ตัวท็อปแห่งยุค! รู้จัก 5 สุดยอดผู้นำที่เข้ามาเปลี่ยนโลกได้อย่างน่าทึ่ง

by SME Thailand. 21 พย. 2019
Share:



Main Idea
 
  • การเป็นนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการนั้นอาจไม่ใช่เรื่องยากเกินไปหากคุณมีความมุ่งมั่นพอ แต่การจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเปลี่ยนโลกได้รวมถึงสามารถเอาชนะใจคนในองค์กรให้พร้อมเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
 
  • บนโลกใบนี้ผู้นำก็มีหลายแบบหลายสไตล์ บุคลิก วิธีคิด การทำงานก็ต่างกันไป แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันนั่นคือความมุ่งมั่นและรู้จริงในเรื่องที่กำลังทำ ไม่มีใครเลยที่อยู่สบาย ทำงานสบายแล้วประสบความสำเร็จได้ แต่ความสำเร็จต้องเกิดจากการลงมือทำทั้งสิ้น และนี่คือ 5 ผู้นำแห่งยุคที่ควรค่าแก่การเรียนรู้แนวคิดของพวกเขา!



         การเป็นนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการนั้นอาจไม่ใช่เรื่องยากเกินไปหากคุณมีความมุ่งมั่นมากพอ แต่การจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเปลี่ยนโลกได้รวมถึงสามารถเอาชนะใจคนในองค์กรให้พร้อมเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งกว่าที่ใครสักคนหนึ่งจะสามารถกลายเป็นผู้นำที่ดีได้ ต้องผ่านกระบวนการฝึกฝน เต็มเปี่ยมด้วยประสบการณ์ชีวิตและการทำงานที่โชกโชน มีทักษะหลายอย่างผสมผสานกับความยืดหยุ่น รับฟังและเข้าใจลูกน้อง สำคัญเหนือสิ่งใดคือ Mindset หรือตรรกกะความคิดที่ล้ำยุค กล้าเปลี่ยนแปลง มองอนาคตไกลกว่าคนอื่น และนี่คือ 5 ผู้นำแห่งยุคที่ควรค่าแก่การเรียนรู้แนวคิดของพวกเขา!
 


 
  • Tim Cook

     หลังจากผู้ก่อตั้ง Apple อย่าง  Steve Jobs ได้หมดลมหายใจในปี 2011 Tim Cook คือชายคนต่อไปที่ก้าวเข้ามาคุมหัวเรือใหญ่ของ Apple บริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘The most valuable company in the world’ โดย Cook เข้ามาช่วยนำทางให้ Apple หลังจากยุคของ Jobes โดยตัวเขาเองต้องแบกรับความคาดหวัง ความกดดันจากทุกฝ่ายที่จับตามองว่าเขาจะทำได้ไม่ดีเท่า Jobes หรือเปล่า แต่ Cook เองก็ได้พิสูจน์ผ่านผลงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เปิดร้านค้าปลีกของ Apple ในจีน โดยเขายังเป็นคนกล้าเสี่ยงและพร้อมจะเปลี่ยนเพื่อพาองค์กรไปในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น เปลี่ยนหน้าจอไอโฟนให้ใหญ่กว่า 3.5 นิ้ว หรือผลิตไอแพดขนาดเล็ก สิ่งเหล่านี้ทำให้ Apple ยังเป็นองค์กรที่โตอย่างต่อเนื่อง
 



 
  • Sheryl Sandberg
     ผู้นำหญิงสุดแกร่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Facebookโดยเธอดำรงตำแหน่งเป็น Chief Operating Officer มาตั้งแต่ปี 2008 โดยก่อนที่จะเธอก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้บริหารของ Facebook มีผู้ใช้บริการโซเชียลมีเดียดังกล่าวอยู่ราวๆ 70 ล้านคนและมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่หลังจากที่เธอเข้ามา Facebook มีผู้ใช้งานขยับไปอยู่ที่ 1 พันล้านคนและมีรายได้แตะหลักพันล้านเหรียญสหรัฐ ความเก่งของเธออยู่ที่แนวคิดและสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุดนั่นคือเรื่องของความเป็นผู้หญิง ทัศนคติของผู้หญิงต่อการทำงานนั้นสำคัญมาก ผู้หญิงเองมีภาระหน้าที่ที่ต้องดูแลลูก ครอบครัวและบางครั้งผู้หญิงหลายคนก็รู้สึกผิดจนบางครั้งยอมทิ้งหน้าที่การงานเพื่อไปดูแลครอบครัว แต่ความจริงแล้วผู้หญิงเองสามารถก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำได้ในขณะที่ยังดูแลลูกและครอบครัวได้ดีเช่นกัน เมื่อเธอให้ความสำคัญและผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังจึงทำให้เธอกลายเป็นไอคอนของผู้ประกอบการหญิงในปัจจุบัน




 
  • Bob Iger

      หาก Steve Jobs คือชายผู้ทรงอิทธิพลของวงการเทคโนโลยี Bob Iger ก็คือพระเอกขี่ม้าขาวแห่งวงการฮอลลีวูด แต่เดิม Iger ทำงานเป็นผู้บริหารในบริษัท ABC ซึ่งเป็นช่องโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกาและเขาก็เติบโตจนกลายเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดในปี 1994 หลังจากนั้นในปี 2005 ABC ได้ถูกซื้อกิจการโดย Disney Corporation จนในที่สุด Iger ก็กลายเป็นผู้บริหารของวอลต์ ดิสนีย์ไปโดยปริยาย สำหรับสิ่งที่ Iger ทำนั่นคือการพาวอลต์ ดิสนีย์ไปในทิศทางที่โตขึ้น อาทิ การซื้อ Pixar การเจรจาซื้อ Marvel Entertainment ไปจนถึงการซื้อ 21st century fox แถมล่าสุดยังจะมี Streaming Service ของตัวเอง โดยมีหนังลิขสิทธิ์ที่น่าสนใจมากมายตั้งแต่ Pixar,  Marvel, Starwars เป็นต้น
 



 
  • Reed Hastings

       Reed Hastings คือผู้ก่อตั้ง Video Streaming ที่กำลังมาแรงเป็นอันดับ 1 อยู่ในขณะนี้กับ Netflix โดย Netflix คือบริษัที่เคยติดอยู่ใน 1 ใน 50 Most Innovative Companies และยังมีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิกระดับร้อยล้านคนทั่วโลกและ Hastings คือชายผู้มองโลกกว้างไกลและเปลี่ยนวิธีการดูหนังไปอย่างสิ้นเชิงสำหรับใครหลายคน ซึ่งตัวเขาเองกล้าทำในสิ่งที่เสี่ยงมาก เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน ในแรกเริ่มเดิมทีเขาใช้โมเดลการเช่าแผ่นหนังออนไลน์จนได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นโมเดลอย่างในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังกล้าทุ่มทุนกับเทคโนโลยีเพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีและเสถียรที่สุด ความสำเร็จของ Netflix จึงเริ่มต้นมาจากความกล้าของผู้นำอย่าง Reed Hastings
 


 
  • Elon Musk

     ภาพลักษณ์ของ Elon Musk คือชายที่ค่อนข้างโผงผาง ดูกล้าและบ้าบิ่นไปกับทุกสิ่งและนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่สามารถสร้างองค์กรระดับโลกได้ หลายคนมักจะเปรียบเปรยว่า Musk คือ Tony Stark ในชีวิตจริง เขามักจะใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดูล้ำหน้ากว่าชาวบ้านบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็น SpaceX ,Tesla Motors เป็นต้น แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ Musk ทำนั่นคือการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้คนจริงๆ เขามักจะมองเห็นถึงปัญหาที่คนส่วนใหญ่ต้องเจอแล้วใช้เทคโนโลยีมาสร้างบางสิ่งบางอย่างที่จะช่วยแก้ปัญหานั้นๆ นอกจากนี้เขายังมักทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกว่า ‘บ้า’ แต่เพราะลูกบ้าของเขานี่แหละ บนโลกใบนี้ถึงได้มีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้ว้าวกันตลอดเวลา!
 
               
      แน่นอนว่าบนโลกใบนี้ผู้นำก็มีหลายแบบหลายสไตล์ บุคลิก วิธีคิด การทำงานก็ต่างกันไป แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือความมุ่งมั่นและรู้จริงในเรื่องที่พวกเขากำลังทำ ไม่มีใครเลยที่อยู่สบาย ทำงานสบายแล้วประสบความสำเร็จได้ แต่ความสำเร็จต้องเกิดจากการลงมือทำทั้งสิ้น ไม่แน่ว่าในอนาคต คุณเองก็อาจจะกลายเป็นผู้นำตัวท็อปกับเขาได้เหมือนกัน
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​“DOU” น้ำเต้าหู้-ปาท่องโก๋ติดแบรนด์ ไอเดียทายาทรุ่นใหม่อัพแวลูเมนูข้างทาง สร้างยอดขายปังข้ามจังหวัด

เคยคิดไหมว่าอยู่ดีๆ วันหนึ่งน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋อาหารเช้าที่เราคุ้นเคยกันดีนี้จะสร้างแบรนด์ขึ้นมาเปลี่ยนภาพจากน้ำเต้าหู้รถเข็นที่เคยเห็นยกระดับเป็นร..

by SME Thailand.| 23 เมย. 2021

​เจาะกลยุทธ์ “ผ้าน่านบุรี” ร้านผ้าไทยที่ขายดีเพราะไลฟ์สด เคยขายผ้าได้วันละกว่า 600 ตัว

วันนี้ถ้าบอกว่ามีคนไลฟ์ขายเสื้อผ้าได้วันละเป็นพันตัวคงเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อน ในยุคที่เฟซบุ๊กเพิ่งเริ่มมีฟังก์ชันไลฟ์ (Live) ร้านข..

by SME Thailand.| 22 เมย. 2021

​แรงเกินต้าน “เบาะนอนทารกป้องกันเด็กไหลตาย" นวัตกรรมเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย แค่เปิดตัวออร์เดอร์จองเป็นร้อยชิ้น

จากการต้องเตรียมตัวเป็นคุณแม่ของ วรพร มุสิกบุตร (โจ) และวรฤดี มุสิกบุตร (โจ้) สองพี่น้องฝาแฝดที่บังเอิญตั้งครรภ์พร้อมๆ กัน จนเกิดเป็นนวัตกรรมเบาะนอน..

by SME Thailand.| 21 เมย. 2021