“Mr.Spiral Donut” แฟรนไชส์น้องใหม่ ส่งตรงจากฟินแลนด์

by smethailandclub 28 เมย. 2014
Share:

    


เรื่อง : พิชชานันท์ สุโกมล

     Mr.Spiral Donut ฉีกรูปแบบโดนัทจากวงกลมมีรูแบบเดิมๆ ด้วยรูปทรงเกลียว (เหมือนกับชื่อ Spiral) และใช้การปิ้งแทนการทอดในน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับประทานมากขึ้น เป็นเบเกอรี่น้องใหม่ป้ายแดงของ "สุมาลี แซ่เลี้ยว" ที่ได้นำเอาสูตรขนมดั้งเดิมของชาวฟินแลนด์มาทำตลาดในประเทศไทย เป็นขนมที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วยุโรปมาให้คนไทยได้ลิ้มลอง พร้อมกับรูปแบบธุรกิจที่มีให้เลือกตามกำลังของเงินทุนถึง 5 รูปแบบ
 


    "ร้านมิสเตอร์สไปรอล โดนัท เปิดให้บริการในปี 2554 ในประเทศฟินแลนด์ เนื่องจากสามีเป็นชาวฟินแลนด์ ทำให้เราได้ทำธุรกิจตัวนี้ เราเปิดเป็นร้านเบเกอรี่ในเมืองเฮลซิงกิ ซึ่งก็ได้การตอบรับจากชาวฟินแลนด์เป็นอย่างดี เดือนหนึ่งเราสามารถขายได้ประมาณ 9,000-10,000 ชิ้น และมีผู้ที่สนใจมาขอซื้อแฟรนไชส์กับเราถึง 3 สาขา ทั้งที่เราเพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน

    นี่เองจึงทำให้เรามีแรงบันดาลในการที่จะต่อยอดมาในเมืองไทย เพราะเราเห็นโอกาสและศักยภาพทางการตลาดของเบเกอรี่ในไทย โดยวัตถุดิบและอุปกรณ์ทั้งหมดเราจะสั่งซื้อมาจากฟินแลนด์ เพื่อให้ได้กระบวนการผลิตขนมอร่อยตามต้นตำรับแท้ๆ  และได้เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของได้ ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูง เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ลงทุนและตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเบเกอรี่ที่ชอบความแปลก ความสดใหม่ และหลากหลายรสชาติได้มากขึ้นในตลาด” สุมาลี เล่าถึงที่มาและแรงบันดาลในการขยายแฟรนไชส์มายังประเทศไทย
 


    สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทยของ Mr.Spiral Donut เป็นร้านต้นแบบเบเกอรี่และกาแฟสดอยู่ในซอยรามคำแหง 164  เพิ่งเปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และล่าสุดก็คืองานแฟรนไชส์และเบเกอรี่ที่จัดขึ้นที่เมืองทองธานีในเดือนมีนาคม เรียกได้ว่าเพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ แต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยผู้ที่ให้ความสนใจอย่างคับคั่ง ล่าสุดมีผู้สนใจแฟรนไชส์และอยู่ระหว่างดำเนินการจองพื้นที่เพื่อเปิดสาขาใน สยามพารากอน และห้างสรรพสินค้า เมกะ บางนา
 


 

     จุดเด่นของ Mr.Spiral Donut อยู่ที่รูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ในรูปทรงเกลียว และกรรมวิธีในการผลิต ที่ใช้การปิ้งขนมแทนการทอดในน้ำมัน ทำให้ขนมมีรสชาติที่กรอบนอกนุ่มใน สามารถวางทิ้งไว้นานโดยที่ยังคงความเหนียวนุ่มเหมือนเดิม ปัจจุบันมีอยู่ 5 รสชาติ ได้แก่  ซินนาม่อน วอลนัท วานิลลา ช็อคโกแลต และมะพร้าว โดยสามารถเก็บไว้ได้ในอุณหภูมิปกติ 3 วัน และแช่ตู้เย็นได้ 7 วัน
 



    รูปแบบการลงทุนสำหรับผู้สนใจแฟรนไชส์ มีอยู่ 5 รูปแบบด้วยกัน แบ่งตามขนาดและงบประมาณในการเริ่มต้น

รูปแบบที่ 1 Bakery & Coffee  Shop   ตกแต่งสไตส์ ร้านมิสเตอร์ สไปรอล โดนัท พร้อมอุปกรณ์ ขนาดพื้นที่ 20 - 40 ตรม. ในราคา 890,000

รูปแบบที่ 2 Shop in Shopping Mall  เป็นลักษณะร้านเบเกอรี่ในห้าง ขนาดพื้นที่ 9-19 ตรม. ในราคาเริ่มต้น  490,000 บาท

รูปแบบที่ 3  Kiosks  รูปแบบทันสมัย สะดวก สามารถนำไปวางขายสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องก่อสร้างราคา  342,900 บาท พร้อมอุปกรณ์

รูปแบบที่ 4 Tuk-Tuk  Moped   เป็นลักษณะรถเคลื่อนที่ สะดวก คล่องตัว ราคา 190,000 บาท (รับขนมไปขายได้ทันที)

รูปแบบที่ 5 Market Booth  เป็นรูปแบบที่ประหยัด สะดวก   ในราคา 28,000 บาท (รับขนมไปขายได้ทันที)
 


 

     “เราเน้นความหลากหลายในการลงทุนเพื่อให้ผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้เลือกตามกำลังที่เขาจะสามารถทำได้ โดยผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ของเราจะต้องหาพื้นที่เอง ซึ่งเราแนะนำให้เป็นพื้นที่เช่าหรือเป็นเจ้าของพื้นที่เองก็ได้ เราจะมีการอบรมเพื่อให้แฟรนไชส์เป็นผู้บริหารร้านได้ อบรมการทำขนม สิ่งสำคัญแฟรนไชส์ซีต้องสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานของบริษัทกำหนดได้ และควรมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอในการบริหารจัดการร้าน เพื่อความคล่องตัวในการทำธุรกิจระดับหนึ่ง”
 
 
 
    ทั้งนี้คุณสุมาลีตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องการขยายแฟรนไชส์ให้ได้ 100 สาขาภายใน 3 ปี ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถแวะเข้าไปดูร้านต้นแบบได้ที่ ซอยรามคำแหง 164

   

 
    สนใจแฟรนไชส์  ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย Mr.Spiral Donut โทร. 081 721 0869, 084 657 7818  หรือส่งรายละเอียดความสนใจมาที่ e-mail :mr.spiraldonut@gmail.com  หรือ  sumi_thailand@hotmail.com
 



ระยะเวลาการคืนทุน

     ตัวอย่างการเลือกลงทุนแบบ  Market booth  ลงทุน 28,000.บาท เลือกสิทธิ์พื้นที่ขายตามตลาดทั่วไป พร้อมได้รับอุปกรณ์และสามารถดำเนินการขายได้ทันที  คืนทุนภายใน 1 เดือนเท่านั้น

     เช่น ขนมขายปลีกหน้าร้านชิ้นละ 30 บาท  ต้นทุนซื้อขนมพร้อมขายทันที ชิ้นละ18 บาท สมมติขายขั้นต่ำได้  200  ชิ้นต่อวัน  สรุป 1 เดือน ขายได้ 6,000x30 = 180,000 บาท

     หักต้นทุนซื้อขนม 200   ชิ้นต่อวัน ทั้งเดือน ในราคาต้นทุน 3,600x30 =108,000 บาท

     ค่าเช่า  8,000 บาท ต่อเดือน    
                                                         
     ค่าพนักงานขาย  9,000 บาทต่อเดือน   

     ค่าเบ็ดเตล็ดและอุปกรณ์อื่นๆ 5,000 บาท ต่อเดือน

     สรุป คงเหลือกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย = 59,000 บาทต่อเดือน


 
Share:

Related Articles

​คุยกับ “ผู้ว่าการวว.” ส่องวิธีอัพเลเวลสินค้าด้วย "นวัตกรรม"

มาฟัง “ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต” ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สะท้อนมุมมองการอัพเลเวลสินค้า SME ไทย ด้วยวิทยาศาสต..

by SME Thailand.| 23 ตค. 2020

​ฟังทายาทโรงงานรองเท้า 40 ปี บอกวิธีเปลี่ยนธุรกิจให้เก๋า ด้วยวัสดุผ้าจากเศษขยะธรรมชาติ

เมื่อ “นริศรา ธรรมสาธุ” ทายาทธุรกิจโรงงานรองเท้าได้มาเจอกับรุ่นพี่วัยเก๋าอย่าง “พลัฏฐ์ บุญพลอยเลิศ” นักสร้างสรรค์วัสดุผ้าจากเปลือกไม้ธรรมชาติ แบรนด์..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​“บะหมี่เลข 8” สร้างตำนานขายถูก ให้โลกจำ!

ถ้าพูดถึงชื่อ “บะหมี่เลข 8” เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็คงรู้ว่ากำลังพูดถึง “ฮะจิบัง ราเมน” เชนบะหมี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยนอกจากจะเข้ามาทำตลาดราเมนเป็นรายแรกๆ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020