แจกคาถา ‘ซื้อใจพนักงานต่างเจน’ ดึงคนเก่งไม่ให้ตีจากองค์กร

by SME Thailand. 24 เมย. 2020
Share:
 
 
Main Idea
 
 
  • ในการทำธุรกิจ “คน” คือหัวใจสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่การจะรักษาคนเก่งให้อยู่กับเราได้นานๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนต่างเจนก็ล้วนต่างความต้องการ ต่างความมุ่งมั่นปรารถนา 
 
  • มารู้จักคาถาที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อใจพนักงานต่างเจเนอเรชั่นให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ ได้ และรู้วิธีดึงดูดคนเก่งคนดีให้อยากทุ่มเทกับองค์กร จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกัน

___________________________________________________________________________________________
 

     ไม่ว่าธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ หัวใจสำคัญคือ “คน” การมีคนเก่ง คนดี พร้อมทุ่มเททำงานให้กับองค์กร คือกุญแจ แต่การจะรักษาคนเก่งให้อยู่กับเราได้นานๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับธุรกิจเล็กๆ อย่าง SME ที่ต้องรับมือคนทำงานต่างเจน ซึ่งต่างคนก็ต่างความต้องการ ต่างความมุ่งมั่นปรารถนา บางคนอยากได้ผลตอบแทนที่ดี สวัสดิการที่ใช่ ขณะที่บางคนขอแค่มีวันหยุดพักผ่อนเยอะๆ มีเวลาในการทำงานที่ยืดหยุ่น ก็ซื้อใจพวกเขาได้แล้ว
ทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการเข้าถึงหัวใจคนต่างเจน วันนี้เรามี How to ดีๆ จากแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานเชิงนวัตกรรมชั้นนำระดับโลกมาฝากกัน


 
 
  • รู้ทันคนต่างวัย รู้ใจความต้องการสุดต่าง

     จากแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ได้ทำการศึกษาเรื่อง “การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถประจำปี 2563” โดยทำการสำรวจกลุ่มพนักงานในแต่ละช่วงวัย ซึ่งพบว่าแรงงานแต่ละคนมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน โดยแตกต่างไปตามอายุ เพศ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ หรืออุปนิสัยส่วนตัวของแต่ละคน การมีเงินเดือนที่มากขึ้น งานที่ท้าทาย ทีมงานที่ยอดเยี่ยม ความก้าวหน้าที่จะได้รับ และที่สำคัญทักษะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ประกอบการจะสามารถต่อรองได้ แต่มีบางอย่างที่นายจ้างสามารถทำเพื่อรักษาบุคลากรที่มีความสามารถและเป็นที่ต้องการเหล่านี้ไว้ได้ นั่นคือการทำความเข้าใจความต้องการของบุคลากรในแต่ละเจเนอเรชั่น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างและรักษาคนที่มีความสามารถ ปรับเปลี่ยนความต้องการของแรงงานให้สอดคล้องคล้องกับความต้องการและความปรารถนาของแรงงานทักษะที่เราต้องการได้



 
  • Gen Z เงินและค่าตอบแทนคือที่สุด

     สำหรับแรงงานกลุ่มแรก คือ กลุ่มคนเจนแซด (Gen Z) หรือคนที่มีช่วงอายุระหว่าง 18-24 ปี กลุ่มนี้สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเขา คือ “ค่าตอบแทนและเงินเดือน”  พูดง่ายๆ คือ เงินสำคัญที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้หญิง คนเจนนี้เกิดในยุคที่มีเทคโนโลยีทันสมัย พวกเขาเรียนรู้ได้เร็ว มีความทะเยอทะยาน ต้องการเงินและความก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งผู้หญิงและผู้ชายมีความต้องการที่ต่างกัน โดยผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับเงินและการพัฒนาทักษะมากกว่าเกือบสองเท่า ในขณะที่ผู้ชายบอกว่าทักษะและอาชีพมีความสำคัญเท่ากับค่าตอบแทน ผู้หญิงเมื่อจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและเข้ามาอยู่ในตลาดแรงงานมากกว่าผู้ชาย และเป็นครั้งแรกในหลายทศวรรษที่ผู้ชายและผู้หญิงได้ค่าตอบแทนไม่เท่าเทียมกัน


 
  • Millennial ชอบความยืดหยุ่นและท้าทาย

     สำหรับกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennial) ที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี  ซึ่งเป็นประชากรที่สำคัญของตลาดแรงงานในปัจจุบัน สิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการ คือ ความยืดหยุ่นและความท้าทาย โดยพวกเขามองการทำงานในอนาคตเหมือนการวิ่งมาราธอนเพราะยังต้องทำงานอีกหลายปี และต้องการหาจุดสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน สำหรับโลกการทำงานที่ยาวนานดังกล่าว โดยผู้หญิงมิลเลนเนียลนี้การทำงานที่ท้าทายต้องมาพร้อมกับความยืดหยุ่น เพราะพวกเธออาจต้องรับหน้าที่งานที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนภายในครอบครัว เพื่อการรักษาสมดุลระหว่างงานและหน้าที่  ดังนั้น ความยืดหยุ่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ
 
  • Gen X ความยืดหยุ่นมีคุณค่าเท่ากับความเป็นอยู่ที่ดี

     มาถึงกลุ่มคนเจนเอ็กซ์ (Gen X) หรือแรงงานที่มีอายุระหว่าง 35-34 ปี  กลุ่มนี้สะท้อนเรื่องความยืดหยุ่นมีคุณค่าเท่ากับความเป็นอยู่ที่ดี โดยเป็นเจนที่ต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อตำแหน่งงานที่สูงขึ้น มีทักษะทางสังคมที่ดีขึ้น มีความมั่นคง และเริ่มค้นหาความสมดุลในชีวิตมากขึ้น ซึ่งผู้ชายให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากพอๆ กับผู้หญิง พวกเขาอยากให้แต่ละวันเริ่มต้นและสิ้นสุดลงด้วยความยืดหยุ่น ทำงานไกลบ้านได้เป็นบางครั้งไม่ใช่ตลอดเวลา และต้องการใบลาในการดูแลครอบครัวในฐานะลูกหรือพ่อแม่ ดังนั้นคนเจนนี้จึงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นเป็นปัจจัยหลักๆ



 
 
  • Baby Boomer ผลักดันด้วยค่าตอบแทน งานท้าทายและยืดหยุ่น

     มาถึงกลุ่มสุดท้าย เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) หรือแรงงานที่มีอายุระหว่าง 55-64 และ 65 ปีขึ้นไป  กลุ่มนี้มีความรักหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมสูงกว่ากลุ่มอื่น คนเจนนี้จะเริ่มมีอายุที่สูงขึ้น อยากเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้รู้สึกมีแรงกระตุ้น มีส่วนร่วมและแรงบันดาลใจมากกว่าสายงานในวิชาชีพของตน คนยุคบูมเมอร์มักจะถูกผลักดันด้วยค่าตอบแทน งานที่ท้าทายและความยืดหยุ่น แม้ว่าพวกเขาจะให้ความสำคัญสูงสุดกับความเป็นผู้นำและทีมงานก็ตาม พวกเขามีความผูกพันกับเจ้านายและทีมงานเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องการส่งต่อความดีและความสามารถไปยังคนรุ่นต่อไป คนที่มีอายุมากกว่า 65 ปีมักจะมีแรงบันดาลใจจากเป้าหมาย ความเห็นของเขาสำคัญน้อยกว่าการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ 




 

     สรุปคาถาซื้อใจคนต่างเจน ที่ผู้ประกอบการ SME สามารถนำไปใช้ได้ คือ “Gen Z” เงินและค่าตอบแทนคือที่สุด “Millennial” ชอบความยืดหยุ่นและท้าทาย “Gen X” ความยืดหยุ่นมีคุณค่าเท่ากับความเป็นอยู่ที่ดี และ “Baby Boomer” ต้องผลักดันด้วยค่าตอบแทน งานท้าทายและยืดหยุ่น


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เมื่อพนักงานทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ความผิดอยู่ที่ใคร?

จากประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาคน ผนวกกับข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยของหลายสถาบันพบว่า ปัญหามาจาก “หัวหน้า” เพราะบกพร่องในการทำหน้าที่ อย่างน้อ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เรียนรู้การบริหารองค์กรคนรุ่นใหม่ในแบบ SEA ที่โตจาก 40 คน เป็น 4 พันคน ใน 8 ปี

มาฟัง “มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SEA (Thailand) กลุ่มธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ แบ่งปันมุมคิดการสร้างองค์กรคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มจากคนแ..

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“3 ทักษะ” ที่พนักงานต้องมี ถ้าอยากเป็นองค์กรที่คว้าโอกาสในทุกวิกฤต

จนถึงตอนนี้เรายังคงก้าวไม่พ้นสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร และไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะจบลงเมื่อไร ทุกธุรกิจจึงดำเนินการภายใต้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020