พลิกวิกฤต! Dee Catering ต่อยอดบริษัทจัดเลี้ยงสู่ ‘แสนดี’ เสิร์ฟรสชาติในตำนานถึงบ้านคุณ

by SME Thailand. 03 เมย. 2020
Share:
TEXT : ยุวดี ศรีภุมมา 
 


 
 
Main Idea
 
  • ปัจจุบัน หลายธุรกิจกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และหนึ่งในธุรกิจที่ต้องหยุดชั่วคราวนั่นคือ ธุรกิจรับจัดเลี้ยงหรือว่า Catering 
 
  • Dee Catering คือธุรกิจรับจัดเลี้ยงที่ดำเนินมายาวนานกว่า 14 ปี ก็ต้องชะงักเช่นเดียวกัน แต่ในวิกฤตยังมีโอกาส จึงได้ต่อยอดสู่ร้านแสนดี ร้านอาหารไทยออนไลน์ที่จะเสิร์ฟรสชาติในตำนานอร่อยๆ สู่หน้าบ้านคุณ 

___________________________________________________________________________________________
 
 

     “ยากมาก ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก” ... คำบอกเล่าถึงวิกฤตปัจจุบันของผู้ก่อตั้งธุรกิจรับจัดเลี้ยงที่ส่งความสุขถึงมือลูกค้ามายาวนานกว่า 14 ปี ‘ทิพย์ดา จันทจรูญพงษ์’ เจ้าของ Dee Catering ธุรกิจรับจัดเลี้ยงสไตล์ไทยที่เก๋ไก๋และไม่โบราณ 




     กว่า 14 ปีที่ผ่านมา Dee Catering ได้ผ่านร้อน ผ่านหนาว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในด้านงานจัดเลี้ยงจนเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและคู่คิดสำหรับลูกค้าที่ต้องการจัดงานต่างๆ แต่ก็ไม่มีศึกไหนที่จะหนักหนาเท่าวิกฤต Covid – 19 ที่กระทบกับธุรกิจมากมายไม่เพียงแค่ธุรกิจรับจัดเลี้ยงเท่านั้น 


     ช่วงเวลาที่ทุกคนต้องตั้งรับศึกครั้งนี้ ทางด้าน Dee Catering เองได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ที่เป็นแสงสว่างท่ามกลางวิกฤตด้วยการหยิบเอาธุรกิจดั้งเดิมที่เคยทำมาเมื่อ 14 ปีที่แล้ว มาปัดฝุ่น ปรุงโฉมเสียใหม่ จนกลายเป็น ‘แสนดี’ ร้านอาหารออนไลน์ที่จะเสิร์ฟรสชาติในตำนานถึงบ้านคุณผ่านบริการเดลิเวอรี 




     โดยจุดกำเนิดของ Dee Catering มาจากทีมจัดเลี้ยงเล็กๆ ของร้านอาหารดีพร้อม บางแสน ซึ่งเป็นธุรกิจที่บ้านสามีของทิพย์ดา จนต่อยอดกลายเป็น Dee Catering จวบจนปัจจุบัน ซึ่งเธอได้นำเมนูอร่อยในตำนานทั้งจากร้านดีพร้อมและ Dee Catering ที่ลูกค้าถามหาอยู่บ่อยๆ มาส่งความอร่อยผ่านร้านแสนดีบนโลกออนไลน์ 


     “เท้าความก่อนว่า นานมาแล้ว เรามีร้านอาหารเป็นการทดลองของเราชื่อว่าร้านแสนดี ตั้งอยู่ที่อารีย์ ด้วยความโชคร้าย เจ้าของที่ได้ขายที่ไปทำเป็นคอนโดฯ หลังจากนั้นเราเลยกลับมาโฟกัสแค่ Catering แต่เราก็มีการสังเกตคนและธุรกิจเรื่อยๆ ว่าตลาดเดลิเวอรีกำลังโตขึ้น แล้วเวลาเรารับจัดงานก็จะมีคำถามตลอดว่าอาหารอร่อย ทำไมไม่เปิดร้าน เราก็มองหาโอกาสมาตลอดเพราะถ้าไม่พร้อม เราก็ยังไม่อยากทำ ในอีกมุมหนึ่งคือการที่เรามีร้านจะเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น คิดอยู่นานว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ดี เราเลยมีแพลนว่าจะนำแสนดีมาปัดฝุ่น เริ่มตั้งแต่มีปัญหาไวรัส Coivd-19 ปลายเดือนมกราคม เลยคิดว่าน่าจะเริ่มลองดู แพลนว่าจะเริ่มปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่าตรงกับช่วงเวลาที่มีนโยบายเริ่มปิดนู่นปิดนี่พอดี เรียกว่าปิดเร็วกว่าแค่วันสองวันเท่านั้นเอง” ทิพย์ดาเล่าถึงเรื่องราวก่อนจะมาเป็นแสนดีเดลิเวอรี  




     จากผลกระทบของไวรัส Covid-19 ก็ทำให้ธุรกิจรับจัดเลี้ยงต้องหยุดชั่วคราวเนื่องจากมีนโยบาย Social Distancing รวมทั้งลูกค้าหลายคนก็เลื่อนงานต่างๆ ออกไปก่อนในช่วงเวลานี้ 


     “ช่วงแรกก็มีผลบ้าง ปริมาณงานลดน้อยลง แล้วก็จะเป็นไปตามแต่ละระลอก เช่น วันที่คนเริ่มเสียชีวิต ช่วงแรกก็ยังมีการคุยงานเรื่องจัดงาน พอคนเริ่มเสียชีวิตเยอะขึ้นหรือมีการระบาดเยอะขึ้น ก็ชะลอลงไปเรื่อยๆ ณ ตอนนี้ มุมของเราเองก็ไม่สนับสนุนให้ลูกค้าจัดงานเลี้ยง เพราะแคทเทอริ่งเองก็ต้องมีการรวมตัวกันเป็นหลักสิบคน สุ่มเสี่ยงให้มีการกระจายเชื้อง่าย เราเองก็อยากมีรายได้แต่ถ้าคนมารวมกันแล้วติดเชื้อคงไม่ใช่เรื่องดีนัก ช่วงนี้งาน Catering  เรียกได้ว่าหยุดไปเลยตั้งแต่เริ่มมีนโยบาย Social Distancing” เธอกล่าวถึงผลกระทบของวิกฤตไวรัสต่อธุรกิจรับจัดเลี้ยง 





     สำหรับแสนดีเดลิเวอรีคือธุรกิจน้องใหม่ที่ถูกนำมาปัดฝุ่น โดยทิพย์ดามองว่าเป็นโอกาสที่ดีในขณะนี้ที่จะเริ่มต้นธุรกิจเดลิเวอรีอีกทั้งยังมองโอกาสในอนาคตที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย 


     “แสนดีต้องบอกว่ายังใหม่มาก อายุประมาณอาทิตย์กว่าๆ โดยรูปแบบที่ถูกวางไว้คือเป็นร้านอาหารออนไลน์ที่รวมอาหารเด็ดของร้านดีพร้อมบางแสนและเมนูของ Dee Catering เข้าด้วยกันเพื่อส่งให้ลูกค้า หลายครั้งที่ลูกค้าจัดงานกับเราแล้วมีบางเมนูที่ชอบมากก็จะบ่นว่า ต้องจัดงานเลี้ยงเท่านั้นใช่ไหมถึงจะได้กิน สำหรับเมนูชุดแรกของแสนดีเราจะนำเมนู Signature ของดีพร้อมมาลงก่อนและกำลังทยอยเพิ่มเมนูไฮไลท์ของ Dee Catering เราคิดว่าจะทำให้ลูกค้าหลักของ Dee Catering กับลูกค้าดีพร้อม บางแสนที่ฐานอยู่ในกรุงเทพฯ มีโอกาสเข้าถึงเราได้ง่ายขึ้น เพราะคนยุคนี้ อยากกินต้องได้กิน อีกมุมหนึ่งคือการได้นำอาหารที่อร่อยๆ ให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่เคยเป็นลูกค้าของเรามาก่อน ในระยะยาวมองว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะจะทำให้วันหนึ่งที่เขาอยากจัดงานเลี้ยง เขาจะนึกถึงเราเพราะมั่นใจในรสชาติและความคุ้นเคยที่ได้ทานอยู่แล้ว” เธอเล่าถึงโอกาสของการทำแสนดีเดลิเวอรี  




     ปัจจุบัน ทีมงานของ Dee Catering ก็มีการขยับบางส่วนมาทำงานในส่วนของแสนดีเดลิเวอรี รวมถึงปรับครัวกลางของ Dee Catering ให้กลายเป็นที่ตั้งของแสนดีเดลิเวอรีในการกระจายเมนูความอร่อยสู่มือลูกค้า 


     “ส่วนหนึ่งก็มีทีมมาทำเดลิเวอรี เรียนรู้งานตรงนี้เพิ่ม คิดเมนูใหม่ๆ ปรับปรุงระบบการทำงาน อะไรที่ช่วงยุ่งๆ เราไม่มีเวลาทำก็เตรียมให้พร้อม อย่างแต่ละทีมของ Catering ก็พยายามให้เขาทำ เช่น ทีม Planner ให้เตรียมข้อมูล วิธีการนำเสนอที่จะอำนวยความสะดวกลูกค้าในอนาคต หรือทีมครัวก็ปรับสูตรใหม่ๆ คิดเมนูให้ตอบโจทย์งานมากขึ้น เพราะสุดท้ายวิกฤตจะต้องหมดไป ตอนนี้อยู่ที่ว่าเราจะใช้เวลาว่างที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากน้อยขนาดไหน”





     ผู้ประกอบการทุกคนที่กำลังเจอศึกโควิด-19 เล่นงานเข้าอย่างจัง บางคนอาจเกิดอาการท้อถอย หมดกำลังใจ มองไปทางไหนก็มืดมน ทางด้านของทิพย์ดาได้มองมุมกลับว่า ช่วงเวลานี้อาจเป็นเวลาทองในการพัฒนาตัวเองเพื่อจะได้เติบโตอย่างสตรองในอนาคต 


     “จริงๆ เรียกว่าเป็นเวลาทองเลยในการพัฒนาตัวเอง เหมือนเราถอยหลังเพื่อที่จะก้าวกระโดดในอนาคต ถามว่ายากไหม ยากมากจริงๆ เราผ่านหลายวิกฤตการณ์ น้ำท่วม กีฬาสีเสื้อต่างๆ ไม่มีอันไหนจะหนักหนาสาหัสเท่าศึกครั้งนี้ ยากมาก เรียกว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ถามว่าท้อไหม ใช้คำว่าเหนื่อยกว่าปกติดีกว่า แต่ว่าเราไม่เคยคิดจะท้อ เพราะเราต้องรับผิดชอบคนอีกเยอะมาก ปัญหามันคือปัญหา มีแล้วต้องแก้ไป แต่ถ้าไปจมกับมันแล้วไม่ทำอะไร อันนี้คือปัญหาจริงๆ แล้ว ในส่วนของ Covid-19 ก็ระบาดไป เราคงไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ แต่ส่วนงานที่ต้องดำเนินไป เราก็แก้ไขไปทีละเปราะในส่วนที่เราแก้ไขได้ พยายามมองวิกฤตให้เป็นโอกาส” ทิพย์ดาพูดถึงความยากในสถานการณ์ปัจจุบัน 


     โดยเธอได้ปิดท้ายถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจตามแบบฉบับของเธอเองว่าการประคองธุรกิจให้รอดและฝ่าฝันทุกปัญหาที่เจอได้ต้องเริ่มจากความรักในหัวใจ 


     “การทำธุรกิจ สำคัญต้องมาจากหัวใจที่เรามีให้กับธุรกิจของเรา ไม่ว่าจะทำงานอะไร ธุรกิจอะไร ต้องเจอปัญหาหลายรูปแบบ ถ้าเราไม่สนุก ไม่เห็นคุณค่า ไม่รักในธุรกิจที่ทำ สิ่งที่เข้ามาในชีวิตและปัญหาต่างๆ เราจะเรียกมันว่าปัญหาและเราจะรู้สึกท้อถอย แต่ถ้าเราสนุก รักที่จะได้เห็นธุรกิจเติบโตไปเรื่อยๆ เวลามีอะไรเข้ามาเราจะมองว่าเป็นบททดสอบที่ต้องแก้ไขและต้องผ่านไปให้ได้ เหมือนเป็นลูกของเรา ถ้าคนเป็นพ่อแม่จะเข้าใจได้ว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร เราก็พร้อมจะซัพพอร์ตให้ลูกของเราไปได้เสมอ นี่แหละจะทำให้ธุรกิจเราไปต่อได้” เธอปิดท้ายด้วยหัวใจของการทำธุรกิจ 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ฟังทายาทโรงงานรองเท้า 40 ปี บอกวิธีเปลี่ยนธุรกิจให้เก๋า ด้วยวัสดุผ้าจากเศษขยะธรรมชาติ

เมื่อ “นริศรา ธรรมสาธุ” ทายาทธุรกิจโรงงานรองเท้าได้มาเจอกับรุ่นพี่วัยเก๋าอย่าง “พลัฏฐ์ บุญพลอยเลิศ” นักสร้างสรรค์วัสดุผ้าจากเปลือกไม้ธรรมชาติ แบรนด์..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​“บะหมี่เลข 8” สร้างตำนานขายถูก ให้โลกจำ!

ถ้าพูดถึงชื่อ “บะหมี่เลข 8” เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็คงรู้ว่ากำลังพูดถึง “ฮะจิบัง ราเมน” เชนบะหมี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยนอกจากจะเข้ามาทำตลาดราเมนเป็นรายแรกๆ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​บุกโรงงาน “เอกา โกลบอล” ดูนวัตกรรมยืดอายุอาหาร อาวุธเด็ด SME ยุค New Normal

ไม่บ่อยนักที่ “เอกา โกลบอล” (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) รายใหญ่ของโลก เบอร์ 1 ในเอเชีย จะเปิดบ้านให้ผ..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020