ทักษะการสร้าง Content ให้โดน

by smethailandclub 09 ธค. 2015
Share:


 




เรื่อง นเรศ เหล่าพรรณราย

    ในยุคปัจจุบันที่ Content Marketing กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแบรนด์หรือประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ แม้ว่าเราจะมีความสามารถหรือความรู้ในด้านใดด้านหนึ่งมากมากเพียงใด แต่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดออกมาให้ถึงผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมายได้ก็ไม่มีประโยชน์ เรามาดูกันว่าจะพัฒนาการเขียนของตัวเองได้อย่างไร เพื่อที่จะนำไปสร้างคอนเทนท์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายของเรา


    หนึ่ง..มีคอนเซบท์ของบทความที่ชัดเจน การที่จะเขียนคอนเทนท์ให้มีเนื้อหาที่ชัดเจนจำเป็นที่จะต้องเรียบเรียงเนื้อหาให้ออกมาเป็นในทิศทางเดียวกัน  อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่มีคอนเทนท์ในหัวแต่ไม่สามารถเรียบเรียงออกมาให้เป็นระเบียบได้ แต่การตั้งคอนเซบท์ของคอนเทนท์ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้การเขียนใช้เวลาสั้นลงและไม่หลงประเด็นไปทางอื่น 


    เคล็ดลับคือ ตั้งคอนเซบท์ของบทความเอาไว้สั้นๆ กระชับ ภายในวลีหรือประโยคเดียว เช่น “บทความสำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม” จะเป็นการกำหนดกรอบแนวคิดการเขียนคอนเทนท์ของเราให้มีเนื้อหาที่ชัดเจน เพียงเท่านี้การเขียนคอนเทนท์ ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


    สอง..รู้ให้ได้ว่ากลุ่มเป้าหมายต้องการคอนเทนท์อะไร การสร้างคอนเทนท์ควรมาจากความต้องการของผู้อ่านหรือกลุ่มลูกค้า มากกว่ามาจากความต้องการของผู้เขียนเอง ทั้งนี้การที่ผู้เขียนคอนเทนท์เคยเป็นคนใช้บริการหรือลูกค้ามาก่อนจะมีความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคได้นั้นเอง

 




    สาม..ให้ความสำคัญกับพาดหัวและคำโปรย จำไว้ว่าพาดหัวมีความสำคัญในการดึงดูดผู้อ่านเกินกว่า 50% และการเขียนคำโปรยเสริมคำพาดหัวจะเป็นตัวดึงดูดให้ผู้อ่านสนใจที่จะติดตามต่อ จำไว้ว่าพาดหัวและคำโปรยจะต้องดึงไฮไลท์สำคัญของบทความนั้นๆออกมารวมถึงเป็นตัวสรุปใจความสำคัญของคอนเทนท์ทั้งหมด


    สี่..ให้ความสำคัญกับวรรคตอน ช่องว่าง แม้จะเขียนคอนเทนท์ได้ดีเพียงใด แต่ถ้าหากไม่มีการเว้นวรรคให้บทความมีพื้นที่ให้อ่านได้อย่างสบายตา เช่น เขียนติดกันเกินไป แต่ละพารากราฟมีเนื้อหามากเกินไป บทความนั้นก็จะน่าเบื่อไปโดยปริยาย


    ห้า..แยกแยะระหว่างคอนเทนท์เชิงปฎิบัติกับเชิงแนวคิด คอนเทนท์แต่ละประเภทจะมีความต้องการนำไปใช้ที่ต่างกัน เช่น คอนเทนท์ในเชิงธุรกิจ การตลาด การเงิน การลงทุน ผู้อ่านย่อมต้องการเนื้อหาที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงเชิงปฎิบัติมากกว่า เช่น ข้อควรรู้ เทคนิค วิธีการต่างๆ ขณะที่คอนเทนท์เชิงการพัฒนาตัวเอง ผู้อ่านอาจต้องการบทความเชิงให้ข้อคิด กำลังใจ ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบเชิงนามธรรมมากกว่า 


    ดังนั้น หากคอนเทนท์ที่ผู้อ่านคาดหวังภาคปฎิบัติหรือรูปธรรม แต่เขียนในรูปแบบของนามธรรม อาจเป็นการลดคุณค่าของคอนเทนท์ก็เป็นได้


    หก..ใช้ตัวเลขเป็นตัวนำคอนเทนท์ เช่น 5 วิธีสู่.... การนำเสนอรูปแบบนี้จะช่วยให้ผู้อ่านสามารถย่อยคอนเทนท์ได้ง่ายขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้เราสามารถเขียนคอนเทนท์ได้ง่าย นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับคอนเทนท์
 

    เจ็ด..ควรเน้นคอนเทนท์ที่ไม่มี Shelf Life หรือสามารถนำไปแชร์หรือย้อนกลับมาอ่านได้ตลอดเวลาไม่มีคำว่าล้าสมัย อย่างไรก็ตามหากมีเหตุการณ์ที่เป็นกระแสที่กำลังได้รับความสนใจในเวลานั้น ควรจะยกขึ้นมาใช้นำคอนเทนท์เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีก้าวตามทันกระแส


    เหนือสิ่งอื่นใดคือการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเขียนและการเรียบเรียง จะช่วยให้เราสามารถผลิตคอนเทนท์ที่มีคุณภาพได้แน่นอน

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอน 1)

หลังจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย หลายๆ ธุรกิจจึงเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจโรงแรม หลังจากที่โรงแรมได้ปรั..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2020