'แพนด้าลูกชิ้นปลาระเบิด' ของกินเล่น ที่กำไรไม่ใช่เล่น

by SMEs 21 มค. 2013
Share:

 

 

เรื่อง : ธีรนาฎ มีนุ่น

 
ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ลูกชิ้นปลาสไตล์ทอดกรอบยังคงหารับประทานได้ง่ายในทุกหัวมุมเมือง นั่นแสดงให้เห็นว่าของกินเล่นชนิดนี้ไม่เคยหมดไปจากความสนใจของผู้คน และยังคงได้รับความนิยมเสมอมา เป็นเหตุผลให้ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอยู่เสมอ 

 
ยืนยันได้จากการเติบโตของ “แพนด้า ลูกชิ้นปลาระเบิด” ซึ่งเริ่มทำธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์เมื่อปี 2553 ปรากฏว่าใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็สามารถกระจายสาขาได้มากกว่า 500 สาขา ถือเป็นการขยายตัวที่ค่อนข้างสูง โดย “สมศักดิ์ ลิขิตวรกุล” ในฐานะเจ้าของแฟรนไชส์ กล่าวว่า นอกจากความต้องการของตลาดที่มีไม่ขาดสายแล้ว โอกาสสำคัญสำหรับแฟรนไชส์ซี คือการที่แบรนด์นี้มีจุดยืนอยู่บนความแตกต่าง 
 
 
“ผมชื่นชอบการรับประทานลูกชิ้นปลาอยู่แล้วเป็นทุนเดิม และพบว่าทุกร้านไม่แตกต่างกัน ผมจึงเริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจ เมื่อตัดสินใจที่จะเปิดร้านลูกชิ้นปลาทอด ก็เริ่มศึกษาทุกกระบวนการ ทั้งพัฒนาสูตรของลูกชิ้น คุณภาพวัตถุดิบที่ต้องมาจากเนื้อปลาแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ และปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เทคนิคการทอดที่ต้องกรอบนอกนุ่มใน รวมถึงน้ำจิ้มรสเด็ดที่ทดลองทำมาเกือบ 60 สูตร จนได้สูตรที่ลงตัว โดยสูตรดังกล่าวมาจากการทำวิจัยภาคสนามให้ลูกค้าได้ทดลองชิมโดยตรง” 
 
 
ทั้งนี้ นอกจากคุณภาพ และรสชาติจะเป็นเอกลักษณ์แล้ว รูปแบบร้านสีเขียวและสีเหลืองสดใส ก่อให้เกิดความสะดุดตา และเกิดการจดจำได้ง่าย ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับแพนด้า ลูกชิ้นปลาระเบิดได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าของแฟรนไชน์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ธุรกิจนี้ยังให้กำไรดีและคืนทุนเร็ว แม้จะมีต้นทุนสูงกว่าลูกชิ้นทั่วไป แต่ให้กำไรเบื้องต้นสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ที่สำคัญคือสามารถจัดการง่าย ไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบให้ยุ่งยาก ไม่เสียเวลานานในการจัดร้าน เพียงมีพื้นที่ที่น่าสนใจ ขนาด 1X 1.5 สำหรับตั้งรถคีออส 
 
 
จากปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้แบรนด์นี้ได้รับโล่เกียรติยศจากองคมนตรี และรางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ The Beat SMEs 2010 และ 2011 สาขาแฟรนไชส์น่าลงทุนถึง 2 ปีซ้อน และมีส่วนช่วยการันตีความมั่นใจให้กับผู้ที่กำลังมองหารายได้เสริม หรือธุรกิจเป็นของตนเอง โดยการดูแลแฟรนไชส์ซีนั้น เป็นอีกปัจจัยที่ สมศักดิ์ ลิขิตวรกุล ไม่เคยลืมที่จะให้ความสำคัญ 
 
 
สำหรับคุณสมบัติผู้ลงทุนนั้น จะต้องมีทำเลที่เหมาะแก่การทำธุรกิจ และมีใจรักในการค้าขาย โดยสิ่งที่แฟรนไชส์ซีจะได้รับ คือสินค้า และอุปกรณ์ตามชุดแฟรนไชส์ที่เลือกซื้อ สิทธ์ในการซื้อสินค้าราคาแฟรนไชส์ ซึ่งมีกำไรอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ขายได้ 15 กิโลกรัมต่อวัน ต่อมาคือการได้รับคำปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปโดยง่าย นอกจากนี้ยังมีบริการสอนเทคนิคการทอด เทคนิคการขายอื่นๆอีกมากมาย หากเป็นต่างจังหวัดที่ไกลๆ มีบริการส่งวีซีดีสอนเทคนิคต่างๆ อย่างละเอียดทุกขั้นตอน และไม่มีการเรียกเก็บค่าแฟรนไชส์รายเดือน หรือรายปีเพิ่มเติม
 
 
       ส่วนงบลงทุน มีรูปแบบให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า ทั้งที่เป็นรถเข็น เป็นเคาน์เตอร์ถอดประกอบได้ หรือสำหรับผู้ที่มีเคาน์เตอร์อยู่แล้ว โดยเริ่มต้นเพียง 5,900 บาท และล่าสุดได้เปิดตัวชุดรถเข็นแบบประหยัด ผู้สนใจสามารถชมรายเพิ่มเติมได้ที่ www.pandafishbomb.com หรือ โทร. 087-0036066
 
Share:

Related Articles

​เชลล์ถึงขั้นต้องชวนชิม “Rock Ice” น้ำแข็งจอมอึดจากแดนอาทิตย์อุทัย

ถ้าพูดถึงน้ำแข็งจอมอึด ละลายช้าที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ "Rock Ice" น้ำแข็งที่เดินทางไกลมาจากแดนอาทิตย์อุทัยรวมอยู่ด้วยแน่นอน แต่นอก..

by SME Thailand.| 27 ตค. 2020

​“ทำธุรกิจต้องพราวด์ในสินค้าตัวเอง” วิชั่นผู้จัดละคร “เจ็ท-ณัฐพงศ์” บนถนนธุรกิจ BEKERGROUP

“BEKERGROUP BROWNIES” คือหนึ่งในแบรนด์บราวนี่สุดฮอตบนโลกออนไลน์ ที่วันนี้กำลังแตกไลน์สู่น้ำพริกหมูหยองอบกรอบ ซึ่งมีเป้าหมายคือส่งออกตลาดจีน มุมคิดกา..

by SME Thailand.| 27 ตค. 2020

​“เลอรส” ร้านรสเด็ดที่กล้าเปิดขายสูตรของตัวเอง เรียกคนแห่เรียนนับหมื่น!

“เลอรส” ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ – ข้าวหมูกรอบหมูแดง ย่านจรัญสนิทวงศ์ 13 ที่แม้จะเปิดตัวได้ไม่นานแต่ก็มีลูกค้าแน่นร้านตลอด เพราะนอกจากจะเปิดหน้าร้านขายอาห..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020