ปรับธุรกิจใหม่ยังไงให้โตในวันที่ไวรัสครองเมือง ถอดบทเรียน Suptar Studio แจ้งเกิดในพื้นที่โรคระบาด

by SME Thailand. 27 กย. 2021
Share:



        ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิดทำให้ผู้ประกอบการต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาดเล็ก และด้วยสถานการณ์โควิดที่ยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ อาจทำให้หลายคนถอดใจ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ฮึดขึ้นมาไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและฝ่าฟันกระแสโควิดมาได้
               

         Suptar Studio คือหนึ่งในธุรกิจที่เรากำลังจะพูดถึง นอกจากเป็นธุรกิจที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงโควิดแล้วยังทำให้ผู้ก่อตั้งอย่าง แซงค์-นภัสรพี มณีณัฐสิทธิ์ ได้ทำในสิ่งที่เจ้าตัวอยากทำเร็วขึ้น และนี่คือ 5 วิธีหนีตายสร้างรายได้ใหม่สไตล์ Suptar Studio



ดีเจแซงค์-นภัสรพี มณีณัฐสิทธิ์


ใช้วิกฤตสร้างรายได้ใหม่เข้ากับสถานการณ์


         กว่า 16 ปีในอาชีพพิธีกรรับงานมาแล้วมากมายโดยเฉพาะพิธีกรงานแต่งที่ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 งาน รวมทั้งการเป็นดีเจในจังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ แซงค์-นภัสรพี มณีณัฐสิทธิ์ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถึงจุดอิ่มตัว อยากทำธุรกิจของตัวเอง ประกอบกับการมาเยือนของโควิดทำให้งานพิธีกรที่เคยทำเฉลี่ยวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5-6 งานค่อยๆ หายไป


          สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นตัวเร่งให้แซงค์ตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้เร็วขึ้นตัดสินใจเปิดบริษัท Suptar Studio รับทำการตลาดออนไลน์ให้ลูกค้าในบ้านเกิดจังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงและมีโรงงาน สถานประกอบการรวมกันมากกว่า 5 พันแห่ง ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต่างสะดุดแต่ก็หยุดทำธุรกิจไม่ได้จึงต้องการคนช่วยทำการตลาด โดยเฉพาะการสร้างคอนเทนต์เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าของตน



 

ใช้ความถนัดต่อยอดธุรกิจ


         จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับวงการสื่อสารบวกกับการศึกษาที่จบมาทางด้านนิเทศศาสตร์ จึงนำมาปรับใช้การทำการตลาดทั้งรับคอนเทนต์ ออฟไลน์อีเวนท์ อาร์ตเวิร์กดีไซน์ และ production  ตอบโจทย์ธุรกิจปัจจุบันที่ทุกคนต้องพึ่งออนไลน์


         และด้วยชื่อเสียงของดีเจแซงค์ที่เป็นที่รู้จักของคนในท้องถิ่นบวกกับความเป็นกันเองและการชอบเจรจาพูดคุยกับผู้คน ทำให้ธุรกิจ Suptar Studio มีลูกค้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มบ้านจัดสรร โชว์รูมรถยนต์ ร้านมอเตอร์ไซด์ คลินิกความงาม คลินิกทำฟัน ฯลฯ



 
 
เข้าใจพนักงาน งานจะออกมาดี


          ด้วยลักษณะงานของบริษัทที่ค่อนข้างหลากหลาย หากพนักงานสามารถทำงานได้หลายอย่างคงเป็นเรื่องที่  CEO หลายคนชอบ แต่ในมุมของแซงค์เขาเชื่อว่า เป็นเรื่องดีที่พนักงานแต่ละคนจะสามารถทำงานหลายๆ อย่างได้ แต่ใช่ว่าทุกคนทำทุกอย่างได้ดีเท่ากัน ฉะนั้นที่ Supstar Studio จึงเน้นให้พนักงานได้ทำในสิ่งที่แต่ละคนถนัด เพราะสุดท้ายเมื่อพนักงานได้ทำในสิ่งที่ตนเองเชี่ยวชาญจะทำให้มีความสุขและจะทำงานนั้นๆ ออกมาได้ดี
 

เปิดใจลองทำสิ่งใหม่ๆ
               

         ถ้าหากมองว่าการทำธุรกิจในยุคโควิดว่ายากแล้ว ผู้บริหารของ Suptar Studio มองว่า การไม่ปรับตัวยากยิ่งกว่า เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าโควิดจะหมดเมื่อไหร่ ดังนั้นการปล่อยให้ธุรกิจอยู่นิ่งๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเป็นการเสี่ยง ดังนั้นตัวเขาเองจึงพยายามทำงานหลายๆ ด้านแม้แต่สิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น การรับรีวิวสินค้า ทำคอนเสิร์ตออนไลน์ ฯลฯ



               

ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย


         ด้วยเนื้องานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเป็นประจำแต่ช่วงโควิดการเดินทางพบปะลูกค้าอาจไม่สะดวก การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการสื่อสารที่ติดต่อกับลูกค้าได้ทุกที่ บริษัทจึงหันมาใช้บริการ dtac 'OneCall' เปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นโทรศัพท์สำนักงาน
               

         “ตอนแรกเราอยากได้ตู้สาขา แต่การใช้ตู้มันก็ต้องเป็นเบอร์ต่างหาก ต้องมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียมากขึ้น ทั้งติดค่าตั้งตู้ ค่า maintenance แต่พอมี dtac OneCall เป็นเหมือนตู้สาขาเลย ค่าใช้จ่ายก็ถูกว่าแถมมีฟังก์ชันโอนสายช่วยให้ไม่พลาดการติดต่อกับลูกค้า สามารถรับสายผ่านมือถือได้สะดวก มันง่ายมากขึ้น รวมการบริการที่ดี ทำให้ผมรู้สึกคิดถูกที่ย้ายมาใช้บริการ dtac business”


               

          ไม่ใช่แค่หนุ่มแซงค์เท่านั้นที่เลือกบริการ dtac OneCall เพราะในช่วงประมาณ 8 เดือนบริการตัวนี้ของดีแทคมียอดเติบโตเกือบ 500 เปอร์เซ็นต์ ศิริพงศ์ นกทนงค์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจงานขาย SME dtac business บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เผยว่าตัวเลขที่เติบโตขึ้นมานี้นอกจากชี้ให้เห็นว่าบริการตัวนี้ได้รับการตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่ทาง dtac business พยายามปรับตัวเป็น Value partner ให้กับกลุ่มธุรกิจ SME ที่ยึดความต้องการลูกค้าเป็นหลัก


         “ยกตัวอย่าง dtac OneCall ออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากใช้ตู้สาขาแต่ไม่สะดวกที่จะลงทุน ไม่มีทีมงานมาดูระบบ ในขณะที่ใช้โซลูชันตรงนี้ตอบโจทย์ตรงนี้ เสียค่าใช้จ่ายไม่มากแค่หลักร้อยกว่าบาทต่อเดือน ไม่ต้องลงทุนทีมงานสตาฟ เพิ่มความสะดวกในการออกไปหาลูกค้าข้างนอก ไม่จำเป็นต้องมานั่งรับสายบนโต๊ะ เรามีทีมงานดูแลให้ลูกค้าสบายใจและสามารถเอาเวลาหรือ resource ไปโฟกัสยอดขายหรือการทำธุรกิจให้ดีขึ้น”
 
               
         นี่คือตัวอย่างของผู้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส


ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.dtac.co.th/business/products/onecall





www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​พร้อมแค่ไหนก่อนเปิดประเทศ กรณีศึกษาร้านอาหารดังสหรัฐฯ ขาดแคลนแรงงานหนัก แม้ขึ้นค่าแรงก็ยังไม่มีคนมาสมัคร

“Great Resignation” หรือการลาออกครั้งใหญ่ จนทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานกำลังเป็นหนึ่งในปัญหาที่ผู้ประกอบการธุรกิจทั่วโลกกังวลอยู่ในขณะนี้ นอกเหนือจากก..

by SME Thailand.| 25 ตค. 2021

​มองไปข้างหน้า 7 ธุรกิจที่จะคว้าโอกาสทำกำไรได้ในปี 2022

ปี 2564 กำลังจะจบลงและเริ่มต้นปี 2565 พร้อมกับความคาดหวังสถานการณ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น บอกได้เลยว่า ถ้าคุณอยู่ใน 7 ธุรกิจเตรียมดีใจได้เลย เพราะนี่เป็น..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2021

​แหวกกระแสไม้ด่าง "เชียงคานแคคตัส" ปั้นธุรกิจทำรายได้แบบเสือนอนกิน

กระแสไม้ด่างกำลังมา แต่ถ้าจะย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อนแคคตัสเองก็เป็หนึ่งในตัวเลือกสำหรับคนที่เริ่มทดลองอยากเลี้ยงต้นไม้ ในวันนี้กระแสแคคตัสเป็นอย่างไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2021