ไม่มี New Normal อีกต่อไป...แต่ คือ “No Normal” ความไม่ปกติที่ผู้นำธุรกิจต้องรู้!

by SME Thailand. 18 สค. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
 
  • ในภาวะวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่สร้างความกังวลให้กับผู้นำองค์กร ก็คือ ปัจจัยแวดล้อมจากภายนอกต่างๆ ที่ไม่สามารถกำหนดได้
 
  • แต่ความจริงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่ากังวลไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในยุคโควิด-19  เช่นนี้ ก็คือ ความคิดของผู้นำธุรกิจเอง ที่คิดว่าอีกไม่นานทุกอย่างก็จะเข้าสู่สภาวะปกติได้เหมือนดังเดิม ทั้งที่ความจริงแล้วอาจไม่มีความปกติเกิดขึ้นอีกแล้วตลอดไป




      การก้าวเข้ามาของวิกฤตแต่ละครั้งมักสร้างความกังวลให้เกิดขึ้นแก่ผู้นำธุรกิจหลายรายที่จะต้องหาวิธีการและหนทางนำพาธุรกิจให้อยู่รอดตลอดฝั่งไปให้ได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่สิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจมักระแวดระวัง ก็คือ ปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่อาจเข้ามาส่งผลกระทบ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่กลับมีความน่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน และอาจเป็นกับดักธุรกิจ จนทำให้ไม่สามารถเติบโตและก้าวพ้นวิกฤตไปได้ในยุคโควิด-19  ก็คือ Mindset หรือ ความคิดของผู้นำธุรกิจเอง ที่คิดว่าอดทนอีกไม่นาน เดี๋ยวทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเช่นเดิมเอง
 



 
  • ไม่มีอะไรที่ปกติอีกต่อไป
               

      “อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา” ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร สลิงชอท กรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาและให้บริการด้านพัฒนาภาวะผู้นำและองค์กรมายาวนานกว่า 16 ปี ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า จากแนวคิดของผู้ประกอบการธุรกิจเองที่มักคิดเอาไว้ว่าหลังวิกฤตโควิด-19  ผ่านไปพ้นไปแล้ว สถานการณ์ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น และกลับมาเป็นปกติได้ดังเดิมนั้น
เขามองว่าชุดความคิดดังกล่าว จะทำให้เกิดการหยุดอยู่กับที่ เพราะคำว่า “New Normal” หรือ “สิ่งปกติใหม่” นั้น จะชี้มาที่คำว่า “ปกติ” ซึ่งก็เหมือนกับสภาพที่หยุดนิ่ง และอะไรที่เป็นปกติ ก็จะไม่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งสำหรับเขาแล้ว หลังจากนี้จะไม่ใช่แค่ New Normal แต่จะเป็น “No Normal” คือ ไม่มีสิ่งปกติอีกต่อไป


 
      “ผู้นำธุรกิจหลายคนมักมองว่า หลังวิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว สถานการณ์ทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายและดีขึ้น จนในที่สุดก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตอนนี้ก็แค่อดทนรอไปก่อน ตรงนี้เป็นความคิดที่น่ากลัวมาก เพราะถ้าคิดแบบนี้ก็แปลว่าเราเชื่อว่าหลังวิกฤตผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งจริงๆ แล้วมันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่มีสิ่งปกติใหม่ เพราะว่ามันจะเป็นความไม่ปกติตลอดไป”


      โดยในช่วงวิกฤตที่ผ่านมานี้ สลิงชอท ได้ทำ Facebook Live ชื่อ “รวมพลังผู้นำเข้มแข็ง” ซึ่งได้เชิญผู้บริหารองค์กรต่างๆ ราว 50-60 องค์กร มาร่วมพูดคุยกัน ทำให้ได้ข้อคิดและบทเรียนที่น่าสนใจ 3 ข้อ อยากฝากให้คนที่เป็นผู้นำหรือผู้ประกอบการนำไปพิจารณาและประยุกต์ใช้ คือ
 



 
  1. “การสื่อสาร” คือสิ่งสำคัญ


      ในทุกๆ วิกฤต ไม่ใช่เฉพาะแค่โควิด-19 เพียงอย่างเดียว การสื่อสารถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่เคยมีองค์กรใดๆ เลยในโลกนี้ล่มสลายเพราะสื่อสารมากเกินไป แต่มีองค์กรมากมายที่ล้มเหลว เพราะการสื่อสารในองค์กรไม่ดี ดังนั้นในทุกๆ วิกฤต โปรดจำไว้ว่าการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ และคนที่จะสื่อสารได้ดีที่สุด คือ “ผู้นำ” ฉะนั้นผู้นำต้องกล้าสื่อสาร กล้าพูด และกล้าที่จะบอกความจริง แต่ต้องบอกอย่างมีศิลปะเพื่อให้คนเข้าใจแล้วเตรียมตัว ไม่ใช่ตื่นกลัว
 



 
  1. “สุขภาพ” คือจุดเริ่มต้นความสำเร็จ


       สุดท้ายแล้วการดูแลสุขภาพของตัวเอง นับเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จให้กับทุกๆ องค์กร เหมือนตอนขึ้นเครื่องบินที่แอร์โฮสเตสจะแนะนำให้ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเด็กเล็กหรือคนแก่ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินให้สวมหน้ากากให้ตัวเองก่อน เช่นเดียวกัน ในกรณีที่มีความไม่ปกติเกิดขึ้น ก่อนที่จะช่วยเหลือคนอื่น หากสุขภาพใจหรือกายของผู้นำ ผู้บริหาร หรือหัวหน้า ไม่ดีเสียแล้ว โอกาสจะนำพาทีมให้พ้นวิกฤตได้ก็มีน้อยลง ดังนั้นในช่วงวิกฤต บทเรียนอย่างหนึ่ง ก็คือ ผู้บริหารต้องหมั่นดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี เพราะถ้าสุขภาพกายและสุขภาพใจดีแล้ว ก็แปลว่าผู้บริหารสามารถเอาตัวรอด และแข็งแรงแล้ว จากนั้นก็จะสามารถช่วยเหลือพนักงานและองค์กรให้อยู่รอดต่อไปได้
 



 
  1. “ความไม่ประมาท” คือความมั่นคงที่สุด
               

      ข้อสุดท้าย ความมั่นคงที่ดีที่สุดในทุกๆ ครั้งที่มีวิกฤตเกิดขึ้น ก็คือการใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท เรามักได้ยินคนพูดบ่อยๆว่า “Only Paranoids Survive” หรือ คนที่ตื่นกลัวเท่านั้นที่รอด เพราะฉะนั้นเราจึงควรใช้ชีวิตในแบบที่ตื่นตัว แต่ต้องไม่ตื่นตูม เพื่อที่จะเดินต่อไปในวันข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
 


     และนี่คือสิ่งที่นักปั้นผู้นำได้ฝากเอาไว้ให้คิด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าใคร คือ ผู้นำตัวจริง นั่นก็เพราะในสภาวะคับขันเช่นนี้ ใครตัดสินใจแบบไหน ลงมือทำอย่างไร จะกลายเป็นตัววัดภาวะความเป็นผู้นำให้ปรากฏแก่สายตาของคนในองค์กรนั่นเอง
 





      “ในทุกๆ วิกฤต สิ่งสำคัญ คือ เรื่องของการตัดสินใจ เช่น จะปิดโรงงานไหม จะเลิกจ้างคนหรือเปล่า หรือทำอย่างไรหากมีคนติดโรค สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำทั้งสิ้น จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมช่วงวิกฤตถึงจะเห็นความเป็นผู้นำที่ชัดเจน ใครเป็นอย่างไรก็ได้รู้กันตอนนี้” ที่ปรึกษามือทองกล่าวทิ้งท้าย
 




www.smethailanclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​รู้จัก PLASTIC CREDIT ตัวช่วยลดขยะพลาสติกเป็นศูนย์ พา SME เข้าสู่วิถีความยั่งยืนในโลกการค้าอนาคต

เพื่อทำให้การรีไซเคิลเป็นรูปธรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวก CSR Plastic Credit จะมาเป็นเครื่องมือทั้งสำหรับผู้ประกอบการมุ่งสู่สถานะการลดขยะพลาสติกเป็นศูน..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2021

​อย่าปล่อยให้ออฟฟิศเฉา สูตรปรับองค์กรให้น่าอยู่ กระตุ้นให้พนักงานอยากทำงาน

ทำงาน Work From Home กันมานาน จนพนักงานหลายคนคุ้นเคยกับการทำงานที่บ้าน แบบนี้แล้วลองมาเจอกันครึ่งทาง สร้างออฟฟิศให้น่าอยู่ สร้างองค์กรที่พนักงานจะสา..

by SME Thailand.| 09 ตค. 2021

​ปลุกภาวะผู้นำยุคโลกเปลี่ยน “The New Age Leadership” ถอดสูตรบริหารงานให้ได้ผล บริหารคนให้ได้ใจ

แม้สถานการณ์ในประเทศไทยจะกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่ผลกระทบที่ทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกับวิถีการทำงาน ..

by SME Thailand.| 08 ตค. 2021