ความสำเร็จ...เป็นของใคร

by smethailandclub 04 มีค. 2014
Share:

 

 
เรื่อง : อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
twitter@apiwutp และ www.facebook.com/OrchidSlingshot
 
 
ขอออกตัวก่อนว่าเรื่องนี้อยู่ในอีเมลที่ได้รับ Forward มาอีกที อันที่จริงอยากจะให้เครดิตคนเขียนเหมือนกันแต่จนใจไม่รู้จะหาต้นตอจากที่ไหน 
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวการสมัครงานของคนๆ หนึ่ง เนื้อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ แต่ขออนุญาตแปลเป็นไทยแล้วกัน เด็กหนุ่มคนหนึ่งมาสมัครงานในตำแหน่งบริหารกับองค์กรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เขาสอบผ่านขั้นตอนต่างๆ มาหมด เหลือแต่ขั้นตอนสุดท้ายคือการสัมภาษณ์กับกรรมการบริหารองค์กรท่านหนึ่ง กรรมการท่านนี้พบว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความสามารถสูง ได้คะแนนการเรียนในระดับดีมากมาตลอด ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
 
กรรมการจึงถามเด็กหนุ่มว่า “เธอได้ขอทุนการศึกษาหรือไม่?”
 
“ไม่เคยครับ” เด็กหนุ่มตอบ
 
กรรมการจึงถามต่อว่า “คุณพ่อของเธอเป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียนให้ใช่หรือเปล่า?”
 
“คุณพ่อเสียไปนานแล้วครับตั้งแต่ผมอายุได้ขวบเดียว...คุณแม่เป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับผมครับ”
 
“คุณแม่ของเธอทำงานอะไร?” กรรมการถามต่อ 
 
“คุณแม่ผมรับจ้างซักผ้าครับ”
 
กรรมการท่านนี้จึงขอให้เด็กหนุ่มยื่นมือให้ดู ซึ่งมือของเด็กหนุ่มคนนั้นขาวเนียนไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลใดๆ
 
“เธอเคยช่วยคุณแม่ซักผ้าบ้างไหม?” กรรมการถามต่อหลังจากดูมือของเด็กหนุ่ม
 
“ไม่เคยครับ คุณแม่บอกให้ผมอ่านหนังสือและตั้งใจเรียนให้เก่งๆ นอกจากนี้ผมคิดว่าคุณแม่น่าจะซักผ้าได้เร็วกว่าผมครับ”
 
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ก่อนที่จะให้คำตอบว่าจะรับเธอเข้าทำงานหรือไม่ ฉันมีข้อเสนอให้วันนี้เมื่อเธอกลับบ้านอยากให้ไปล้างมือให้กับแม่ของเธอ แล้วพรุ่งนี้เช้ากลับมาฟังคำตอบ” กรรมการท่านนี้กล่าวก่อนที่จะเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ไป
 
เด็กหนุ่มมองว่าเขามีโอกาสที่จะได้งานนี้แน่นอน ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้านจึงตรงเข้าไปหาแม่และขอล้างมือให้ แม้แม่จะรู้สึกแปลกใจ แต่ถ้าลูกมีโอกาสได้งานเพียงเพราะล้างมือให้กับแม่ แม่ก็ยินดี พร้อมกับส่งมือของเธอให้เด็กหนุ่ม
 
เด็กหนุ่มล้างมือให้แม่ของเขาอย่างช้าๆ น้ำตาก็ค่อยๆ เออไหลออกอย่างไม่รู้ตัว มันเป็นครั้งแรกที่ได้สังเกตมือของแม่ ซึ่งมีแต่รอยเหี่ยวย่น รอยแตกช้ำมากมาย บางครั้งที่ล้างมือไปถูกรอยแตกเหล่านั้น แม่จะสะดุ้งด้วยความรู้สึกเจ็บแปล๊บ
 
นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มรู้สึกสำนึกถึงบุญคุณของมือคู่นี้ มือที่ต้องซักผ้าทุกวันเพื่อให้เขาได้เรียนสูงๆ รอยแตกช้ำบนมือของแม่เป็นต้นทุนที่แม่ต้องจ่ายให้กับใบปริญญาที่เขาได้มา และอนาคตที่สดใสของเขา
 
หลังจากล้างมือให้แม่เสร็จ เด็กหนุ่มก็เดินอย่างเงียบๆ ไปซักผ้าที่เหลือในกะละมังทั้งหมด...คืนนั้นแม่ลูกคุยกันนานอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
 
เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กหนุ่มกลับไปพบกรรมการบริหารท่านนั้น กรรมการสังเกตเห็นร่องรอยคราบน้ำตาของเด็กหนุ่ม จึงถามว่า “ลองเล่าให้ฟังหน่อยว่าเมื่อวานเธอไปทำอะไรบ้าง”
 
“ผมล้างมือให้คุณแม่ของผม แล้วจากนั้นผมก็ไปซักเสื้อผ้าทั้งหมดที่เหลืออยู่” เด็กหนุ่มตอบ
 
กรรมการถามต่อว่า “แล้วเธอได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่ทำ”
 
เด็กหนุ่มตอบว่า “สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ 
 
1. ผมเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจเป็นอย่างไร เพราะถ้าไม่มีแม่ ผมก็คงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้
 
2.การได้ทำงานร่วมกันกับแม่ ทำให้ผมเข้าใจถึงความยากลำบากของการทำงานแต่ละชิ้นให้ประสบความสำเร็จ และ
 
3.ทำให้ผมเข้าใจถึงความสำคัญของความรักความห่วงใยและความสัมพันธ์ที่ดีที่มีต่อคนอื่น”
 
“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันมองหาในตัวคนที่จะมาทำหน้าที่บริหารงานตรงนี้ให้กับองค์กร ฉันต้องการคนที่รู้จักความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจกับความช่วยเหลือที่คนอื่นทำให้ คนที่เข้าใจถึงความยากลำบากของคนอื่นในการทำงาน และคนที่ไม่มองแต่เงินเป็นประเด็นสำคัญเพียงอย่างเดียวในชีวิต เธอเริ่มงานได้เลยในสัปดาห์หน้า” กรรมการบริหารท่านนี้กล่าว
 
ผมคงไม่ต้องเขียนสรุปใดๆ ต่อจากนี้นะครับ เอาเป็นว่าคนที่ไม่รู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจในสิ่งที่คนอื่นทำให้ จะไม่สนใจในความรู้สึกของคนอื่น มักเอาแต่ใจของตนเองเป็นที่ตั้ง ชอบคิดแต่ว่าทุกคนต้องฟังฉัน ไม่เข้าใจถึงความยากลำบากที่คนอื่นได้รับ คอยแต่จะโยนความผิดให้พ้นตัว
 
ความสำเร็จที่ผ่านมาอาจจะทำให้หลายๆ คนรู้สึกตัวพอง โดยลืมคิดไปว่าเบื้องหลังแห่งความสำเร็จนั้นมีคนอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วยเสมอ การแสดงความขอบคุณและแบ่งปันความสำเร็จที่ได้รับโดยการให้เครดิตคนที่อยู่เบื้องหลังด้วย เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ เพียงแต่หลายคนมองข้ามประเด็นนี้ไป อย่างไม่น่าให้อภัย!
 
Share:

Related Articles

​เมื่อพนักงานทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ความผิดอยู่ที่ใคร?

จากประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาคน ผนวกกับข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยของหลายสถาบันพบว่า ปัญหามาจาก “หัวหน้า” เพราะบกพร่องในการทำหน้าที่ อย่างน้อ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เรียนรู้การบริหารองค์กรคนรุ่นใหม่ในแบบ SEA ที่โตจาก 40 คน เป็น 4 พันคน ใน 8 ปี

มาฟัง “มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SEA (Thailand) กลุ่มธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ แบ่งปันมุมคิดการสร้างองค์กรคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มจากคนแ..

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“3 ทักษะ” ที่พนักงานต้องมี ถ้าอยากเป็นองค์กรที่คว้าโอกาสในทุกวิกฤต

จนถึงตอนนี้เรายังคงก้าวไม่พ้นสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร และไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะจบลงเมื่อไร ทุกธุรกิจจึงดำเนินการภายใต้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020