทย์ ที่ได้รับมาตรฐาน ISO 13485 และ CE Mark ที่ก่อตั้งโดย วินิจ ฤทธิ์ฉิ้ม อดีตผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เขามองเห็นโอกาสจากธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์และการรักษาที่ยังคงเติบโตในทุกวิกฤติ โดยเฉพาะวัสดุดามกระดูกที่ยังไม่มีผู้ผลิตในประเทศไทย สินค้านำเข้ามีราคาแพง และไม่เหมาะสมกับสรีระของคนเอเชีย ขณะที่คนไทยยังประสบอุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกแตกหักเป็นจำนวนมาก





     “
ตอนปี 2540 ไม่ใช่รถยนต์อย่างเดียวที่เจอวิกฤต แต่ทุกอย่างล้มหมด ทั้งก่อสร้าง ไฟแนนซ์ ฯลฯ แต่ผมมาดูแล้วว่า มีอยู่ธุรกิจเดียวที่ไม่มีปัญหาก็คือ เครื่องมือทางการแพทย์และการรักษา เพราะไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่คนก็ยังต้องใช้ ยิ่งเครียดก็ยิ่งต้องรักษา ยิ่งวิกฤตก็ยิ่งเติบโต ตอนนั้นผมสนใจอุปกรณ์การแพทย์ที่เกี่ยวกับกระดูกแตกกระดูกหัก เพราะบ้านเรามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กันเยอะ และมีอุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกแตกหักเป็นจำนวนมาก แต่ในเวลานั้นยังไม่มีผู้ผลิตวัสดุดามกระดูกในประเทศไทย ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และมีราคาที่ค่อนข้างสูง” วินิจบอก


      และนั่นคือที่มาของการก่อตั้ง บริษัท ออโธพีเซีย จำกัด ขึ้นในปี 2545 ซึ่งเป็นบริษัทแรกในไทยที่ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ประเภทวัสดุดามกระดูกฝังใน และได้รับความไว้วางใจจากกว่า 140 โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย
 
 

          
     
     เริ่มต้นพัฒนานวัตกรรมที่คนไทยก็ทำได้


     ออโธพีเซีย ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขาทำงานร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกชั้นนำของประเทศ ทำให้ได้สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของแพทย์ และตอบปัญหาของผู้ป่วยอย่างแท้จริง ผลจากการพัฒนานำมาสู่ “นวัตกรรมวัสดุทดแทนหมอนรองกระดูกสันหลังชุดนารายณ์” (NARAI Lateral Lumbar Interbody Fusion : NARAI LLIF)  ผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมแบบเปิดแผลเล็กเข้าทางด้านข้าง ซึ่งช่วยให้การผ่าตัดทำได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกขึ้น ทำให้แผลเล็กลง ลดความเสี่ยงในการผ่าตัด สูญเสียเลือดน้อยลง ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อภายใน ไม่ต้องตัดกระดูกออก เพิ่มโอกาสสร้างกระดูกให้เชื่อมติดกันได้เร็วขึ้น เหมาะสมกับปล้องกระดูกของคนเอเชีย และมีขนาดที่หลากหลาย โดยมีการออกแบบชุดเครื่องมือ และอุปกรณ์พิเศษประกอบด้วยชุดเครื่องมือสำหรับการเตรียมพื้นที่กระดูกให้พร้อม และชุดเครื่องมือสำหรับวัดขนาดหมอนรองกระดูก และใส่ NARAI LLIF ตลอดจนชุดอุปกรณ์ถ่างบาดแผล ซึ่งตอบโจทย์ทั้งแพทย์ ผู้ป่วย และโอกาสธุรกิจใหม่


      “เทรนด์ของการรักษาจะไปในทางที่ให้ผลประโยชน์กับผู้ป่วยมากที่สุดคือ ผู้ป่วยเจ็บน้อยที่สุด การผ่าตัดเป็นวิธีการสุดท้ายที่จะรักษา จากผ่าตัดแผลใหญ่เพื่อให้แพทย์ทำงานง่าย ก็มีความพยายามออกแบบเครื่องมือใหม่ๆ มาให้แพทย์ผ่าตัดแผลเล็กลงเพื่อให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยลง ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงที่ทำให้ผ่าตัดเล็กลงเรื่อยๆ ตัวนารายณ์เราพัฒนาอยู่เป็นปีกว่าจะออกมา จนตอบโจทย์ทั้งคนไข้ และแพทย์ ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมต่างประเทศเขาอาจเร็วกว่าเรา แต่อุปสรรคคือเวลาทำของใหม่ออกมา เขาจะขายไปทั่วโลก ฉะนั้นเขาจะมีสต็อกของเขาอยู่ส่วนหนึ่ง ก็ต้องขายของที่มีอยู่ก่อนถึงจะเอาของใหม่ออกมาขายได้ ฉะนั้นเวลาสินค้าใหม่มา ประเทศไทยจะไม่มีโอกาสใช้ก่อน นี่จึงเป็นโอกาสของเราที่จะทำของใหม่มาขายก่อนคู่แข่ง และให้โอกาสคนไทยและคนในภูมิภาคนี้ได้ใช้สินค้าใหม่ๆ ก่อนคนอื่น” เขาบอกความมุ่งมั่น
               


      
     
     นวัตกรรมใหม่ขยายโอกาสสู่ตลาดอาเซียน



     ผลลัพธ์จากนวัตกรรมใหม่ คือการมีผลิตภัณฑ์จากการพัฒนาของคนไทย เป็นทางเลือกในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่การทำงานวิจัยร่วมกับแพทย์ไทยซึ่งเป็นผู้ใช้โดยตรงจึงเป็นการสร้างความรู้จักในสินค้าตั้งแต่แรกเริ่ม และด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีขั้นตอนการออกแบบวิจัยพัฒนา และการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีสินค้ามีคุณภาพทัดเทียมกับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีมาตรฐานรับรองในระดับสากล โดยเฉพาะได้การรับรองมาตรฐานตามระบบ ISO 13485 ซึ่งเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ที่ยอมรับกันทั่วโลก อีกทั้งยังมีราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงโอกาสทางการรักษาได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นการผลิตและพัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีขนาดที่เหมาะสมกับรูปร่างของผู้ป่วยชาวเอเชีย ซึ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มหลักทั้งในไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดในอนาคต โดยเฉพาะอาเซียนที่ยังไม่มีประเทศใดสามารถผลิตวัสดุศัลยกรรมกระดูกในแบบออโธพีเซียได้
               



      การมาถึงของนวัตกรรมใหม่ ที่ตอบโจทย์ปัญหาในหลายๆ มิติ ทำให้ออโธพีเซียสามารถคว้ารางวัล The Best SME Thailand Inno Awards 2019 รางวัลสูงสุดของการประกวดนวัตกรรมแห่งปี SME Thailand Inno Awards มาได้สำเร็จ วินิจบอกเราว่า นวัตกรรมสำคัญต่อการทำธุรกิจ และเขาเชื่อว่าเราทุกคนสามารถเป็นนวัตกรได้ แค่เปลี่ยนจากการทำอะไรแบบเดิมๆ มาคิดหาวิธีการใหม่ๆ ใช้เวลาสั้นลง ทำให้มันดีขึ้น ก็ถือเป็นนวัตกรรมได้แล้ว ซึ่งนวัตกรรมทำให้เราแข่งขันได้ในโลกธุรกิจ และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในโลกที่ท้าทายอย่างวันนี้
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​ฟังทายาทโรงงานรองเท้า 40 ปี บอกวิธีเปลี่ยนธุรกิจให้เก๋า ด้วยวัสดุผ้าจากเศษขยะธรรมชาติ

เมื่อ “นริศรา ธรรมสาธุ” ทายาทธุรกิจโรงงานรองเท้าได้มาเจอกับรุ่นพี่วัยเก๋าอย่าง “พลัฏฐ์ บุญพลอยเลิศ” นักสร้างสรรค์วัสดุผ้าจากเปลือกไม้ธรรมชาติ แบรนด์..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​“บะหมี่เลข 8” สร้างตำนานขายถูก ให้โลกจำ!

ถ้าพูดถึงชื่อ “บะหมี่เลข 8” เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็คงรู้ว่ากำลังพูดถึง “ฮะจิบัง ราเมน” เชนบะหมี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยนอกจากจะเข้ามาทำตลาดราเมนเป็นรายแรกๆ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​บุกโรงงาน “เอกา โกลบอล” ดูนวัตกรรมยืดอายุอาหาร อาวุธเด็ด SME ยุค New Normal

ไม่บ่อยนักที่ “เอกา โกลบอล” (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) รายใหญ่ของโลก เบอร์ 1 ในเอเชีย จะเปิดบ้านให้ผ..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020