Starting a Business

Kabby.bkk ร้านกาแฟของแก๊งมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ต้องออกจากงานก็สานฝันได้!

Text : Yuwadi.s


     กระแสลาออกจากงานมาตามล่าหาความฝันกำลังมาแรงบนโลกออนไลน์ แต่กลับมีแก๊งเพื่อน 3 คนที่ไวรัลในคลิป “อยากเปิดร้านแต่ไม่ลาออก” กับเจ้าของร้านกาแฟย่านเอกมัย Kabby.bkk ที่ก่อตั้งโดย เอก - อภิชัย สิริวิลัยกุล

     พิชา - ภัคพิชา เมฆตระการ และ กี้ - ทิพย์วัลย์ ทวีกิตติกุล เพื่อนรักที่คบกันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยและเปิดร้านกาแฟด้วยกันแบบไม่ลาออกจากงานประจำ พวกเขาหยิบเอา Pain Point ของมนุษย์เงินเดือนที่อยากมีร้านเครื่องดื่มคุณภาพดีและมีให้เลือกตั้งแต่กาแฟไปจนชานมไข่มุกมาไว้ในที่เดียว ขายในราคาเข้าถึงง่ายและนี่คือเรื่องราวการปั้นธุรกิจฉบับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ต้องลาออกจากงานก็สานฝันได้!

จากเพื่อนสนิทสู่พาร์ทเนอร์ธุรกิจของ 3 มนุษย์เงินเดือน

     กว่าจะเกิดเป็นร้านกาแฟ Kabby.bkk พิชาเล่าว่าทั้ง 3 คนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนบัญชีที่มหาวิทยาลัยและเคยทำงานในสโมสรนักศึกษาด้วยกัน จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันและเติบโตขึ้นทำงานประจำ โดยกี้ทำงานเป็น Audit ในบริษัท 1 ใน Big 4 ส่วนพิชาเป็น Business Controller ใน Global Company แห่งหนึ่งและเอกเป็น Credit Manager ที่บริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง

     “เราทั้ง 3 คนเรียนมาด้วยกัน ช่วงปี 3 ปี 4 เราเคยได้ทำกิจกรรมที่สโมสรนักศึกษาด้วยกันจนเริ่มสนิทกัน เราเคยทำงานร่วมกันเลยคลิกกัน รู้สไตล์การทำงานกัน ด้วยความที่เราเรียนบัญชีเหมือนกันเลยมีความคิดคล้ายๆ กันในการทำธุรกิจ” พิชาเล่า

     สำหรับจุดเริ่มต้นของร้าน  Kabby.bkk มาจากจุดร่วมของพวกเขาทั้ง 3 คนในการมองหาร้านกาแฟที่อยากกินได้ทุกวันและมีทุกอย่างอยู่ในร้านเดียว จึงเอาประสบการณ์ที่เคยเป็นผู้บริโภคมาก่อนและปั้นร้านกาแฟในฝันแบบที่พวกเขาต้องการ

     “เราเป็นพนักงานออฟฟิศ ตอนเช้าเราก็ต้องกินกาแฟแก้วหนึ่ง ตอนเที่ยงเราอยากกินน้ำหวานอีกแก้วหนึ่งและเวลาที่เราไปเป็นกลุ่มกับพี่หรือเพื่อนที่ทำงาน บางคนอยากกินกาแฟ บางคนอยากกินน้ำหวาน บางคนอยากกินชานมไข่มุก มันจะต้องเลือกหนึ่งร้าน เช่น พี่อยากกินกาแฟ เราต้องตามไปทั้งที่ไม่ได้อยากกิน จะดีกว่าไหมถ้ามันอยู่ในร้านเดียวกัน ไม่ต้องแยกกันไป เลยเป็นโอกาสที่ดีถ้าเราทำร้านที่มีทุกอย่างอยู่ในที่เดียว มีคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้” กี้เล่า

     ด้วยความที่เป็นพนักงานออฟฟิศทั้ง 3 คน ช่วงก่อนเปิดร้านจึงเป็นช่วงที่ทุกคนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็นอย่างมาก ทั้งการเรียนทำเครื่องดื่ม การปรับสูตร รวมไปถึงการเตรียมตัวเปิดร้าน

     “ช่วงแรกหนักค่ะ เพราะเราทำงานประจำไปด้วย แต่ละคนจะต้องไปหาคลาสเรียน พิชาเองไปเรียนทำชา เราเรียนมารู้แล้วว่าอะไรผสมกับอะไรและออกมาแบบไหน แต่สุดท้ายทุกอย่างมานับหนึ่งใหม่ มาหาจุดที่เราทำแล้วชอบ ทุกสูตรของร้านมาจากความชอบของพวกเรา หาทุกอย่างและเอามารวมกันใหม่เพื่อได้ตรงกลางที่สุด เรา R&D กันเองหมด เป็นประสบการณ์ที่ดี เราเห็นโลกที่กว้างขึ้น และเปลี่ยนจากมิตรภาพที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาเป็นหุ้นส่วนกันมันต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์เช่นกัน เราจะมีความเกรงใจเพื่อนขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องเงิน ทุกอย่างต้องโปร่งใส” พิชาเล่า

     โดยกี้ได้เสริมในเรื่องของความสัมพันธ์ว่าการมาลงเรือลำเดียวกัน ลงทุนด้วยกันต้องกล้าที่จะพูดกันตรงๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้

     “บางคนพูดว่าทำธุรกิจกับเพื่อน ระวังจะทะเลาะกัน ระวังเสียเพื่อน แต่เรามีจุดที่เรากล้าด่ากันตรงไปตรงมา อันนั้นมองว่าดีที่เรากล้าด่ากันจริงๆ ไม่ได้เก็บไว้ รู้สึกยังไงเราพูดและเราจบกันตรงนั้นเลย ธุรกิจก็ไปต่อได้ ความสัมพันธ์ของเพื่อนก็ไปต่อได้ถ้าเรากล้าพูดกันตรงๆ” กี้เสริม

Kabby.bkk ร้านกาแฟที่อยากเป็น Everyday Cup ของพนักงานออฟฟิศ

     ร้าน Kabby.bkk เป็นร้านที่อยากให้ทุกคนสามารถเข้ามากินได้ทุกวัน ด้วยราคาที่จับต้องง่าย กาแฟเริ่มต้นที่แก้วละ 55 บาท สามารถเลือกความเข้มของเมล็ดกาแฟได้แบบไม่ต้องควักเงินเพิ่ม ส่วนชาเริ่มต้นที่ 40 บาท พวกเขาได้เปลี่ยน Pain Point ของมนุษย์เงินเดือนให้กลายเป็นร้านที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุด

     “รสชาติเครื่องดื่มของที่ร้านจะเป็นรสชาติที่เรา 3 คนชอบ เราพยายามทำเครื่องดื่มในแบบที่เราเองอยากดื่มทุกวันและรู้สึกว่าลูกค้าก็น่าจะชอบด้วย การตลาดในช่วงแรกของร้าน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของทำเลด้วยความที่เรามีกลุ่มเป้าหมายชัดว่าลูกค้าคือพนักงานออฟฟิศ เราคิดว่าเราเข้าใจดีว่าเขาอยากได้อะไร ราคาเท่าไหร่ ตรงนี้เป็นทำเลที่เราเข้าใจดี ด้วยรสชาติและสิ่งที่เรานำเสนอออกไปน่าจะถูกใจลูกค้า เลยกลายเป็นการตลาดที่ทำให้ลูกค้ารู้จักเราแบบปากต่อปาก” เอกเล่าถึงสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้จักร้าน Kabby.bkk

บริหารธุรกิจฉบับมนุษย์เงินเดือน

     การทำงานประจำไปด้วยและเริ่มต้นธุรกิจไปด้วย แม้จะดูเป็นไปได้ยากแต่พวกเขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้ถ้ามีระบบการทำงานที่ดีและมีพนักงานที่ไว้ใจได้

     “จันทร์ถึงศุกร์เราให้งานประจำเป็นหลัก รายได้หลักเราอยู่ตรงนั้น ทุกคนต้องไปทำหน้าที่ของตัวเองแต่เราจะมีการมอนิเตอร์หลังบ้าน เราจะเข้าร้านทุกวันเสาร์ ดูว่าในอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ถามน้องผู้จัดการร้านว่าลูกค้ามีปัญหาไหม ยอดขายเป็นยังไง เรามีโปรแกรมที่ดูหลังบ้านด้วย ตอนกลางวันเราก็มีเปิดกล้องวงจรปิดดูกัน ส่วนวิธีการทำงาน เรามีการวางสูตรไว้แล้วว่าเมนูไหนทำอย่างไร ตักกี่ช้อน เราชั่งตวงวัดทีละแก้วเลย เรามีสูตรแปะไว้ให้น้องสามารถทำตามได้” กี้เล่าถึงการทำงานควบคู่กัน

     ทางด้านพิชาเสริมว่านอกจากการบริหารจัดการระบบต่างๆ เรื่องของคนที่มาทำงานก็สำคัญมากในการเปิดร้าน ต้องมีความเชื่อใจในคนทำงาน

     “ถึงแม้เราจะดูน้องๆ จากกล้องวงจรปิดได้ แต่เราก็ต้องมีความเชื่อมั่นน้องในร้านและต้องมีการเทรนนิ่งที่ดี น้องผู้จัดการร้านเราตอนนี้ เป็นคนที่เราเทรนนิ่งมาด้วยตัวเอง ปั้นมากับมือ อยู่กับเรามานาน พอมีคนใหม่เข้ามาเราสามารถปล่อยให้เขาเทรนนิ่งคนใหม่ได้ ด้วยความที่เราเข้าร้านทุกวันเสาร์ เราจะมีการออดิทของเราด้วย เช่น ความสะอาดของร้าน เรามีกระบวนการทำงานชัดเจน การทำเครื่องดื่ม การทำความสะอาด งานหลังบ้านก็สำคัญมากในการเปิดร้าน” พิชาเล่า

     โดยทั้ง 3 คนได้ปิดท้ายถึงมุมมองในการทำงานประจำไปด้วยและทำธุรกิจควบคู่กันไปด้วยว่าสามารถทำได้แม้ว่าจะยากแต่เป็นเส้นทางที่พวกเขา 3 คนคิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเอง

     “เราคิดว่าการลาออกจากงานมาทำธุรกิจหรือไม่ลาออกมันเป็นเรื่องปัจเจกมากๆ ในความคิดเราคือไม่ต้องลาออกเราก็สามารถทำได้ แค่เราต้องเสียสละเวลาส่วนตัวมากขึ้นในการทำงานตรงนี้” เอกเล่าถึงมุมมองของการทำงานประจำควบคู่กับการทำธุรกิจ

     ทางด้านกี้เสริมว่า “มันมีจุดเล็กๆ ที่เราคิดว่าถ้าเรารวยแล้วคงลาออก แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้จริงๆ ร้านเราเน้นราคาเป็นหลักที่เราทำให้เข้าถึงง่ายและกำไรอาจจะยังไม่ได้เยอะมาก เราคิดว่าเราสามารถจัดการงานประจำและทำธุรกิจนี้ได้พร้อมกัน เราทำคอนเทนต์ อยากเปิดร้านแต่ไม่ลาออกใน TikTok เพราะอยากเปิดเรื่องให้คนสนใจว่าเราเองเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีฐานเสียงที่ดังขนาดนั้น เผื่อคนจะได้สนใจหรือเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ทำงานประจำอยู่แล้วสามารถทำธุรกิจได้เป็นอีกหนึ่งลู่ทาง”

     พิชาได้ปิดท้ายว่า “เราเข้าร้านวันเสาร์ไม่ใช่แค่เราทำงานแค่วันเสาร์ หน้าที่ของเจ้าของร้านมันคือ 24 ชั่วโมง หากมีเรื่องสำคัญที่เราต้องคุยหรือตัดสินใจ เราก็ต้องทำทันที แต่การทำงานในตอนนี้ เราสามารถจัดการได้ เลยเป็นวิธีที่ดีสำหรับเราใน 3 คนตอนนี้ เป็นเส้นทางที่เรา 3 พอใจและเราทำงานได้เข้าใจกันและกันมากๆ”

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup