​ 3 สิ่งบนโซเชียลมีเดีย ที่ HR ใช่ส่องก่อนเลือกคนเข้าทำงาน

by SME Thailand. 06 กค. 2017
Share:


          นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) กล่าวว่า ปัจจุบันในโลกที่เทคโนโลยีการสื่อสารมีการพัฒนาและมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น หลายคนต่างก็มีโซเชียลมีเดีย (Social Media) เป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ ฯลฯ ไว้สำหรับติดตามข่าวสาร รวมถึงบอกเล่าหรือแชร์เรื่องราวมากมายที่พบเจอผ่านช่องทางเหล่านั้น หลายคนเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียคือพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถแสดงพฤติกรรมได้อย่างอิสระ แต่ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมทั้งหมดที่แสดงออกบนโซเชียลมีเดียกลับกลายเป็นส่วนสำคัญและส่งผลกระทบในโลกการทำงาน หลายคนอาจไม่ตระหนักว่าโซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกรับคนเข้าทำงาน ซึ่ง HR ในหลายๆ องค์กรเริ่มมีการนำชื่อหรืออีเมลของผู้สมัครงานไปค้นหาโซเชียลมีเดียเพื่อทำความรู้จักให้มากขึ้นและใช้ประกอบการพิจารณาเข้าทำงานนอกเหนือจากข้อมูลในใบสมัครหรือการสัมภาษณ์ จ๊อบไทยดอทคอม ได้ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลและพบว่ามี 3 สิ่งบนโซเชียลมีเดียของผู้สมัครงานที่ HR มักเลือกใช้ประกอบการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเข้าทำงานกับบริษัท ดังนี้

          • รูปภาพ ถือเป็นสิ่งแรกที่ HR จะเข้าไปดู ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพที่โพสต์เอง หรือแชร์ออกไปให้ผู้อื่นรับทราบ ว่ามีลักษณะอย่างไร มีความรุนแรง และเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงตัวตนและภาพลักษณ์ของผู้สมัคร

          • ข้อความที่โพสต์หรือการแสดงความคิดเห็น อาทิ การโพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย-ของมึนเมา การแสดงความคิดเห็นในด้านลบต่อที่ทำงาน เจ้านาย หรือเพื่อนที่ทำงาน ซึ่งเหล่านี้มักแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ ทัศนคติ และวุฒิภาวะของเจ้าของข้อความได้เป็นอย่างดี ทำให้ HR สามารถประเมินผู้สมัครงานได้เบื้องต้นว่าเหมาะสมกับตำแหน่งงานหรือองค์กรหรือไม่

          • ไวยากรณ์ที่ใช้และการสะกดคำ ทักษะการสื่อสารรวมถึงการใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องและถูกกาลเทศะถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการทำงาน องค์กรจะพิจารณาว่าผู้สมัครมีการสื่อความผิดเพี้ยน ใช้ภาษาวัยรุ่นหรือภาษาที่ถูกดัดแปลง ทำให้การสื่อสารคลาดเคลื่อนหรือไม่ แต่หากเขียนภาษาได้อย่างถูกต้องตามหลัก จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงทักษะในการสื่อสารของผู้สมัคร ยิ่งหากต้องทำงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา จะยิ่งช่วยเสริมให้ผู้สมัครดูมีภาษีที่ดีกว่าอย่างแน่นอน


          อย่างไรก็ตาม โซเชียลมีเดียไม่ได้ส่งผลเสียเสมอไป หากผู้สมัครมีเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียได้อย่างเหมาะสม จะทำให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดี โดยเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับการใส่ลงบนโซเชียลมีเดีย คือ เรื่องที่มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจรับเข้าทำงาน เช่น ระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ภาพการเข้าร่วมอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง หรือถ้าเป็นนักศึกษาจบใหม่ก็อาจใส่ภาพที่ไปออกค่ายหรือทำกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัย นอกจากจะใส่เนื้อหาที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ตัวเองลงไปแล้ว ในบางสายอาชีพยังสามารถใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่แสดงผลงานได้อีกด้วย เช่น สายงานกราฟิกใช้อินสตาแกรมไว้สะสมภาพผลงาน หรือคนที่อยากเป็นนักเขียนสามารถใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวหรือเปิดแฟนเพจเป็นพื้นที่ทดสอบฝีมือและยังเก็บผลงานไว้ให้ HR ดูในวันสัมภาษณ์งานได้อีกด้วย นางสาวแสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share:

Related Articles

​10 นิสัยที่ไม่ดีของหัวหน้า ที่ทำให้ธุรกิจไปได้ไม่ถึงฝั่ง

“ปีเตอร์ ดรักเกอร์” กูรูด้านการบริหารจัดการผู้ล่วงลับ กล่าวไว้ว่า “พนักงานที่ลาออก ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะองค์กร แต่ออกเพราะหัวหน้า” ยังคงเป็นความจริงที..

by SME Thailand.| 26 พย. 2020

​6 ทักษะแห่งอนาคต ที่คนโรงแรมสามารถ Upskill สู่ดาวเด่นใน Wellness Industry

ธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัวช่วงไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ของปีหน้า 2564 อาจทำให้เราจำเป็นที่จะต้องมองหาทางออกอื่นสำรองไว้เป็นทางเลือกเพื..

by SME Thailand.| 05 พย. 2020

​3 เคล็ด(ไม่)ลับ หยุดการทำงานที่ทำให้องค์กร “เสียเวลาเปล่า”

ทุกธุรกิจมีกระบวนการทำงานที่เสียเปล่า ไม่ใช่แค่ในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีคนจำนวนมากหรือต้องทำงานหลายขั้นตอนเท่านั้น แม้แต่ธุรกิจเล็กหลายครั้งก็ทำงานไปโดย..

by SME Thailand.| 02 พย. 2020