อดีตเด็ก MIT เปิดโรงแรมช่วงโควิด พลิกสู่ Food Delivery เจ้าแรกในอัมพวา

by SME Thailand. 21 พค. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
  • เมื่อวิศวกรหนุ่มอดีตนักศึกษา MIT สหรัฐอเมริกา กลับมาสานต่อกิจการรีสอร์ทของครอบครัว ที่อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เกมธุรกิจบทใหม่จึงเริ่มขึ้น ด้วยการแจ้งเกิดโรงแรมน้องใหม่ “ริเวอร์ตัน อัมพวา” หวังเจาะตลาดสัมมนาที่สามารถรองรับได้ถึง 600 คน
 
  • แม้จะเตรียมการมาอย่างดีตลอด 5 ปี แต่ในวันที่ต้องเปิดโรงแรมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลับต้องเจอกับสถานการณ์วิกฤตไวรัสโควิด-19 ล้มพับฝันหวานตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดให้บริการ
 
  • ในเวลาไม่นานหลังตั้งสติได้ เขาสามารถแก้เกม พลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยเปิดตัว “ริเวอร์ตัน Delivery” ขึ้น ซึ่งเป็น Food Delivery จากโรงแรมส่งตรงถึงบ้าน ด้วยบริการระดับโรงแรม เป็นเจ้าแรกของอัมพวา




      กว่าที่ธุรกิจหนึ่ง หรือความฝันของคนๆ หนึ่ง จะก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาได้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนรอคอยวันเปิดกิจการและหวังจะให้เป็นวันเริ่มต้นที่ดี มีอนาคตที่สดใสรออยู่ในวันข้างหน้า


      แต่ถ้าวันเปิดตัวดันมาพร้อมกับวิกฤตครั้งใหญ่ล่ะ? คุณจะตั้งรับมันแบบไหน





      นี่คือเรื่องราวของทายาทธุรกิจคนหนึ่งที่ชื่อ “ชินรัตน์ พงศ์พรรณากูล" คนหนุ่มที่อยู่เมืองนอกมาตั้งแต่อายุ 14 ปี เรียนจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธา ที่ University of Auckland นิวซีแลนด์ ก่อนไปต่อที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา หรือ MIT (Massachusetts Institute of Technology) สถาบันที่มีชื่อเสียงของโลก


       เขากลับมาเมืองไทยเพื่อสานต่อกิจการรีสอร์ทของครอบครัว ชื่อ “กนกรัตน์ รีสอร์ท”  ในอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ก่อนมีความฝันอยากทำธุรกิจของตัวเอง จึงได้คิด วางแผน และริเริ่มก่อสร้างโรงแรมน้องใหม่ชื่อ “ริเวอร์ตัน อัมพวา” (Riverton Amphawa)  ขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน โดยเป็นคนที่ดูแลเรื่องการออกแบบโรงแรมด้วยตัวเอง และมุ่งไปที่ตลาดงานสัมมนาเป็นหลัก ด้วยห้องสัมมนาขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึงประมาณ 600 คน ซึ่งใหญ่ที่สุดในอัมพวา ณ ปัจจุบัน และมีจำนวนห้องพักที่รองรับได้ถึงประมาณ 200 คน





      ริเวอร์ตัน อัมพวา ใช้เวลาก่อสร้างอยู่หลายปี ก่อนทดลองให้บริการห้องสัมมนาเมื่อ 1-2 ปีก่อน จนมา 1 มีนาคม 2563 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการ โดยมียอดจองคึกคักชนิดเต็มยาวตลอดทั้งเดือน เฉพาะห้องสัมมนามีถึง 14-15 งาน ภายในเดือนเดียว


      แต่ทว่าภาพหวานนั้นก็ต้องดับสลายลง เมื่ออีกไม่กี่วันต่อมาวิกฤตโควิด-19 ก็ทวีความรุนแรงขึ้น ตามมาด้วยมาตรการในการรับมือ ตลอดจนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัส กระทบต่อธุรกิจโรงแรมที่พักอย่างเลี่ยงไม่ได้





      นาทีนั้นหลายคนอาจกำลังจมอยู่กับวิกฤตจนมองไม่เห็นทางออก บางคนอาจเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ยอมรับชะตากรรม แต่กับชินรัตน์ เขาเลือกที่จะพลิกกลยุทธ์ให้เป็นโอกาส โดยมองต้นทุนรอบตัวและศักยภาพที่พอมี เพื่อแก้เกมในครั้งนี้


       และนั่นคือที่มาของ “ริเวอร์ตัน Delivery” ซึ่งเป็น Food Delivery จากโรงแรมส่งตรงความอร่อยถึงบ้าน บริการโดยพนักงานโรงแรม เจ้าแรกในอัมพวา





      การที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน หรือสถานที่ทำงาน ลดการออกมาสัมผัสเชื้อข้างนอก ส่งผลให้ชาวอัมพวาที่ก่อนหน้านี้ยังใช้บริการของ Food Delivery ไม่มากนัก กลับมาใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ ริเวอร์ตัน Delivery เปิดตัว จึงได้รับการตอบรับที่ดีตามมา


      โดยวิธีคิดของพวกเขาไม่ได้เน้นทำอาหารที่เลิศหรูอลังการหรือทานยาก แต่กลับคิดบนพื้นฐานที่เรียบง่าย คือขายอาหารที่คนจะทานได้บ่อยๆ ในราคาไม่แพง กินได้ทุกวัน เพื่อให้ตลอดเดือนแห่งการกักตัว พวกเขาจะยังมีลูกค้าที่สนับสนุนต่อเนื่อง


      ริเวอร์ตัน Delivery ไม่ได้ผูกกับ Food Delivery เจ้าใด แต่พวกเขาเลือกทำระบบนี้ขึ้นมาเอง โดยเอาพนักงานโรงแรมทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 35 ชีวิต มาให้บริการ ทั้งเป็นฝ่ายขาย คนรับออเดอร์ คนทำอาหาร กระทั่งพนักงานจัดส่งก็เป็นคนของโรงแรมทั้งสิ้น





      จึงสามารถควบคุมคุณภาพของอาหารตั้งแต่เดินทางออกจากโรงแรม และยังควบคุมบริการในแบบฉบับพนักงานโรงแรม ทั้งการไหว้ ทักทาย และขอบคุณ ไปจนถึงมือลูกค้าอีกด้วย


      วันที่เริ่มทำอาจคิดเป็นเจ้าแรก แต่วันนี้หลายๆ โรงแรมก็ลุกมาทำ Food Delivery กันทั้งนั้น แต่พวกเขาก็ยังมีแต้มต่อที่สำคัญอยู่ นั่นคือเรื่องของ “โลเคชั่น”


      ด้วยพิกัดของริเวอร์ตัน อัมพวา ที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง ทำให้ได้เปรียบเรื่องการขนส่ง โดยพวกเขาสามารถจัดส่งอาหารได้เร็ว ประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุนในการขนส่ง พนักงานสามารถทำรอบได้มากขึ้น และนี่คือแต้มต่อของพวกเขา  





      ริเวอร์ตัน Delivery มีกลุ่มลูกค้าหลักคือข้าราชการในพื้นที่ประมาณ50-60 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งเปิดร้านทำกิจการ และใช้บริการสั่งอาหารมาทาน  เขาบอกว่าการขายอาหารก็เหมือนกับการประชาสัมพันธ์ตัวเอง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าแค่ภาพและเสียงในสื่อโซเชียลมีเดียด้วยซ้ำ เพราะคนได้สัมผัส และรู้จักโรงแรมน้องใหม่อย่างพวกเขาได้มากขึ้น โดยหวังว่าหลังไวรัสผ่านพ้น อย่างน้อยๆ คนในจังหวัดก็อาจจะกลับมาเป็นลูกค้าของโรงแรม ไม่ว่าจะกลุ่มงานสัมมนา หรืองานแต่ง งานเลี้ยงในพื้นที่ก็ตาม


      ความคิดที่เฉียบคม บวกความพร้อมในการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ทำให้ ริเวอร์ตัน อัมพวา ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ผ่านโครงการสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตเช่นนี้ด้วย


       กลยุทธ์ธุรกิจจะเปลี่ยนไปไหมในยุคหลังไวรัส ชินรัตน์ บอกเราว่า เขาไม่เชื่อว่า New Normal จะมีอยู่จริง ไม่เชื่อว่าพฤติกรรมของลูกค้าจะเปลี่ยนได้ในเวลาเพียง 3 เดือน แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คนจะไม่ผูกติดชีวิตอยู่แต่กับออนไลน์เหมือนช่วงกักตัว  แต่ยังต้องการประสบการณ์ในการเดินทาง ไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปทานอาหารดีๆ ที่ร้าน นั่นจึงทำให้ Food Delivery จะกลายเป็นเพียงตัวเสริมของธุรกิจที่เพิ่มทางเลือกให้กับผู้คน แต่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของพวกเขาในอนาคต





       แต่หมากรุกต้องเปลี่ยน โดยจากโรงแรมที่เคยคิดจะรับตลาดสัมมนาเป็นหลัก ก็จะมามุ่งเพิ่มสัดส่วนผู้เข้าพักให้มากขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ขายซีฟู้ดบวกห้องพัก เปลี่ยนภาพคนมาอัมพวาที่มีแต่ตลาดน้ำและเดินชมสวน มาเป็นกินซีฟู้ดรสเด็ด ในราคาแพงไม่แพง สร้างความแตกต่างให้กับโรงแรมน้องใหม่อย่างพวกเขา


      คนอื่นอาจมองว่า โควิด-19 เป็นวิกฤต เป็นความโชคร้ายที่ไม่อยากพบเจอ แต่สำหรับชินรัตน์เขากลับมองว่านี่เป็นเหมือนของขวัญ และโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากๆ ในชีวิต  


      “ผมมองว่าโควิดเป็นเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ทำให้ผมเห็นโอกาสในหลายๆ เรื่อง กลายเป็นว่าผมทำงานได้เต็มที่ 40 วัน ไม่หยุด ตื่นขึ้นมาคิดกลยุทธ์ใหม่ทุกวัน กลายเป็นทำธุรกิจใหม่ได้ภายใน 40 วัน จากไม่เคยทำ Food Delivery เราทำรูป ทำการตลาด เซ็ตระบบ และทำออเดอร์ได้ภายในวันเดียว มันสอนให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้ว เราไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ซึ่งสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้มันมีมูลค่ามากกว่าการทำกำไร 2 เดือนนี้ด้วยซ้ำ ซึ่งหากเราทำให้ทีมงานปรับเปลี่ยนไปกับเราได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนได้ดีขึ้น ในอีก 30 ปีข้างหน้า ผมจะมีมากกว่าตอนนี้”
 




      Did you know


      “ชินรัตน์ พงศ์พรรณากูล" ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 14 ปี เขาเรียนรู้การเอาตัวรอดในต่างแดน การใช้ชีวิตตัวคนเดียว พยายามเอาชนะอุปสรรคทางด้านภาษาและการเรียน ตั้งใจและต่อสู้ จนสามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธา ที่ University of Auckland นิวซีแลนด์  มาได้ ก่อนจะมีโอกาสเข้าเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียงของโลกอย่าง MIT (Massachusetts Institute of Technology) ในเวลาต่อมา


      ชินรัตน์ เป็นเด็กวิศวะ วิธีคิดหลายอย่างของเขาจึงเป็นการคิดในเชิงระบบ มองเป็นห่วงโซ่ เป็นชุดความคิดที่แตกต่างจากเด็กสายธุรกิจทั่วไป ระหว่างอยู่ MIT เขามีโอกาสเรียนกับอาจารย์ด้านบริหารธุรกิจนวัตกรรมเบอร์ต้นๆ ของโลก จึงเก็บเกี่ยวความคิดอีกด้านมาใช้ในการทำธุรกิจในวันนี้ ส่วนประสบการณ์ในต่างแดนก็สอนให้มีความพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้การเจอวิกฤตโควิดตั้งแต่เดือนแรกของการทำธุรกิจ จึงไม่สามารถบั่นทอนความมุ่งมั่นที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในตัวเขา
 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery โฟกัสจุดแข็ง พลิกวิกฤตในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี

ความร้อนแรงของตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในปัจจุบัน ทำให้ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery ต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ ชูจุดแข็งให้ขาด เพื่อยืนหนึ่งบนความแตกต่าง พร้อมเตรีย..

by SME Thailand.| 13 สค. 2020

​เทรนด์ควบรวมกิจการ กลับมาโตหลังโควิด ธุรกิจไหนเนื้อหอมสุด?

การควบรวมกิจการ หรือที่เรียกกันว่า M&A (Mergers & Acquisitions) คือ การซื้อหุ้น สินทรัพย์ หรืออื่นๆ เพื่อให้ได้อำนาจควบคุม ครอบครองกิจการ ซึ..

by SME Thailand.| 13 สค. 2020

​“555 เปเปอร์พลัส” ร้านในตำนานเด็กยุค’90 รอดตายจากการถูกดิสรัป เพราะพลิกมาทำแพ็กเกจจิ้ง

กว่า 20 ปีของการที่จดหมาย และการ์ดถูกแทนที่ด้วยอีเมล และอีการ์ด และสังคมได้ก้าวเข้าสู่ยุค Paperless ธุรกิจผลิตซองกระดาษและเครื่องเขียนถูกดิสรัป และ ..

by SME Thailand.| 12 สค. 2020