3 สัญญาณบ่งบอกว่า คุณคือผู้นำที่น่าสะพรึงกลัว

by SME Thailand. 04 มิย. 2018
Share:








Text : เจษฎา ปุรินทวรกุล


    สไตล์ของผู้นำนั้นจะมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ อาจจะเป็นนักคิด (Idealist) หรือนักต่อรองอย่างมีชั้นเชิง (Diplomat) และอีกหลายต่อหลายสไตล์ แต่สไตล์ที่พนักงานทำงานด้วยแล้วเหนื่อยที่สุดก็คือ นักปฏิบัติ (Pragmatist) เพราะผู้นำกลุ่มนี้จะมีมาตรฐานการทำงานที่สูง มีความคาดหวังในตัวเองและพนักงานสูงมาก ชอบความท้าทาย มีความคิดที่ชัดเจน ไม่กลัวการเดินในเส้นทางที่ยากลำบาก (แม้ว่าลูกน้องจะไม่ชอบหรือรู้สึกเครียดก็ตาม) เพราะเขาจะรู้สึกสนุกกับการฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้น

    ท้ายที่สุดผู้นำกลุ่มนี้มักจะสามารถสร้างผลลัพธ์ในการทำงานได้อย่างน่าสนใจ แต่ต้องอย่าลืมมองกลับมาข้างหลังด้วยว่าพนักงานเป็นอย่างไรบ้าง ไหวไหม สบายดีหรือเปล่า หรือคุณตึงเกินไปจนพนักงานเครียดไปหมดแล้ว และนี่คือ 3 สัญญาณที่บ่งบอกว่าบทบาทความเป็นผู้นำของคุณนั้น เริ่มสร้างความลำบากให้กับพนักงานทุกคน 



1. คุณเดินเข้ามาในห้องแล้วพนักงานทุกคนเงียบกริบทันที

    หนึ่งในสัญญาณที่เด่นชัดที่สุด เมื่อพนักงานแปรเปลี่ยนความเคารพเป็นความกลัวก็คือ เมื่อคุณเดินเข้ามาในห้องหรือออฟฟิศ จากเสียงคุยกันเจื้อยแจ้วกลับกลายเป็นความเงียบงันเหมือนป่าช้า จำไว้เลยว่าสิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าพนักงานกำลังพูดถึงหรือนินทาคุณอยู่ แต่เขากำลังกลัวคุณ ก็เหมือนกับตอนเด็กที่เรายังเรียนอยู่ แล้วมีครูดุๆ ชอบตีเด็กเดินเข้ามาในห้องนั่นแหละ พนักงานก็รู้สึกแบบเดียวกันนั้นเลย

    ถ้าพนักงานเคารพในตัวคุณ เค้าจะค่อยๆ เงียบเสียงลง อาจยังมีคุยกันบ้างประปราย หรือเปิดบทสนทนาให้คุณได้มีส่วนร่วม แต่ถ้าเงียบกันหมดก็ระวังสัญญาณนี้ให้ดี



2. เมื่อคุณให้คำแนะนำกับพนักงานแล้วพวกเขาเงียบหรือไม่ค่อยพูดตอบโต้

    ถือเป็นเรื่องปกติเมื่อเราทำงานแล้วพบปัญหาหรือคิดไม่ออก ต้องไปขอคำแนะนำจากหัวหน้า ซึ่งเมื่อหัวหน้าให้คำแนะนำมาเราอาจมีบางประเด็นที่สงสัย ต้องการรายละเอียดเพิ่ม อยากได้ข้อมูลเพิ่มเพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งบางครั้งพนักงานอาจไม่เห็นด้วยกับคุณ หรืออาจมีการพูดคุยเชิงเห็นด้วยว่า “อ๋อ...มันเป็นอย่างนี้นี่เอง พวกเราเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้นี่แหละ” ทั้งหมดนี้คือเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นกับหัวหน้าที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน แต่ถ้าลูกน้องของคุณนั่งเงียบไม่ค่อยโต้ตอบ ไม่เห็นด้วย ไม่ปฏิเสธ ไม่มีความคิดเห็นอะไร สิ่งนั้นบ่งชี้ให้เห็นว่าพวกเขาไม่รับรู้อะไรแล้ว
 
    สาเหตุที่พนักงานนั่งเงียบ อาจเกิดจากคุณคอมเมนท์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงเป็นประจำ ไม่เปิดโอกาสให้พนักงานอธิบาย โมโหฉุนเฉียว พนักงานจึงต้องปกป้องตัวเองด้วยการเงียบ หลังจากนั้นพนักงานของคุณก็จะล้มเหลวในการนำสิ่งที่คุณพูดไปปฏิบัติ เพราะสุดท้ายพวกเขาก็ไม่เข้าใจคำคอมเมนท์ของคุณทั้งหมด และไม่กล้าที่จะถาม (บางคนถามไปก็โดนต่อว่า โดนดูถูก แล้วใครจะกล้าเปิดปากถามคุณกันละ) ซึ่งคุณต้องสังเกตปฏิกิริยาของพนักงานให้ดี หากลูกน้องนิ่งเงียบเกินกว่า 1 คนขึ้นไป คุณอาจต้องเพิ่มความสร้างสรรค์ในการให้คำแนะนำมากกว่านี้



    3. ระหว่างการประชุม คุณพูดคนเดียวเกิน 60 เปอร์เซ็นต์

    การประชุมจะมี 2 แบบด้วยการ การประชุมแบบแรก คือการเชิญประชุมชี้แจงเรื่องต่างๆ โดยเราเชิญแขกหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาฟังเพื่อรับทราบเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องแจ้งเพื่อทราบ การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านต่างๆ แบบนี้คุณจะพูดซะเป็นส่วนใหญ่ก็คงไม่แปลก อีกแบบเป็นการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามองค์กรทั่วไป ซึ่งการประชุมแบบนี้ต้องแลกเปลี่ยนความเห็น ข้อเสนอแนะ หากคุณพูดอยู่คนเดียว จะไปได้ประโยชน์อะไร จริงไหม

    แล้วทำไมหัวหน้าถึงกุมชั่วโมงการพูดไว้คนเดียว บางคนเป็นเพราะเขาอยู่เฉยๆ ไม่เป็น บางคนข้อมูลเยอะ แต่ที่น่ากลัวก็คือหัวหน้าบางคนเป็นผู้นำสไตล์ที่ลูกน้องกลัว และไม่กล้าที่จะออกความเห็น สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก หากอยากรู้ว่าพนักงานกลัวเราหรือเปล่า ในระหว่างการประชุมครั้งหน้า ลองเงียบแล้วดูปฏิกิริยาของพนักงานดู หากมีคนที่สามารถดำเนินการประชุมต่อแทนคุณได้ แปลว่าสถานการณ์ยังปกติอยู่ แต่ถ้ามีความเงียบเกินขึ้น พนักงานแต่ละคนต่างมองหน้ากันเอง เพื่อรอดูว่าคุณจะพูดอะไรต่อไป หรือใครจะกล้าพูดเสนออะไรขึ้นมา แบบนี้มีปัญหาแน่นอน 

       ในฐานะที่คุณเป็นผู้บริหาร ผู้นำองค์กร หรือหัวหน้างาน การไม่หยุดนิ่งเพื่อก้าวไปให้สู่ความสำเร็จคือสิ่งที่มีความจำเป็น แต่คุณก็ต้องแน่ใจด้วยว่าสิ่งที่คุณทำ ลูกน้องสามารถก้าวตามได้ทันและไม่สร้างสภาวะกดดันในการทำงานมากจนเกินไป ลองให้ความสำคัญกับสัญญาณดังกล่าว แล้วนำไปใช้ดู หากพนักงานเงียบ คุณต้องเริ่มปรับตัว ก่อนที่พวกเขาจะรับความกดดันและความเครียดไม่ไหว

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

    
Share:

Related Articles

​ไม่ทันโลก ไม่เก่งเทคโนโลยี ต้องสร้างองค์กรให้มี “แก๊งเสื้อยืด”

การทำตัวให้อยู่ในกระแส รู้ทันเทรนด์ เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ และใช้เทคโนโลยีให้คล่องแคล่ว อาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามี “แก๊งเสื้อยืด” หรือกลุ่มคนทำงาน..

by SME Thailand.| 27 ตค. 2020

​เมื่อพนักงานทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ความผิดอยู่ที่ใคร?

จากประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาคน ผนวกกับข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยของหลายสถาบันพบว่า ปัญหามาจาก “หัวหน้า” เพราะบกพร่องในการทำหน้าที่ อย่างน้อ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เรียนรู้การบริหารองค์กรคนรุ่นใหม่ในแบบ SEA ที่โตจาก 40 คน เป็น 4 พันคน ใน 8 ปี

มาฟัง “มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SEA (Thailand) กลุ่มธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ แบ่งปันมุมคิดการสร้างองค์กรคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มจากคนแ..

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020