บทสรุปที่ผู้นำ 4.0 ต้องรู้! The Future of Work เทรนด์เปลี่ยนโลกการทำงานอนาคต (จบ)

by SME Thailand. 22 ธค. 2019
Share:
TEXT: อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา


 
 
Main Idea
 
  • ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว SME จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างทักษะใหม่ๆ ให้กับทีมงานและบุคลากรในองค์กรของตัวเอง เพื่อเตรียมความพร้อมให้อยู่รอดและเติบโตสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เชี่ยวกรากในวันนี้  
 
  • “ชาลส์ ดาร์วิน” นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ เมื่อ 100 กว่าปีก่อน กล่าวไว้ว่า “ผู้ที่จะอยู่รอดและเติบโต ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแรงที่สุด หากแต่เป็นผู้ที่สามารถปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด” ซึ่งวันนี้คำพูดนี้ก็ยังใช้ได้ผลเสมอ
___________________________________________________________________________________________
 

     ครั้งที่แล้วผมได้พูดถึง แนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกของการทำงานที่ทุกท่านควรทราบ 10 ประการ ซึ่งผมได้พูดไปแล้ว 3 หัวข้อ นั่นคือ 1. New Types of Retirement Plan : โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสัดส่วนของผู้เกษียณอายุซึ่งต้องพึ่งพิงคนทำงานจะเพิ่มสูงขึ้น  2. Big Data ความสามารถในการบริหารจัดการและใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีจำนวนมหาศาล (Big Data) และ 3.Telediagnostics, Remote Maintenance & Upkeep : พัฒนาการของระบบอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่ทำให้การติดต่อสื่อสารง่ายและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ไม่ต้องจ้างช่างมาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านอีกต่อไป 


วันนี้จะขอพูดถึงอีก 7 ข้อที่เหลือครับ




4. School Without Teachers : แนวโน้มนี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ผมทำอยู่โดยตรง เพราะขณะนี้หลายบริษัทในโลกเริ่มมีการนำเสนอ “โรงเรียนที่ไม่มีครู” เช่น Ecole 42, Hive และ โรงเรียนออนไลน์ Mitra’s เป็นต้น การเรียนรู้แบบเดิมๆ ที่คุณครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centric) เป็นผู้สอนหรือผู้ให้ข้อมูลความรู้ กำลังจะหมดไป การเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ จะเข้ามาแทนที่ มีการคาดการณ์กันว่าภายในปี 2030 นักเรียนจะเรียนรู้จากหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์มากกว่าเรียนรู้จากครูถึง 10 เท่า




 
5. Sharing Economy : การแบ่งปันทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้หรือจับต้องไม่ได้ ระหว่างคนและองค์กร จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรนั้นๆ ให้แก่ทุกฝ่าย เรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบชนะ-ชนะ (Win-Win) โดยแท้จริง และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำไม Grab, Uber, Airbnb ฯลฯ จึงประสบความสำเร็จทั่วโลก ต่อไปในอนาคตเราจะเห็นการแบ่งปันเช่นนี้มากขึ้นอีก ในหลากหลายทรัพยากร ไม่เว้นแม้กระทั่งบุคลากรขององค์กรด้วย




 
6. Y Generation to Leading Positions : ในอนาคตอันใกล้นี้ คนรุ่นใหม่เจนวาย จะเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้บริหารมากขึ้นเรื่อยๆ คนรุ่นนี้มีวิธีคิด ความเชื่อ และแนวทางการทำงานที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนมาก ดังนั้นรูปแบบของการทำงานจะเปลี่ยนไป เวลาและสถานที่ทำงาน จะมีความสำคัญน้อยลง วัฒนธรรมการทำงานในเรื่องระบบอาวุโสและลำดับชั้นการบังคับบัญชา จะค่อยๆ หมดไป การตัดสินใจจะรวดเร็วยิ่งขึ้น ความอดทนในการรอคอยสิ่งต่างๆ จะลดลงด้วย




 
7. From Stores to Showrooms : การเข้ามาของเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการซื้อขายในธุรกิจร้านค้า ในอนาคตองค์กรต่างๆ จะต้องลงทุนอย่างมากกับการสร้างประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีการรวมบริการทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ร้านค้าที่เดิมต้องสต๊อกสินค้าไว้มากมาย เพื่อให้ลูกค้ามาจับจ่าย ก็จะมีรูปแบบที่เปลี่ยนไป ลูกค้าบางคนเพียงแค่มาดูสินค้าตัวจริงที่ร้าน แล้วกลับไปสั่งซื้อออนไลน์ที่บ้านก็มี

 
8. Hyperlocalization : แนวโน้มการผลิตหรือสร้างสินค้าให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ข่าวสาร การบริการ และสินค้าต่างๆ จะมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนเริ่มมองหาช่องทางในการเติมเต็มความต้องการของตนเองจากร้านค้า ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารที่ลูกค้าสามารถปลูกผักผลไม้และอาหารเอาไว้ทานเอง จะเกิดขึ้นมากมาย เพราะแนวทางแบบนี้ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว




 
9. Customer-to-Customer : ธุรกิจที่ลูกค้าสามารถติดต่อลูกค้าได้โดยตรงไม่ต้องผ่านคนกลาง ที่เรียกว่า C2C หรือ P2P (Peer-to-Peer) เช่น  Airbnb ที่เจ้าของบ้านสามารถคุยกับผู้ต้องการเช่าบ้านได้โดยตรง  หรือ Uber ที่เจ้าของรถสามารถคุยกับผู้ต้องการโดยสารรถได้โดยตรง เป็นต้น จะเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้เปิดให้คนทั่วไปได้ผันตัวเอง ให้กลายเป็นผู้ให้บริการ (Service Provider)
การกู้ยืนเงิน ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องผ่านธนาคาร ผู้ที่มีเงินสามารถพูดคุยกับผู้ต้องการเงินได้โดยตรง และสามารถกู้ยืมกันได้โดยไม่ต้องอาศัยคนกลางอีกต่อไป

 
10. Value of Degree : สมัยก่อนเวลาองค์กรจะจ้างคน ต้องดูว่าจบการศึกษาอะไร จากสถาบันไหน ยิ่งจบปริญญาหลายๆ ใบ จากสถาบันที่มีชื่อเสียง ยิ่งมีโอกาสได้งานสูง แต่ปัจจุบัน ความสำคัญของใบปริญญาและวุฒิการศึกษา กำลังด้อยค่าลงเรื่อยๆ ประเทศแถบตะวันตกและอเมริกา ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการทำงานและทักษะที่มี มากกว่าปริญญาที่ได้ แนวโน้มนี้กำลังมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย


     การรับรู้แนวโน้มเหล่านี้ก่อนคนอื่นและเตรียมตัวให้พร้อม ย่อมส่งผลดีต่อทั้งตนเอง ทีมงาน และองค์กรอย่างไม่ต้องสงสัย คำพูดของ ชาลส์ ดาร์วิน นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ที่ว่า “ผู้ที่จะอยู่รอดและเติบโต ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแรงที่สุด หากแต่เป็นผู้ที่สามารถปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด” ยังคงจริงแท้แน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง

 
คุณ...พร้อมรึยัง ?
วันนี้แค่นี้ สวัสดีครับ


 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​หมดยุคชีวิตรูทีน! เมื่อคนอยากทำงานในออฟฟิศไม่เกิน 20% ของเวลางาน

วัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ถือกำเนิดขึ้นแล้ว เมื่อโลกมาถึงจุดเปลี่ยน งานประเภทเข้า 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น สัปดาห์ละ 5 วัน อาจไม่มีอีกต่อไป การที่เร..

by SME Thailand.| 04 กย. 2020

​ไม่มี New Normal อีกต่อไป...แต่ คือ “No Normal” ความไม่ปกติที่ผู้นำธุรกิจต้องรู้!

สิ่งหนึ่งที่มีความน่ากังวลในยุคโควิด-19 เช่นนี้ก็คือความคิดของผู้นำธุรกิจเอง ที่คิดว่าอีกไม่นานทุกอย่างก็จะเข้าสู่สภาวะปกติได้เหมือนดังเดิม ทั้งที่ค..

by SME Thailand.| 18 สค. 2020

​5 คุณลักษณะสำคัญ ที่ผู้นำทางธุรกิจต้องมี และ SME ต้องใช้

ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าเราจะมุ่งมั่น ตั้งใจ พยายาม สักเท่าไหร่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะประสบความสำเร็จได้ เพราะยังมีทั้..

by SME Thailand.| 07 สค. 2020