​6 คำ ที่อาจทำให้คุณไม่ก้าวหน้า

by SME Thailand. 17 มีค. 2018
Share:
 

เรื่อง : เจษฏา ปุรินทวรกุล

    รู้หรือไม่ว่าคำพูดของคนเราเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้คุณเลือกที่จะพูดกับพนักงานว่า “ผมไม่ได้จ้างคุณมาผลิตของห่วยๆ แบบนี้หรอกนะ”  กับ  “ผมไม่คิดว่าสิ่งที่คุณนำเสนอมาจะเหมาะกับบริษัทของเราในขณะนี้” 

    สองประโยคนี้มีความแตกต่างกันสูงมาก ซึ่งผู้ที่ได้ยินคำพูดนี้ย่อมรับรู้ได้ว่าผู้พูดเป็นคนแบบไหน และคำพูดทั้งหลายที่เราพูด แม้มันจะมาจากในหัว แต่มันเป็นตัวบ่งบอกทัศนคติของเราได้เป็นอย่างดี และทัศนคติคือทุกสิ่งทุกอย่างเลยก็ว่าได้ 

    อย่างไรก็ตาม ในการทำงานหรือทำธุรกิจบางสิ่งก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เช่น การรอให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของเราภายในร้าน หรือรอคอยหัวหน้ามอบรางวัลที่เราควรจะได้รับจากการทำงานอันแสนหนัก 

    โดยระหว่างที่รอคอยเราอาจหงุดหงิด เบื่อ เซ็ง ฯลฯ แต่เราก็ต้องพยายามควบคุมคำพูดของตัวเองให้ดี เพราะถ้าเราใช้คำพูดในเชิงลบอย่างต่อเนื่อง แม้ทัศนคติจะดี แต่คำพูดเชิงลบเหล่านั้นจะเปลี่ยนทัศนคติของคุณไปในทางที่ไม่พึงประสงค์เข้าสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน 

    และนี่คือตัวอย่างคำพูดที่คุณควรหลีกเลี่ยง จาก Lindsay Broder โค้ชมืออาชีพแห่งบริษัท The Occupreneur™ Coach ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกสอน ด้านวางแผนกลยุทธ์และแผนรับมือวิกฤต สำหรับผู้บริหาร หลักสูตรผู้นำธุรกิจ รวมถึงหลักสูตรองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจและอาชีพ ซึ่งได้ออกมาเผยประสบการณ์เกี่ยวกับคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจทำให้การทำงานหรือการทำธุรกิจของคุณต้องสะดุดตัวลงได้แบบไม่น่าเชื่อ 

    ควร และ ไม่ควร ทุกคนมักบอกกับเราว่าพวกเรา “ควร” ทำสิ่งนั้น และ “ไม่ควร” ทำสิ่งนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีอะไรที่คุณควรหรือไม่ควรทำ เพราะสิ่งสำคัญจริงๆ คือ การทำในสิ่งที่ถูกต้อง และทำในสิ่งที่คุณยินดีหรือต้องการที่จะทำต่างหาก เพราะในทุกครั้งที่เราบอกว่า “ฉันควรทำหรือไม่ควรทำอะไร” คุณกำลังตัดสินคุณค่าของสิ่งนั้นๆ อยู่ว่า “ควร” หรือ “ไม่ควร” ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังเลือกทำในสิ่งที่เหมาะสม 

    ต้อง ในชีวิตของเรามีไม่กี่อย่างเลยที่ “ต้อง” ทำ และสิ่งที่ต้องทำก็ใช่ว่าจะสำคัญขนาดต้องทำทุกขณะของลมหายใจเข้าออก บางครั้งเราก็กดดันตัวเองด้วยคำว่า “จำเป็น” กับ “ต้อง” มากเกินไป หากลองมองตามความจริง บางสิ่งที่เราทำ แล้วบอกคนอื่นว่า “ฉันต้องทำแบบนั้น” มันไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าการที่คุณเลือกที่จะทำมันเลย ยกตัวอย่างเช่น ฉัน “ต้อง” ทำงานให้ดี หากคุณทำงานตามหน้าที่ ไม่มีข้อบกพร่อง ก็อย่ากดดันตัวเองมากไปจนทำให้ชีวิตเครียด 

    สามารถ กับ ไม่สามารถ คำถามคือคุณจะทำหรือเปล่ามากกว่า เพราะคำว่า “สามารถ” อาจดูเหมือนไม่มีอันตราย แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างมีความหมายในเชิงลบ เช่น ฉัน “สามารถ” กู้เงินมาลงทุนในธุรกิจได้ 

    ทีนี้ลองเปลี่ยนคำว่า สามารถเป็นคำว่า “จะ” ดู กลายเป็น ฉัน “จะ” กู้เงินมาลงทุนในธุรกิจ ความหมายคล้าย แต่ในความจริงแตกต่างกันมาก เพราะคำว่า “สามารถ” แสดงความเป็นไปได้โดยไม่ต้องลงมือทำ (เป็นการบอกว่าสามารถไปกู้เงินได้ แต่อาจไม่ได้ไปกู้มาลงทุนจริงๆ) ซึ่งถ้าตอนคุณรับสมัครพนักงานแล้วบอกว่า ผมสามารถอยู่ทำงานจนดึกได้ นั่นไม่ได้แปลว่าเขา “จะ” อยู่ทำงานจนดึกให้คุณได้จริงๆ 

    ส่วนคำว่า “ไม่สามารถ” เมื่อใดก็ตามที่ใครพูดคำนี้ นั่นแปลว่า เขาไม่มีทางทำมันได้ หรือไม่มีความสามารถที่จะทำมันใช่ไหม คำตอบคือผิด เพราะเมื่อคุณพูดคำว่าฉัน “ไม่สามารถ” ทำได้ มันมีความหมายคล้ายๆ กับ ฉัน “จะไม่ทำ” นั่นแหละ

   เพราะในความจริงแล้วการที่เราบอกว่าเราไม่สามารถทำบางสิ่งได้ บางครั้งมันก็แปลได้ว่าคุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการจะทำ และคุณจะทำเฉพาะสิ่งที่คุณอยากทำ เช่น มีเพื่อนร่วมงานขอให้คุณอยู่ช่วยทำงานหลังเลิกงาน อาจเป็นป้ายโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ แต่คุณตอบไปว่า คุณไม่สามารถทำได้ หรือทำไม่เป็น เพราะจริงๆ แล้วมันไม่ใช่งานของคุณ และคุณอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านมากกว่า เป็นต้น  



 

 
    เป็นไปไม่ได้ ถ้า 2 พี่น้องตระกูล Wright บอกว่าการบินมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทุกวันนี้เราอาจจะยังไม่ได้นั่งเครื่องบินกันก็ได้ ดังนั้น ในความเป็นจริง เราต้องเชื่อก่อนว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันมีทางเป็นไปได้เสมอ จากนั้นจึงหาทางทำให้มันเกิดขึ้นจริง ซึ่งก่อนที่เราจะทำมันได้สำเร็จ เราอาจล้มเหลว ผิดพลาดอยู่หลายครั้ง

   ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องการเริ่มธุรกิจ แต่คุณมีเหตุผลต่างๆ นานา ทั้งขาดเงินทุน ไม่มีทำเล ไม่มีความรู้ คุณจึงเชื่อว่าการทำธุรกิจนั้นเป็นไปไม่ได้ และไม่กล้าลงมือทำในที่สุด แต่ถ้าคุณเชื่อว่ามันเป็นไปได้ คุณจะเริ่มหาช่องทาง หาแหล่งเงินกู้ หาทำเล เขียนแผนธุรกิจ และทำทุกอย่างจนธุรกิจเริ่มต้นขึ้น ฉะนั้น อย่าคิดว่าเรื่องยากๆ จะเป็นเรื่องที่ “เป็นไปไม่ได้” หากคุณยังไม่ได้ลองทำมัน

     ลองเริ่มต้นพิจารณาดูก่อนก็ได้ว่า ในแต่วันมีคำ 6 คำนี้ (ควร ไม่ควร ต้อง สามารถ ไม่สามารถ และเป็นไปไม่ได้) วนเวียนอยู่ในหัวของคุณบ่อยแค่ไหน จากนั้นลองหยุดคิดสักนิดว่าคุณหมายความแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ลองหาหนทางอื่นที่จะทำให้เรื่องทุกอย่างดีขึ้นดู มันอาจทำให้คุณเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะทำมากขึ้นจริงๆ ก็เป็นได้ 
    
    หมายเหตุ แปลและเรียบเรียงจาก www.entrepreneur.com


Create by smethailandclub.com
Share:

Related Articles

​เรียนรู้การบริหารองค์กรคนรุ่นใหม่ในแบบ SEA ที่โตจาก 40 คน เป็น 4 พันคน ใน 8 ปี

มาฟัง “มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SEA (Thailand) กลุ่มธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ แบ่งปันมุมคิดการสร้างองค์กรคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มจากคนแ..

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“3 ทักษะ” ที่พนักงานต้องมี ถ้าอยากเป็นองค์กรที่คว้าโอกาสในทุกวิกฤต

จนถึงตอนนี้เรายังคงก้าวไม่พ้นสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร และไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะจบลงเมื่อไร ทุกธุรกิจจึงดำเนินการภายใต้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​อยากรอดต้องเปลี่ยน! ‘6 บุคลิกผู้นำ’ ที่โลกต้องการ และพาองค์กรพ้นทุกวิกฤต

รอยช้ำที่ภาคธุรกิจต้องเจอตลอดปี 2020 คือบทพิสูจน์กึ๋นของเหล่าผู้นำ ที่จะพาองค์กรไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือเล็ก ให้ข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ พบกับ ‘6 บ..

by SME Thailand.| 09 ตค. 2020