เป็นลูกวัวต้องไม่กลัวเสือ! ทัศนคติที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นผู้ประกอบการสุดแกร่ง

by SME Thailand. 15 พย. 2019
Share:




Main Idea
 
  • เชื่อหรือไม่ว่า “ทัศนคติและมุมมอง” สามารถเปลี่ยนทุกสิ่งได้ แม้แต่การเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ
 
  • เช่นเดียวกับ “farmfactory” ร้านสลัดจานด่วนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเริ่มต้นจากคนไม่รู้ธุรกิจ และเจอกับอุปสรรคหนักๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยแนวคิด “เป็นลูกวัวต้องไม่กลัวเสือ”




     เชื่อว่าหลายคนคงไม่ชอบคำว่า “ปัญหา” ทั้งในชีวิตประจำวันหรือในธุรกิจก็ตาม แต่ถ้าเรามองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นคือ “โอกาส” ล่ะ


     จริงๆ แล้ว พวกเราทุกคนคงได้เจอะเจอกับเจ้าปัญหาอยู่ในทุกๆ วัน น้อยมากแตกต่างกันไป เราน่าจะชินและอยู่กับมันได้ แต่คนทั่วไปก็พยายามจะวิ่งหนีจากมัน ในทางกลับกัน ผมมองว่า “ปัญหายิ่งใหญ่เท่าไร โอกาสยิ่งมากเท่านั้น” ปัญหานั้นหากเราแก้ได้ ก็ตอบโจทย์ลูกค้าได้ เพราะคู่แข่งน้อย ไม่ค่อยมีใครอยากทำของยาก ทุกสิ่งจึงอยู่ที่ “ทัศนคติและมุมมอง” ที่เราจะมองหาโอกาส ช่องทาง และรูปแบบ ในเรื่องนั้นๆ เช่นเดียวกับผมและธุรกิจที่เติบโตมาจากปัญหาเช่นกัน
 




                เริ่มจากศูนย์ เติบโตจากปัญหา  


     ผมเริ่มธุรกิจจากศูนย์ สร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดยที่ไม่มีอะไรในมือเลย ผมเรียนจบ Programmer มาจึงไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจเลย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อตอนอายุ 25 ปี (ปัจจุบันผมอายุ 32 ปี) ตอนนั้นผมต้องกลับไปดูแลคุณแม่ที่ป่วย และคุณแม่ท่านเสียชีวิตลง โดยมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหาร แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพของผมเริ่มจากตรงนั้น ผมมานั่งวิเคราะห์ ศึกษาหาข้อมูล ภาพรวมตลาด เทรนด์ต่างๆ และคาดการณ์ความน่าจะเป็นในธุรกิจ จนมองเห็นว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ และจะเป็นเทรนด์ต่อในอนาคต ซึ่ง ณ เวลานั้น เทรนด์สุขภาพในบ้านเรายังไม่เด่นชัดมากเท่าในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ผมคิดจะทำในตอนนั้นมันใช้ทุนที่สูง จึงต้องทบทวนและเริ่มจากสิ่งที่เราเริ่มต้นได้เองก่อน และพิสูจน์ว่าเรารักและชอบอยู่กับสิ่งนั้นได้จริงๆ ไม่ได้แค่มุ่งหาผลกำไรสูงสุด ผมจึงเริ่มจากการเป็นเกษตรกร ลงมือปลูกผักปลอดสารพิษ ทำเล็กๆ ข้างบ้าน





     ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ธุรกิจเล็กๆ ของผมต้องผ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากมาย ตั้งแต่พ่อค้าคนกลางทิ้ง ต้องไปเร่ขายผักข้างทาง กระทั่งโดนไล่ที่ผมก็เจอมาหมดแล้ว
ผมมองว่าการโตจากปัญหา ก็เหมือนการเล่นเกมผ่านด่าน บอสจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ และปัญหาต่างๆ จะสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเราเสมอ
 

                เป็นลูกวัวต้องไม่กลัวเสือ


     ธุรกิจแรกที่ผมเริ่มทำคือ ฟาร์มผักสลัดปลอดสารพิษ The Secret Salad Farm ที่จังหวัดภูเก็ต จากปัญหาต่างๆ ที่ประสบมา ทำให้ผมต้องพลิกเกมและสร้างโอกาสที่มากกว่าที่เป็นอยู่ จากเดิมผมจับปลาแค่ในอ่าง แต่จากนี้ต้องพาตัวเองไปจับปลาในทะเลที่ใหญ่ขึ้น ผมจึงเริ่มจากเดินเข้าไปติดต่อแม็คโคร จังหวัดภูเก็ต แบบ ลูกวัว ไม่กลัวเสือ กับปริมาณผลผลิตที่ผลิตได้แค่สัปดาห์ละ 400 กิโลกรัม แต่แม็คโครต้องการผักสลัดถึงวันละ 400 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย และยังต้องเจอกับรูปแบบเงื่อนไขมาตรฐานต่างๆ อีกมากมาย ทั้งยังไม่อาจการันตีด้วยว่าผมจะได้รับเลือกเป็นคู่ค้าของเขาหรือไม่ เพราะต้องได้ตามเงื่อนไขเสียก่อนถึงจะรับพิจารณา





     ในวันนั้นผมตัดสินใจรับเงื่อนไขทั้งหมด และกลับมาสร้างขยายธุรกิจตามเงื่อนไขนั้น ในเงินทุนที่มีจำกัดจากการเก็บเล็กผสมน้อย แต่ยังคงได้มาตรฐานตามที่เขากำหนดไว้ ซึ่งการเปิดโอกาสทางธุรกิจจนได้เป็นคู่ค้ากับทางแม็คโครนั้นทำให้ธุรกิจของเราโตขึ้น ได้เรียนรู้มากขึ้น การได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทมหาชน และถือว่าเป็นผู้นำในตลาด ช่วยยกระดับธุรกิจเล็กๆ ของเราให้เติบโตขึ้นได้อีกมาก

 
                พลิกวิธีคิด สร้างกลยุทธ์ตลาดใหม่เพื่อไปต่อ


     เมื่อฐานการผลิตของเราเริ่มนิ่ง ผมก็ออกล่าฝันต่อคือการปลุกปั้น farmfactory ซึ่งเป็นธุรกิจปลายน้ำใน Concept : Healthy Fast Food ผมต้องการที่จะสร้าง Global Brand และทำตัวเองให้แตกต่างจากร้านอื่นในตลาด ซึ่งคำว่า farmfactory ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่ร้านขายสลัดเท่านั้น แต่เราต้องการสร้างความชัดเจนในช่วงเริ่มต้นเพื่อให้ลูกค้าจดจำเราได้ โดยคำว่า farm = สินค้าเกษตรต่างๆ ที่มาจาก ฟาร์ม สวน ไร่ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช เนื้อสัตว์ เป็นต้น ที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย เป็น Organic ส่วน factory = ไม่ได้แปลว่า โรงงาน แต่แปลว่า มากมาย





     ผมเริ่มจากดูภาพรวมของตลาด โอกาส มูลค่าตลาด ดูว่าคู่แข่งมีใครเป็นผู้เล่นในตลาดนี้บ้าง ส่วนแบ่งตลาดเท่าไร จากนั้นก็นำภาพต่างๆ มาวิเคราะห์ วางกลยุทธ์ แต่เราไม่ได้ทำตามรูปแบบที่เขาทำๆ กันอยู่ในตลาด ถ้ายึดตามวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดในตลาดและทำให้ดีกว่า กลยุทธ์ก็จะคล้ายแข่งขันกันแบบเดิมๆ เราจึงพลิกวิธีคิดมองมุมใหม่ สร้างกลยุทธ์ใหม่ในสายธุรกิจ Concept และสินค้าที่แตกต่าง เป็นปลาที่ “ใช่” สร้างจุดเด่นจุดยืนในตลาด สร้างคุณค่ามูลค่าในตัว Brand และสินค้า ลูกค้าสามารถรู้สึกได้มากกว่าเหตุและผลในเรื่องของราคา จึงเป็นการฉีกตัวเองออกจากการแข่งขันแบบเดิมๆ


     ปัจจุบัน farmfactory อายุ 3 ปี เรามี 7 สาขา และในปีนี้จะขยายไปอีก 3 สาขา โดยในปีหน้าตั้งเป้าว่าจะขยายอีก 5-10 สาขา และแตกไลน์เพื่อเสริมโมเดลธุรกิจเดิมให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถติดตามข่าวได้เร็วๆ นี้
               




     ทุกวันนี้ผมยังทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วที่คอยเรียนรู้และเติมน้ำใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ผมเชื่อว่าในการทำธุรกิจทีมนั้นสำคัญมาก เพราะเราเก่งคนเดียวก็จะได้แค่ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าธุรกิจคิดจะใหญ่เราต้องสร้างทีม ซึ่งการจะเป็นทีมที่เข้มแข็งได้นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากทัศนคติและมุมมอง นั่นคือสิ่งที่ผมต้องถ่ายทอดให้พนักงานของผม
 
 

เกี่ยวกับผู้เขียน

     บุญชะนะ เอกวานิช ผู้ประกอบการนักสร้างความต่าง ผู้ก่อตั้ง farmfactory ร้านขายสลัดรูปแบบทันสมัยที่นำสุขภาพดีมาเสิร์ฟด่วนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ จนสามารถขยายมาถึง 7 สาขาในเวลาเพียง 3 ปี เขาเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก และทุกวิกฤตสามารถสร้างโอกาสได้เสมอ ด้วยทัศนคติและมุมมองที่ดี
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​“บะหมี่เลข 8” สร้างตำนานขายถูก ให้โลกจำ!

ถ้าพูดถึงชื่อ “บะหมี่เลข 8” เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็คงรู้ว่ากำลังพูดถึง “ฮะจิบัง ราเมน” เชนบะหมี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยนอกจากจะเข้ามาทำตลาดราเมนเป็นรายแรกๆ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​บุกโรงงาน “เอกา โกลบอล” ดูนวัตกรรมยืดอายุอาหาร อาวุธเด็ด SME ยุค New Normal

ไม่บ่อยนักที่ “เอกา โกลบอล” (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) รายใหญ่ของโลก เบอร์ 1 ในเอเชีย จะเปิดบ้านให้ผ..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​สวยแบบมีสติ! “Projekt Glitter” กากเพชรจากพืช ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

ความสวยความงามเป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะกับสาวๆ ทั้งหลายที่ชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่รู้ไหมว่าเครื่องสำอางหลายชนิด แม้เป็นเพียงชิ..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020