“บะหมี่เลข 8” สร้างตำนานขายถูก ให้โลกจำ!

by SME Thailand. 20 ตค. 2020
Share:
TEXT :  กองบรรณาธิการ





Main Idea

ถอดสูตรความสำเร็จบะหมี่เลข 8 ในไทย
 
  • สร้างการจดจำให้กับลูกค้า จากการเป็นแบรนด์ราเมนแรกๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทย
 
  • ขายในราคาไม่แพง เพื่อสร้างกระแสความนิยม และให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้
 
  • เลือกที่จะทำอาหารเป็นเพียงประเภทเดียว เพื่อให้สามารถควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนได้ถูกกว่า
 
  • มีการดัดแปลงรสชาติใหม่ๆ ออกมา เพื่อให้ถูกปากผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มากขึ้น
 
 
              

     ถ้าพูดถึงชื่อ “บะหมี่เลข 8” เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็คงรู้ว่ากำลังพูดถึง “ฮะจิบัง ราเมน” แบรนด์บะหมี่จากญี่ปุ่นที่เข้ามาทำในตลาดเมืองไทยเมื่อเกือบ 30 กว่าปีก่อน โดยนอกจากจะเป็นแบรนด์ราเมนแรกๆ ที่คนไทยรู้จักกันดีแล้ว ที่พูดถึงราเมนขึ้นมา ก็ต้องนึกถึงฮะจิบัง รู้ไหมว่าบะหมี่เลข 8 ดังกล่าว ยังเป็นผู้เปิดตลาดอาหารญี่ปุ่นแบรนด์แรกๆ ในไทยที่มีเงินไม่ถึง 100 บาท ก็สามารถเข้าถึงได้กับลูกค้าทุกระดับชั้น เนื่องจากในขณะนั้นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีส่วนใหญ่มักเป็นรูปแบบของภัตตาคารที่จัดอาหารเป็นชุดและมีราคาแพง จึงทำให้ถูกจำกัดอยู่ในวงแคบเฉพาะผู้มีฐานะดีเท่านนั้น
              

Cr : ฮะจิบัง ไทย


     ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาถึงประเทศไทย ฮะจิบัง ราเมน (Hachiban Ramen) ถือกำเนิดขึ้นสาขาแรกในปี 2510 บนถนนหลวงหมายเลข 8 เขตคางะ เมืองอิชิกาว่า ประเทศญี่ปุ่น ผู้ให้กำเนิด คือ “โจจิ โกโต้” โดยเริ่มต้นมาจากร้านเล็กๆ และขายราเมนอยู่เพียงไม่กี่ชนิด
              

     แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อมทั้งของน้ำซุปและเส้นที่เหนียวนุ่ม จึงทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีลูกค้าเข้าคิวยาวต่อแถวรอซื้อแทบทุกวัน โดยว่ากันว่าครั้งหนึ่งเคยทำสถิติขายได้สูงสุดถึง 1,300 ชามด้วยกัน ทั้งที่มีชามบะหมี่สลับใช้อยู่เพียงแค่ไม่กี่สิบใบเท่านั้น ซึ่งจากการได้รับเสียงตอบรับที่ดี จึงทำให้มีการขยายสาขาออกไปและพัฒนาเมนูให้มากขึ้น จนปัจจุบันมีมากกว่า 120 สาขาด้วยกันที่ญี่ปุ่น
              




     โดยที่มาของชื่อและสัญลักษณ์หมายเลข 8 ก็มาจากที่ตั้งของร้านสาขาแรกนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีความหมายเป็นสิริมงคลในทางธุรกิจด้วย โดยลักษณะของเลข 8 นั้นคล้ายกับตุ๊กตาล้มลุก ซึ่งหมายถึงความมั่นคงหรือมีเสถียรภาพที่ต่อให้ล้มกี่ครั้งก็ยังลุกขึ้นมาได้เหมือนเก่า หรือหากมองในแนวนอนก็คล้ายกับเครื่องหมายอินฟินิตี้ การก้าวต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง
              

     สำหรับในเมืองไทยนั้น บะหมี่เลข 8 ได้เข้ามาทำตลาดเมื่อปี 2534 โดยเกิดจากการร่วมทุนของ “ไพศาล เหลืองภัทรเมธี” กับ บริษัท ฮะจิบัง จากประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท ไทยฮะจิบังขึ้นมา และเปิดร้านสาขาแรกที่สีลมคอมเพล็กซ์ นับเป็นราเมนแบรนด์แรกๆ ที่เข้ามาทำตลาดอยู่ในเมืองไทย
              




     จุดเด่นในทางธุรกิจของฮะจิบัง ราเมน ไม่ได้อยู่เพียงเท่านั้น แต่ยังนับได้ว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นรวมถึงร้านอาหารต่างชาติแรกๆ ที่สร้างปรากฏการณ์อาหารราคาถูก มีเงินเพียงไม่ถึง 100 บาท ก็สามารถลิ้มลองรสชาติความอร่อยได้ ผิดกับภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นทั่วไปส่วนใหญ่ในตอนนั้น ซึ่งมักจัดออกมาเป็นอาหารชุดและมีราคาแพง
              

     เหตุผลที่เป็นแบบนั้นได้ อาจเป็นเพราะการโฟกัสการให้บริการอาหารเพียงประเภทเดียว คือ ราเมน จึงทำให้ไม่ต้องสต็อกวัตถุดิบที่หลากหลาย ต้นทุนจึงถูกว่า
              





     โดยนอกจากจะเป็นรสชาติต้นตำรับแท้แบบญี่ปุ่น แถมยังขายราคาไม่แพง ผู้บริโภคสามารถจับต้องได้ทุกกลุ่ม ฮะจิบัง ราเมน ในไทยเอง ยังมีการครีเอทรสชาติออกมาให้ถูกปากคนไทยมากขึ้นด้วยในหลายเมนูด้วยกัน กลายเป็นลูกผสมระหว่างไทยและญี่ปุ่น เช่น เมนูราเมนต้มยำต่างๆ จึงทำให้ยิ่งได้รับความนิยมจากคนไทยเพิ่มมากขึ้น จนปัจจุบันสามารถขยายสาขาออกไปได้มากกว่า 132 แห่งในปี 2562 ซึ่งมีปริมาณมากพอๆ กับร้านฮะจิบังที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว         
              

     และนี่แหละ คือ เรื่องราวของบะหมี่เลข 8 ผู้ริเริ่มทำให้อาหารญี่ปุ่นในไทยกลายเป็นอาหารที่สามารถเข้าถึงได้ในราคาไม่ถึงร้อยบาทกับผู้บริโภคทุกกลุ่มนั่นเอง
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​คุยกับทายาทรุ่น 3 จังสุ่ยศิลป์ สิรภัทร ภัทรวารินทร์ ผู้เปรียบโลกโซเชียลเหมือนประตูวิเศษ

การยึดมั่นในความซื่อสัตย์และความจริงใจผสานกับแนวคิดของคนรุ่นใหม่ กำลังทำให้จังสุ่ยศิลป์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสังคม..

by SME Thailand.| 27 พย. 2020

​บุกรัง “สุภาฟาร์มผึ้ง” ถอดวิธีเลี้ยงผึ้งให้มุ่งสู่บริษัทมหาชน ด้วยฝีมือคนรุ่นลูก

“สุภาฟาร์มผึ้ง” (SUPHA BEE FARM) คือธุรกิจของครอบครัวคนเลี้ยงผึ้ง วันที่ทายาทเข้ามาสานต่อ ธุรกิจเล็กๆ ขยายมามีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ขยับจากกิจการหลัก..

by SME Thailand.| 26 พย. 2020

​ตีแผ่ “แผนฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย” รอดไม่รอด-ไปต่อยังไง? ธุรกิจท่องเที่ยว-โรงแรมหลังโควิด

ถ้าเราลองมองดูการวางแผนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของ ททท. สิ่งที่เห็นคือ “การวางระยะเวลาการฟื้นฟูที่ชัดเจน” จากเริ่มต้นการคลาย Lockdown ระยะที่ 2 เลือกพ..

by SME Thailand.| 25 พย. 2020