​ธุรกิจ B2B จำเป็นต้องทำ Online Marketing หรือไม่?

by smethailandclub 23 ธค. 2015
Share:
 


เรื่อง นเรศ เหล่าพรรณราย

    ธุรกิจที่เน้นขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าจำนวนมากหรือ B2C แน่นอนว่ามีความจำเป็นที่จะต้องทำการตลาดผ่านช่องทางต่างๆทั้งสื่อเก่าอย่างทีวี หนังสือพิมพ์และสื่อใหม่อย่างเช่นสื่อออนไลน์ต่างๆ เนื่องจากจำเป็นที่จะต้องสื่อสารกับคนจำนวนมาก แต่คำถามคือธุรกิจที่มีลูกค้าเพียงไม่กี่รายหรือแบบ B2B ซึ่งไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับคนจำนวนมาก จำเป็นที่จะต้องทำ Online Marketing หรือไม่?

    แท้จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร มีลูกค้ากี่ราย ก็มีความจำเป็นต้องทำการตลาดทั้งสิ้น โดยมีเหตุผลดังนี้

    หนึ่ง..เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แม้ว่าธุรกิจแบบ B2B จะมีคู่ค้าหรือลูกค้าเพียงไม่กี่รายหรือบางรายรับหน้าที่เอาท์ซอรส์ให้กับธุรกิจขนาดใหญ่เพียงหนึ่งถึงสองราย แต่ต้องไม่ลืมว่าลูกค้าของเราอาจจะดำเนินธุรกิจแบบ B2C ซึ่งมีลูกค้าหรือสมาชิกจำนวนมากก็เป็นได้ การที่เราสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทผ่านสื่อออนไลน์ ตั้งแต่เวบไซท์หรือสื่อสังคมออนไลน์จะเป็นการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าของเราได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการร่วมธุรกิจระหว่างกันในระยะยาว

    สอง..เปิดโอกาสในการหาลูกค้ารายใหม่ แม้ว่าธุรกิจแบบ B2B จะมีลูกแบบการหาลูกค้าที่ต่างไปจากธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าบนตลาดแมส เช่น การจับคู่ทางธุรกิจผ่านงานสัมนางานแสดงสินค้าต่างๆ เจรจาผ่านสมาคมของผู้ประกอบการ หรือได้รับการแนะนำจากหน่วยงานของรัฐ แต่หลายครั้งโอกาสทางธุรกิจใหม่อาจเกิดขึ้นจากการรับรู้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทจากสื่อต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าโดยตรงมาก่อน ดังนั้นการสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีจะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้กับบริษัทได้ เผลอๆอาจนำไปสู่ธุรกิจใหม่ในอนาคตก็เป็นได้

    สาม..เป็นฐานสู่การเป็นธุรกิจแบบ B2C ในอนาคต ธุรกิจรายใหญ่ที่มีฐานลูกค้าจำนวนมากหลายแห่งในอดีตเคยเป็นธุรกิจแบบ B2B มาก่อนแล้วจึงแตกไลน์ธุรกิจภายหลังมาเป็นแบบ B2C และประสบความสำเร็จอย่างมาก (อย่างเช่นผู้ผลิตสินค้าไอทีส่วนใหญ่ก็เกิดมาจากการรับจ้างผลิตก่อนจะมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง) ผู้ประกอบการไม่ควรที่จะปิดกั้นโอกาสของตัวเอง ด้วยการสร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์ตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ลำบากที่จะสร้างแบรนด์ของตัวเองในอนาคต

    ทั้งนี้คอนเทนท์ที่ผู้ประกอบการสามารถสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้มีดังนี้

    ประเภทธุรกิจ ความชำนาญและคู่ค้า..ควรนำเสนอจุดแข็งของบริษัท เช่น ลูกค้าที่ทำงานให้ (หากได้รับอนุญาต) ถ้าเป็นกิจการที่มีชื่อเสียงก็จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ หรือเทคโนโลยี ใบอนุญาต ที่บริษัทมีอยู่ พยายามชูดจุดขายว่ามีความแตกต่างหรือดีกว่าบริษัทอื่นอย่างไร

    บทความในรูปแบบ Content Marketing...สิ่งที่ช่วยยืนยันความเป็นผู้ชำนาญในธุรกิจหรือดึงความน่าสนใจของคนส่วนใหญ่คือการสื่อสารในรูปแบบของ Content Marketing เช่น  กิจการเอาท์ซอรส์ประเภทต่างๆสามารถนำเสนอเกล็ดความรู้ของธุรกิจที่ทำอยู่ได้ เช่น ถ้าเป็นผู้รับจ้างวางเสาโครงข่ายโทรคมนาคม ก็อาจออกมาอธิบายถึงความแตกต่างของคลื่นความถี่ประเภทต่างๆได้ เป็นต้น

    ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตาม มีลูกค้าหลักล้านรายหรือเพียงแค่สองราย การสร้างภาพลักษณ์และสื่อสารการตลาดก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้กิจการสามารรถเติบโตไปได้ในอนาคต

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)
Share:

Related Articles

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอน 1)

หลังจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย หลายๆ ธุรกิจจึงเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจโรงแรม หลังจากที่โรงแรมได้ปรั..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2020